Performancing Metrics

Custom Search

สุดแต่ใจ ใครจะคิด



  Donate


คนทำงานในสังคมปัจจุบันพบเจอแต่ความเครียด ไหนจะปัญหาเรื่องงาน ไหนจะปัญหาส่วนตัว ไหนจะเศรษฐกิจฝืดเคือง ไหนจะข้าวของแพง ไหนจะความขัดแย้งต่างๆ นานาอีกมากมาย

เราพบแต่สถานการณ์ที่นำมาซึ่งความทุกข์ใจ แล้วจะดำเนินชีวิตได้อย่างไรให้มีความสุข หรือถ้าจะให้เหมาะ อาจจะต้องถามใหม่ว่า แล้วจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความเครียดน้อยที่สุด

คนหลายคนตั้งความหวังไว้กับอนาคต หวังว่าจะมีความสุข ได้พบกับชีวิตที่ดีขึ้น เพราะชีวิตปัจจุบันที่ดำเนินอยู่นั้นมีแต่ ความทุกข์ใจ เนื่องเพราะสภาพความเป็นอยู่ไม่ดี เงินทองขัดสน งานการไม่เป็นไปตามที่หวัง สิ่งที่อยู่แวดล้อมก็เต็มไปด้วยปัญหา

แต่ละคนจึงดำเนินชีวิตไปทุกวันท่ามกลางความทุกข์ หาความสุขไม่เจอ เพราะชีวิตไม่เป็นไปตามที่อยากให้มันเป็น ได้แต่เฝ้ารอคอยสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

แล้วเมื่อไหร่กันหนอ เราจะได้ลิ้มรสกับความสุขสดชื่นสมหวังกันเสียที หากเรายังคิดที่จะอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความทุกข์ และเฝ้าหวังลมๆ แล้งๆ กับความสุขในอนาคตที่ไม่มีความแน่นอนและยังมาไม่ถึง

ทำไมเราไม่ลองเปลี่ยนความคิด หันมาพิจารณาชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกันใหม่ มองหาความสุขกับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น ความสุขในชีวิตอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่า ที่คิดนัก

คนทำงานที่มองไม่เห็นคุณค่าในงาน ของตนเอง จะทำงานไปแต่ละวันด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ ไม่เคยมีความสุขกับงานที่ทำเลย รู้สึกเบื่อ รำคาญ อึดอัด เหนื่อยหน่ายกับงาน ทำงานก็เพียงแต่ทำให้เสร็จๆ ไปแต่ละวันเท่านั้น เฝ้าแต่หวังว่าพรุ่งนี้ จะดีกว่า จะมีความสุขกว่า จะถูกหวย จะมี บุญหล่นทับ

แต่จนแล้วจนเล่า ชีวิตที่ผ่านวันผ่านปี มานานนม ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสกับความสุขเสียที เพราะใจที่เป็นทุกข์กับปัจจุบัน อยากได้ อยากเป็น

ทำไมวันนี้เราไม่มีเหมือนคนนั้นบ้าง ทำไมวันนี้เราไม่เป็นแบบคนโน้นบ้าง เมื่อไหร่เราจะมีอย่างนั้นซะที เมื่อไหร่เราจะเป็นแบบโน้นซะที ทำไมเวลาทำงานต้องเจอแต่ปัญหา เจอคนเรื่องมาก เจอแต่ ความยากลำบาก เจอแต่อุปสรรคนานัปการ

หากคนทำงาน คิดได้แต่เพียงเท่านี้ ก็เห็นทีว่าชั่วชีวิตนี้คงจะพบความสุขในชีวิตได้ยากเหลือเกิน เพราะถึงแม้ว่าวันนี้ ขณะนี้อาจจะมีสิ่งดีๆ ในชีวิตเกิดขึ้น หรือกำลังได้พบกับสิ่งที่มีคุณค่ามีประโยชน์ แต่จิตใจที่หมกมุ่นอยู่กับความสุขที่

อยากจะมี อยากจะเป็นในอนาคต เกิดเป็นความทุกข์กับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็นในปัจจุบัน ก็จะทำให้คนคนนั้นไม่สามารถมองเห็นความสุขของชีวิตที่อยู่ใกล้ตัว มองไม่เห็นคุณค่าและคุณประโยชน์จากงานที่ตนเองทำ

แต่หากลองตั้งสติ ใช้ปัญญาทบทวนการดำเนินชีวิตในแต่ละวันดู ก็อาจจะได้พบกับความสุขเล็กๆ จากการทำงานได้ตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งอาจจะได้พบกับความปีติอิ่มเอมที่ยิ่งใหญ่จากการได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าในงานที่ตนได้รับโอกาสให้ปฏิบัติอยู่จวบจนถึงทุกวันนี้

หญิงสูงอายุคนหนึ่งมีอาชีพเป็นคนกวาดถนนของกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบกวาดถนนบริเวณรอบๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลาเริ่มงานคือตีห้าของเช้าทุกวัน แต่หญิงสูงอายุคนนี้ไม่ได้มาเริ่มงานตอน ตีห้าเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะเธอมาเริ่มงานตั้งแต่ตีสาม หลายคนสงสัยว่าทำไมหญิงสูงอายุคนนี้จึงมาเริ่มงานเร็วกว่าปกติ เพราะถึงเธอจะมาเช้ากว่าเวลาเริ่มงาน เธอก็ไม่ได้รับเงินล่วงเวลาเพิ่มแต่อย่างใด

