![]() |
ปัญหาสำหรับเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรมก็คือการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยในเรื่องของเทคโนโลยีที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาทำให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถแข่งขันได้
ระบบการจัดการในเรื่อง lean manufacturing ก็เป็นระบบหนึ่งที่ผู้ประกอบการนำมาใช้ในการลดต้นทุนอย่างได้ผล
บริษัท ซี.ซี.เอส. เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัทในเครือ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 โดยเริ่มการทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรให้กับหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอากาศยาน, เซมิคอนดักเตอร์, คอมพิวเตอร์, แม่พิมพ์, ยานยนต์ฯ
นายบุญเจริญ มโนบูรชัยเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.ซี.เอส. เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กล่าวว่า เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ประการสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ในโรงงานมีการสั่งซื้อเครื่องจักรจำนวนมากที่ทันสมัยตลอดเวลา เพื่อรองรับการผลิตในแต่ละอุตสาหกรรม และการที่ต้องมีเครื่องจักรใหม่ๆ มาตลอด ทำให้การทำงาน การวางแผน ในการผลิตช้าลง เพราะขั้นตอน เช่น การขนย้าย ขั้นตอนในการเดินเครื่อง การผลิต ในแต่ละกระบวนการต่างก็มีส่วนให้การทำงานล่าช้าและสูญเสียวัตถุดิบจำนวนมาก
ล่าสุด ในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมโดยการลดความสูญเปล่าในระบบการผลิตแบบลีน โดยการสนับสนุนด้านบุคลากรจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมนั้น ตนเองได้นำระบบการจัดการในเรื่อง lean manufacturing มาใช้ในการจัดการขั้นตอนต่างๆ อย่างได้ผล
เช่นในแผนก WC แผนกนำร่อง มีการปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน เช่น การแก้ไขคำสั่งในการทำงาน ซึ่งแต่ก่อนมีขั้นตอนมากมายในการก๊อบปี้คำสั่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ลงสู่แผ่นดิสก์ แล้วจากแผ่นดิสก์จึงค่อยลงสู่เครื่องจักร
ก่อนจึงจะทำงานได้ แต่ปัจจุบันสามารถนำแผ่นดิสก์ที่มีโปรแกรมสมบูรณ์แบบนำไปปฏิบัติการได้ทันที จากการทำงานเดิมใช้เวลา 25 นาที ลดเหลือ 9 นาที
ในกระบวนการค้นหาอุปกรณ์ ที่แต่เดิมวางสลับที่ไม่เป็นหมวดหมู่ ด้วยวิธีการนำมาคัดแยกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ผลิต การจัดทำป้ายและแยกประเภท การวางตำแหน่งที่สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน สามารถลดเวลาในการทำงานได้ จาก 10 นาที เหลือแค่ 2.5 นาที
และในบางเซ็กชั่นก็อาจจะนำเอาแนวคิดแบบ Kaizen เข้ามาใช้ภายในองค์กรอีกด้วย คือนอกจากที่จะเข้ามาปรับในเรื่องการกระบวนการทำงานแล้ว แนวคิดของคนในแต่ละแผนกต่อการปฏิบัติหน้าที่ยังมีส่วนช่วยให้การทำงานมีความกระชับและลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย เพราะคนที่รู้ดีที่สุดก็คือคนทำงานนั่นเอง
ทั้งสองระบบเมื่อนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันสามารถที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและลดต้นทุนในการผลิตได้
เมื่อแยกเป็นแผนกต่างๆ ที่สามารถลดต้นทุนได้ดังนี้ก็คือการลดเวลาในการจัดเตรียมรถขนย้ายแม่พิมพ์ ลดต้นทุนได้ 62,780.12 บาท การลดเวลาในการจัดเตรียมแม่พิมพ์ 16,237.29 บาท การลดเวลาในการก๊อบปี้โปรแกรม 608,760.00 บาท ลดเวลาในการค้นหาอุปกรณ์ประจำเครื่องจักร 2,964,400.00 บาท ลดเวลาในการจัดเตรียม tool ของ MC 2,246,400.00 บาท ลดเวลาในการวางแผน และการ เตรียมการผลิต 63,960 บาท ลดเวลา set up ของเครื่องจักร CHL 2,631,200 บาท รวมแล้วสามารถลดต้นทุนได้ 8,593,337.41 บาทต่อปี
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม