Performancing Metrics

Custom Search

จิล แซนเดอร์ ถึงไทยแล้ว

สำหรับคนที่ชื่นชอบสไตล์มินิมอลลิสต์ เน้นความเรียบหรู ข่าวดีค่ะ เพราะแบรนด์ดังจากเยอรมนี “จิล แซนเดอร์” ได้มาเปิดช็อปในเมืองไทยแล้ว

จิล แซนเดอร์ เป็นชื่อของดีไซเนอร์หญิงชาวเยอรมัน ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1968 ดีกรีของเธอไม่ธรรมดานะขอบอก เพราะด้วยความเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมากจนได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดดีไซเนอร์ในการออกแบบสไตล์มินิมอลลิสต์แห่งยุค 90s

จุดเด่นของห้องเสื้อนี้อยู่ที่คัตติ้งและเนื้อผ้าที่ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งเธอจบการศึกษาเกี่ยวกับด้านเนื้อผ้ามาโดยตรง และเธอก็ให้ความสำคัญกับการวิจัยเนื้อผ้า แถมยังเข้าใจคุณสมบัติของผ้าอย่างถ่องแท้คนหนึ่งด้วย

ไม่น่าแปลกใจหรอกที่พอเธอเปิดตัวครั้งแรกด้วยคอลเล็กชั่นผู้หญิงในปี ค.ศ.1975 และคอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชายในปี ค.ศ. 1977 ห้องเสื้อของเธอจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางขึ้นและกว้างไกลไปทั่วโลกในฐานะดีไซเนอร์และห้องเสื้อชั้นสูงอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันห้องเสื้อจิล แซนเดอร์ อยู่ภายใต้การออกแบบของราฟ ซิมอนส์ ดีไซเนอร์ชาวเบลเยียม ที่แม้เขาจะเข้ามาสานต่อแต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้

ดูอย่างในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2008

ของเขานั่น เน้นความสง่างาม เป็นหญิงยุคใหม่ ใช้รูปทรง

ผิวสัมผัสของเนื้อผ้าและโครงสร้างการตัดเย็บมาสร้างสรรค์

เทคนิคที่น่าสนใจ คือ สีซึม หรือการใช้โทนสีเข้มล้ำลึกผ่านกระบวนการพิเศษเพื่อให้รูปแบบสีซึมกับผืนผ้าที่มีน้ำหนักและอยู่ทรง นอกจากนี้ยังมีการกุ๊นขอบแบบคลาสสิก มีเทคนิคการจับผ้าพองหรืออัดประกบช่วงเอวของแจ็กเกตและเดรสให้ดูเป็นรอยพับเผยทรวดทรง

ไม่เพียงแค่เทคนิคทางการตัดเย็บหรือสร้างสรรค์สีใหม่ จิล แซนเดอร์ คอลเล็กชั่นนี้ยังเด่นตรงเนื้อผ้าที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบใหม่

อย่างผ้าวุลที่ใช้ใยขนสัตว์ทอร่วมกับใยกระดาษ การใช้ใยผสม

หรือเส้นใยต่างประเภทในการ

ทอทำให้เกิดพื้นผิวผืนผ้าที่ดู

เบลอแถมให้สีแบบงานศิลป์แนวอิมเพรสชั่นนิสม์

เป็นคอลเล็กชั่นที่ทำให้เห็นซึ่งเทคนิคใหม่ๆ ของห้องเสื้อชั้นสูง จนไม่อยากพลาดการติดตามคอลเล็กชั่นต่อๆ ไปเลย !!!

คอลัมน์ DRESS UP
โดย ต.ตือ

อัลบั้มแรกของ อิดองกอน

เนื้อหาบางส่วนจาก Pingbook.com ขอบคุณนะคะ

คุณคะ ข่าวการตายของพระรองในเรื่องคอฟฟี่พรินซ์ ทำให้หลายคนช็อกอย่างแรง เพราะหนุ่มคนนี้ เราเพิ่งจะผ่านตา กับบทน่ารักๆ ในเรื่องคอฟฟี่พรินซ์เมื่อไม่นานมานี้

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

อิออน อายุ 27 ปี ก่อนหน้านี้เขาเป็นนายแบบมาก่อน ก่อนที่จะมารับงานแสดงหนังเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา มีหลายเรื่องแต่บทที่ได้รับอาจจะยังไม่สะดุดตาเท่ากับบทมินยอบ ในเรื่องคอฟฟี่พรินซ์ค่ะ