เมื่อมีคนไปถามเธอ ก็ได้รับคำอธิบายว่า “ถ้าป้ามาเริ่มงานตอนตีห้า กว่าป้าจะกวาดบริเวณที่ป้ารับผิดชอบเสร็จก็ราวๆ เจ็ดโมง ป้าว่ามันสายไป เพราะคนทำงานแถวนี้เค้าออกมาทำงานกันตั้งแต่เช้ามืด ถ้าป้ามาเริ่มกวาดตอนตีสาม ป้าก็จะกวาดเสร็จตอนราวๆ ตีห้า ทันเวลาที่คนเริ่มออกมาทำงานกันพอดี”

“ป้าอยากให้คนที่เค้าผ่านไปผ่านมา แถวนี้ เห็นถนนสะอาดสะอ้าน สบายหูสบายตา เขาจะได้ไปทำงานกันอย่าง เบิกบานใจ”

นี่คือความคิดของคนที่มีอาชีพกวาดถนน อาชีพที่หลายคนนึกดูหมิ่นดูแคลนว่าเป็นอาชีพที่ต่ำต้อย ไม่ต้องใช้ความคิดอะไร

แต่ดูท่าว่า หญิงสูงอายุคนนี้จะมีความสามารถในการคิดได้ดีกว่าใครอีกหลายๆ คนในสังคม และดูท่าว่า หญิงสูงอายุคนนี้จะมีความสุขในการทำงานมากกว่าใครอีกหลายๆ คนเช่นกัน

เมื่อคนทำงานค้นพบคุณค่าจากงานที่ทำ คนทำงานคนนั้นก็จะค้นพบความสุขได้โดยไม่ยากเย็นนัก

เคยมีนางพยาบาลคนหนึ่งเล่าถึงความสุขในงานที่ได้ทำว่า เหตุการณ์ที่เธอรู้สึกปีติยินดีและมีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูกเกิดขึ้นในเช้ามืดวันหนึ่งตอนประมาณตีสาม ในระหว่างที่เธออยู่เวร มีคนไข้ที่เธอดูแล รับผิดชอบอยู่รายหนึ่งมีอาการผิดปกติ เกิดขึ้น อาการนั้นเพิ่มความรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤตอย่างรวดเร็ว เธอรักษาสติไว้ได้ และรีบตามหมอเวรโดยด่วน และในขณะที่รอหมออยู่นั้นเธอก็ได้ใช้ความสามารถในวิชาชีพอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือคนไข้คนนั้น จนในที่สุดคนไข้พ้นขีดอันตราย และเมื่อหมอเวรมาถึงก็ได้รับช่วงรักษาต่อไป

แม้จะเครียดและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด เธอรู้สึกได้ถึงความสุขใจที่ได้มีโอกาส ช่วยชีวิตคนไข้ ถึงแม้ญาติของคนไข้รายนั้นจะไม่อาจรับรู้ได้ว่าคนไข้คนนั้นรอดพ้น ช่วงวิกฤตและยังมีลมหายใจได้อยู่นั้นก็เป็นเพราะเธอที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ในเช้ามืด วันนั้น

นี่คือตัวอย่างของคนที่คิดเป็น ไม่ว่างานจะยากลำบาก ไม่ว่าจะพบกับปัญหา ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือเครียดเพียงใด แต่ใจที่ใสสว่างจะนำพาให้คนคนนั้นได้พบกับความสุขในงานที่ตนทำ

คงจะมีใครอีกหลายคนที่ไม่อาจคิดได้อย่างนางพยาบาลคนนี้ อาจจะเบื่อที่ต้องมาอยู่เวรดึกๆ ดื่นๆ เบื่อที่ต้องมาเจอกับความยากลำบาก เบื่อที่ต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับภาระงานที่หนักหนาสาหัส

แต่ถ้าหากลองคิดให้ดีจะพบว่า โชคดีที่เราไม่ได้ป่วย โชคดีที่เราไม่ต้องเป็นคนที่นอนรอความช่วยเหลือจากคนอื่น เสียเอง โชคดีที่เราไม่ได้มีญาติที่กำลังป่วยหนัก และโชคดีที่เราไม่ต้องวิตกกังวลว่าเราจะสูญเสียคนที่เรารักไปเมื่อใด

ความสุขใจเกิดขึ้นเมื่อคิดเป็น เมื่อรู้จักมองด้านดี มีความสุขกับสิ่งที่ทำ

คนที่มีความสุขกับชีวิต คือคนที่อยู่กับปัจจุบัน ไม่วิตกกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และไม่ห่วงหาอาวรณ์กับอดีตที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้สุขหรือทุกข์ อยู่ที่ใจ

คอลัมน์ hr corner
โดย วิชัย อุตสาหจิต คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>