ผมเคยนั่งคุยกับเพื่อนเรื่อง “ม็อบพันธมิตร” และ ASTV โดยมีกติกาคือ เราจะไม่พูดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
เราจะไม่วิเคราะห์ “ม็อบพันธมิตร”ในเชิงการเมือง
เพื่อจะได้ไม่ทะเลาะกัน
แต่เราจะมอง “ม็อบพันธมิตร” ในฐานะ “ปรากฏการณ์”
และที่สำคัญ เราจะวิเคราะห์ ปรากฏการณ์นี้ในเชิงธุรกิจและการตลาด
เน้นความรู้และเสียงหัวเราะอย่างเดียว
น่าสนใจนะครับว่า ปรากฏการณ์ “ม็อบพันธมิตร” และ ASTV บอกอะไรกับเราบ้าง
ประการแรก ผมมองว่า “ม็อบพันธมิตร” วันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเคลื่อนไหวทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา
เพราะเมื่อนำ ASTV สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมาถ่ายทอดสดการชุมนุมที่สะพานมัฆวานฯ
“ม็อบพันธมิตร” ก็ยกระดับเป็น “เรียลิตี้โชว์”
แบบเดียวกับ “อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย”
ไม่มีเซ็นเซอร์ ไม่มีการขึ้นคำเตือนติดเรตแบบรายการโทรทัศน์ทั่วไป
ทุก “สรรพสัตว์” ที่ออกจากปากแกนนำบนเวที สามารถแพร่ออกไปได้ ทั่วประเทศ
“ความสด” และ “ความดิบ” คือเสน่ห์ของ “เรียลิตี้”
ไม่มีแต่งแต้มด้วยการเขียนบท
ของจริงล้วนๆ
“แกนนำพันธมิตร” นั้นก็เหมือน “นักล่าฝัน” ที่โด่งดังได้ภายในพริบตา
“นักล่าฝัน” มีแฟนคลับที่มาขอลายเซ็น
มี “แฟนคลับ” ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อติดตามไปทำกิจกรรมในที่ต่างๆ
“แกนนำพันธมิตร” ก็เหมือนกัน มีแฟนคลับติดตามมากมาย
ไม่ว่าจะให้ยึด NBT หรือทำเนียบรัฐบาล
“แฟนคลับ” ก็พร้อมทำตาม
นอกจากนั้นไม่ใช่เพียงแต่ “แกนนำพันธมิตร” เท่านั้นที่เป็นผู้ร่วมรายการ
บรรดาคนที่เข้าร่วมม็อบก็ถือเป็นคนหนึ่งที่ร่วมเล่น “เรียลิตี้โชว์” ด้วย
และทุกคนพยายามแสดงตัวตนของตนเอง
การยกป้ายบอก “ที่มา” คือ ส่วนหนึ่งของการแสดงความมีตัวตน
จากเดิมแค่บอกว่า “พันธมิตร” […]

continue reading.....