ตามข่าวรายงานว่า เขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตด้วย

มอเตอร์ไซค์ระหว่างทางกลับจากงานเลี้ยงปิดกล้องหนังเรื่อง Strongest Chil Woo ทางช่อง KBS เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมาค่ะ

ผลงานที่เราเคยผ่านตาก็คือ เรื่องคอฟฟี่พรินซ์ แสดงเป็น มินยอบ แฟนหนุ่มของน้องสาวนางเอก เป็นบุคลิกของชายหนุ่มซื่อๆ ใจดี ส่วนในเรื่อง who are you แสดงเป็นเพื่อนเกย์ของ ยองอิน นางเอกค่ะ เรื่องนี้ก็มีบุคลิกที่คล้ายคลึงกันกับ มินยอบ เรื่อง When Spring Comes

ปี 2007 เขาก็เป็นหนึ่งในนักแสดงสมทบอีกเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ก็มีดาราอีกหลายคนที่เสียชีวิตไปแล้วอย่าง จองดาบิน ในรักเหมียวๆ ขอเกี่ยวหัวใจ ลี อึน จู จาก […]

Hanabi ดอกไม้แห่งไฟ

ในขณะที่บ้านเราฝนตกแหมะๆ พอให้เราได้หวัดติดตัวกันมาคนละหวัดสองหวัด แถมเดี๋ยวนี้มาทีไม่ได้แป๊บๆ ก็หาย อยู่เป็นเพื่อนกันทีตั้ง 1-2 อาทิตย์ แต่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูร้อนตอนปลายอยู่ หน้าร้อนที่ญี่ปุ่นมีเทศกาลสำคัญๆ มากมายตลอดช่วงเดือนกรกฎาคมยันกันยายน เป็นเทศกาลฉลองฤดูร้อน

พูดถึงเทศกาลฤดูร้อนของชาวญี่ปุ่น ท่าจะมีอยู่ชาติเดียวในโลกกระมังที่จะมีการเฉลิมฉลอง ร้านค้า ชุดยูกาตะ ช้อนปลาทอง และดอกไม้ไฟ

ซึ่งแม้จะเป็นความงามที่สว่างเพียงแค่ชั่วครู่เดียว…แต่ดอกไม้ไฟก็เป็นของโปรดของหลายคนรวมถึงเด็กๆ อย่างเรา (อิอิ) เวลาที่เสียงซี่…วี้ว…บึ้ม ! แล้วตามด้วยประกายไฟหลากสีหลายรูปแบบ แต่ละปีทั่วญี่ปุ่นมีเทศกาลเฉลิมฉลองกว่า 7,000 เทศกาล และดอกไม้ไฟนับล้านถูกจุดขึ้นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูร้อนนั้นจะมากเป็นพิเศษ แค่เทศกาลดอกไม้ไฟญี่ปุ่นใหญ่ๆ ที่จัดขึ้นรอบๆ โตเกียว ในเดือนสิงหาคมปีนี้ก็มีกันอยู่ประมาณ 10 กว่างาน

เด็กสาวรื่นเริงกับบรรยากาศเทศกาลญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นเรียกดอกไม้ไฟว่า “Hanabi” แปลกันตรงๆ ซื่อๆ ว่า ดอกไม้แห่งไฟ ซึ่งดอกไม้ไฟของญี่ปุ่นนั้นมีการจุดเพื่อเฉลิมฉลองมานับร้อยๆ ปี ตั้งแต่สมัยเอโดะ (ประมาณปี 1603-1867) ในอดีตดอกไม้ไฟเป็นความบันเทิงประกอบการเฉลิมฉลองของชนชั้นสูง พวกไดเมียวจะล่องเรือในแม่น้ำสุมิดะเพื่อชมดอกไม้ไฟ และก็เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาเมื่อถึงฤดูล่องเรือจะมีการจุดดอกไม้ไฟขึ้นเหนือสะพานเรียวโกกุสะพานข้ามแม่น้ำสุมิดะ เพื่อเป็นสัญญาณการเริ่มฤดูกาล (ประมาณปลายเดือนกรกฎาคม) ส่วนเทศกาลดอกไม้ไฟยอดนิยมของญี่ปุ่น ได้แก่ Nagaoka Fireworks Festival ที่เมือง Niigata, Omagari […]

แบร์ลุสโคนี ความจริงที่อิตาลี และหัวนม

ความจริงคืออะไร อาจจะเป็นคำถามใหญ่เชิงปรัชญา หากทว่าเมื่อ โจวานนี บัสติสตา ติเอโปโล (Giovanni Battista Tiepolo) ศิลปินเวนิสได้รับมอบหมายให้วาดภาพ “เวลาเผยความจริง” (La Verit ? Svelata dal Tempo - Truth Unveiled by Time) ขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เพื่อประดับคฤหาสน์แห่งหนึ่ง

เขาได้ตัดสินใจวาดความจริง (truth) เป็นรูปของหญิงสาวเปลือยอก มือหนึ่งถือจานดวงอาทิตย์เนื่องจากแสงสว่างเปิดเผยให้เห็นทุกสิ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งถือกระจกเพื่อสะท้อนสิ่งที่เป็นไปอย่างซื่อตรง เธอนั่งอยู่คู่กับโลกภายในอ้อมกอดของเวลา (time) ซึ่งก็คือชายแก่ผู้เห็นและเข้าใจความจริง และเป็นชายชรานี่เองที่จะเปิดเผยความจริงนั้นออกมาในท้ายที่สุด ดังมีคำพูดเก่าแก่ที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ยุคคลาสสิกโบราณว่า “ความจริงเป็นธิดาของกาลเวลา” (Veritas filia temporis)

ภาพนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ ปาลาซโซ คิเอริคาติ ในเมืองวิเชนซา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง หลายปีก่อน ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี มีโอกาสได้ไปเห็นภาพนี้เข้าและรู้สึกประทับใจจนต้องขอให้ทางพิพิธภัณฑ์ทำภาพดิจิทัลให้ เมื่อเขาได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอิตาลีเป็นสมัยที่สาม แบร์ลุสโคนีนำภาพนี้มาใช้เป็นฉากหลังห้องแถลงข่าว ประหนึ่งต้องการจะสื่อว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีสามสมัยจะพูดจากับผู้สื่อข่าวนั้นล้วนมีแต่ความจริง ความจริง และความจริง เมื่อเป็นดังนั้นจะมีภาพใดสื่อความหมายและช่วยโฆษณาชวนเชื่อให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีอดีตด่างพร้อยในเรื่องการแทรกแซงและครอบงำสื่อได้ดีเท่ากับเรื่องราวในภาพนี้ที่ว่า ในที่สุด เวลาจะเปิดเผยทุกสิ่งว่าใครดีใครเลว

แม้แบร์ลุสโคนีจะต้องการจะนำเสนอภาพความจริง หากแต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา […]

โลกนี้มีอะไรฟรี !

เป็นเรื่องจริงที่ทำให้รอยยิ้มเกิดขึ้นได้ในยามวิกฤตเช่นนี้

แล้วมีอะไรฟรีให้เราได้ใช้ ได้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้บ้าง ?

DLife จึงขอรวบรวมมาให้ท่านผู้อ่าน เพราะบางอย่างที่เป็นของฟรี แต่เรายังไม่เคยรู้เสียด้วยซ้ำ หรือรู้แล้วแต่ไม่รู้ว่าจะไปใช้อย่างไร

ทั้งๆ ที่ วรากรณ์ สามโกเศศ เคยเขียนว่า โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีแท้จริง

สักอย่าง แต่บางครั้งสิ่งที่เราได้มาโดยไม่เสียสตางค์สักแดงในช่วงกระเป๋าแฟบ หรือเงินเฟ้อพุ่งสูง ก็ทำให้คนเบี้ยน้อยได้ชื่นใจบ้างล่ะน่า !!!

ฒิฬมาตรการฟรีเพื่อประชาชน

แม้จะอยู่ในช่วงที่หลายคนคับแค้นใจกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดี

แต่ทว่า ข่าวดีๆ สำหรับการดำเนินชีวิตแบบฟรีๆ ก็มีให้ชื่นใจอยู่ หลังจากมี “6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤต” ของรัฐบาลชุดนี้ออกมา

เฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเดินทางในชีวิตประจำวันที่ทำให้ประชาชนคนเดินดินอย่างเราๆ ได้อภิสิทธิ์ไม่ต้องจ่ายค่ารถเมล์ ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ

ค่ารถไฟชั้น 3 เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551-มกราคม 2552 !

ตั้งแต่มีรถเมล์ฟรี ว่ากันว่า คนที่มีเงินเดือนน้อยกว่า 10,000 บาท พึงพอใจต่อมาตรการนี้เอามากๆ (ที่มา : สวนดุสิตโพล) เพราะทำให้ไม่ต้องเสียค่าเดินทางในระหว่างวัน ถึงแม้ว่าอาจจะต้องรอรถฟรีอยู่นานสองนานก็ตาม

แบบนี้คงต้องยอมแหละ เพราะถ้าสามารถขึ้นรถเมล์ฟรีได้ทุกวัน คิดดูว่า ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเดือนละ 400-900 บาทต่อคนสำหรับการเดินทางก็ไม่ต้องควักออกมา !

โดยรถเมล์ฟรีที่ให้บริการประชาชนมีทั้งหมด 73 สายทาง […]

จุดเปลี่ยน

สังคมประเทศไทยอยู่ระหว่างการเดินทาง แม้จะเป็นการเดินทางที่แสนยาวไกล และดูเหมือนจะไร้จุดจบ แต่ระดับการพัฒนากำลังถูกยกขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้น

ปี 2475 กับปี 2551 สมัยโน้นกับสมัยนี้ ไม่เพียงแต่ต่างกันแค่กาลเวลาเท่านั้น แต่วิถีชีวิต และวิธีคิดของประชาชนทุกหมู่เหล่าเริ่มถึงจุดเปลี่ยนกันแล้ว

ประชากร 64 ล้านคน ในจำนวนนี้มีมากกว่าครึ่งที่ตกอยู่ใต้เส้นความยากจน ไม่มีที่ดินทำกิน หรือเพียงพอต่อการหาเลี้ยงครอบครัว หยาดเหงื่อและแรงงานเท่านั้นที่จะช่วยสร้างผลผลิตให้ชีวิตอยู่รอด การบริหารงานของรัฐบาลจึงมีผลอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านตาดำๆ

ตราบใดที่ยัง “รวยกระจุก จนกระจาย” สังคมย่อมเกิดความกังวลเป็นธรรมดา

เมื่อเกิดความตื่นตัวทางการเมือง เกิดความคิดเห็นที่แตกต่าง หากยิ่งกวนน้ำให้ขุ่นเท่าใด สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความสูญเสียจากสงครามระหว่างประชาชนนั่นเอง

ความดีงามและความถูกต้องแบบไม่เสแสร้งกำลังเลือนหายไปกับประวัติศาสตร์ที่คนบางกลุ่มพยายามยื้อ และคิดดำรงอำนาจของตนไว้

จนลืมไปว่า “ความโลภ ทำให้สูญเสียทุกสิ่ง แม้แต่สิ่งที่มี”

การกำเนิดขึ้นของเผด็จการรัฐสภาและพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจากวันนั้นจนถึงวันนี้ กำลังกลายเป็นความเจ็บปวด รวดร้าว ซึมลึก และกลืนกินชีวิตที่ปกติ

ประเด็นการตัดสินใจของแนวร่วมพันธมิตรฯ ที่จัดกำลัง “ดาวกระจาย” เข้าบุกยึดสถานี

โทรทัศน์เอ็นบีที ถนนวิภาวดีรังสิต และจุดอื่นๆ เมื่อเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา

กลายเป็น “ยาโด้ป” ชั้นดี กระตุ้นให้คนในสังคมตื่นตัวและติดตาม ที่ไม่เคยคิดเลือกข้างก็ต้องเลือก กลายเป็นภาวะจำยอม

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นเกมไล่ล่า ทวงสมบัติชาติคืนจากอ้อมอกรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว

นี่ก็คือจุดเปลี่ยนของการไม่ยอมรับ ภายใต้วิถีแห่งความรุนแรง

น่าจับตา องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่เริ่มมาจากความหวังของ

ขั้วหนึ่ง กำลังกลายเป็นความหวาดกลัวของอีกขั้วหนึ่ง

บทบาทของคู่ต่อสู้ทางการเมืองในวันนี้ เรียกว่า […]