Performancing Metrics

Custom Search

เที่ยว “เยอรมนี-ออสเตรีย” สัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองศิลปะ



Donate



11 ชั่วโมงบนเที่ยวบินทีจีสู่ทวีปยุโรป ทำให้รู้ว่าประเทศอย่าง “เยอรมนี” และ “ออสเตรีย” ไม่ได้มีแค่เรื่องฟุตบอล แต่ยังมี “แหล่งท่องเที่ยว” ที่มีเสน่ห์ไว้เก็บความประทับใจอีกมากมาย

ด้วยความเป็นเมืองศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์ยุโรปอาจหลงใหลจนไม่อยากกลับ อย่างทะเลสาบ “Mondsee” (มอนด์ซี) หรือ Moonsee (มูนซี) ระหว่างทางไปเมือง Salzburg (ซัลซ์บูร์ก) ในประเทศออสเตรีย คือจุดหมายปลายทางแรกของการเยือนแหล่งท่องเที่ยว สายน้ำเอื่อยๆ แต่ใสเหมือนกระจกบานใหญ่กับวิวโค้งน้ำของทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยภูเขา คือความประทับใจแรกเมื่อได้มายืนอยู่หน้ามอนด์ซีพร้อมๆ กับฟอกปอดด้วยอากาศบริสุทธิ์ แม้ว่าสภาพอากาศอาจไม่เป็นใจอยู่บ้างเพราะต้องเจอแสงแดดที่ร้อนอบอ้าวยามบ่าย

ที่ทะเลสาบแห่งนี้มีกิจกรรม “พายเรือ” เตรียมไว้สำหรับคนที่อยากออกกำลังกาย หรือถ้าอยากพักผ่อนก็มีม้านั่งริมทะเลสาบไว้ให้นั่งชมวิวเพลินๆ และสืบทราบมาอีกว่า เหตุผลที่ทะเลสาบถูกตั้งชื่อว่า มูนซี เพราะถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นรูปลักษณ์ทะเลสาบเป็นแนวโค้งเหมือนเสี้ยวพระจันทร์ จบจากการเก็บบรรยากาศทะเลสาบมูนซีได้สักพัก “เชน” ไกด์ประจำทริปนี้ก็กวักมือเรียกลูกทัวร์ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองซัลซ์บูร์ก ที่โดดเด่นในเรื่องงานศิลปะ สถาปัตยกรรมบ้านเรือนสไตล์บาร็อค และที่ขาดไม่ได้คือช็อกโกแลตแบรนด์ “โมซาร์ต” กับคริสตัล “ชวารอฟสกี้”

ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับจากไกด์ระหว่างการเดินทาง “ซัลซ์บูร์ก” เคยเป็นเมืองชุมทางการค้าที่สำคัญของโรมันในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 50 โดยมีสินค้าส่งออกที่สำคัญคือ “เกลือ” ซึ่งว่ากันว่าในสมัยนั้นมีมูลค่าเทียบเท่ากับ “ทองคำขาว” และเป็นเหตุผลเชื่อมโยงถึงชื่อเมือง (Salz) ที่หมายถึงเกลือ แต่ภาษาเยอรมันอ่านว่า “ซัล” ในสมัยที่มีการล่าอาณานิคมช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ซัลซ์บูร์กจึงเคยตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนีมาแล้ว

หลังจากงีบหลับบนรถไปพักใหญ่ ช่วงบ่ายแก่ๆ ก็เดินทางมาถึงซัลซ์บูร์ก เพื่อไปยัง “Maribel Garden” (มาริเบล การ์เด้น) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ว่ากันว่าห้ามพลาด ! ทันทีที่เดินผ่านประตูเข้าสู่ Maribel Garden ทำให้ลืมโลกแห่งความวุ่นวายไปได้ไม่ยาก ภาพดอกไม้ 3 สี “แดง-เหลือง-ม่วง” ตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว ทำให้กล้องดิจิทัลของทุกคนทำงานอย่างต่อเนื่อง

ที่สวนสาธารณะมีรูปปั้นเลียนแบบ “สรีระมนุษย์” ชาย-หญิงขนาดเท่าคนจริงในท่วงท่าต่างๆ ตั้งเรียงรายเป็นระยะ จุดเด่นคือลายเส้นกล้ามเนื้อใกล้เคียงของจริงตามสไตล์ศิลปะแบบบาร็อค (Baroque) ซึ่งสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นไปได้ภายในพิพิธภัณฑ์บาร็อคที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ชัตเตอร์กล้องของทุกคนต้องทำงานอย่างหนักอีกครั้งเกิดขึ้นหลังจากได้ข้อมูลว่าสวนแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในฉากถ่ายทำหนังอมตะเรื่อง “The Sound of Music” ที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศออสเตรียมากขึ้น โดยมีเนื้อหาถึงชีวิตของแม่ชี “มาเรีย” ที่รับบทบาทเป็นพี่เลี้ยงเด็ก 7 คน และใช้ “ดนตรี” เข้ามาเป็นสื่อให้เด็กๆ ยอมรับในตัวเธอ

แม้ว่าความทรงจำเกี่ยวกับ The Sound of Music ในวันนี้เลือนลางไปมากแล้ว แต่สำหรับคนในวัย 20 ปลายๆ น่าจะร้องอ๋อ เมื่อได้ยินเนื้อร้อง “โด-อะเดียร์-อะฟิลเมลเดียร์” ซึ่งอยู่ในเพลง Do-Re-Mi ที่ประกอบในหนังเรื่องนี้ หลังออกจากสวนมาริเบลก็ตรงดิ่งไปยังสะพานข้ามแม่น้ำซาลซัคที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นกั้นพรมแดนเขต “เมืองเก่า” และ “เมืองใหม่” ของซัลซ์บูร์ก เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ “Getriedegasse” ย่านช็อปปิ้งของเมืองซัลซ์บูร์ก

เมื่อเดินทะลุซอยเล็กๆ เข้าไปด้านในคือแหล่งรวมร้านค้าที่มีให้เห็นเป็นระยะคือร้านของฝาก ร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนม และร้านขายช็อกโกแลตซึ่งหลายคนอดใจไม่ไหวต้องควักแบงก์ยูโรซื้อติดมือกลับบ้านไปคนละ 1-2 กล่อง สนนราคามีให้เลือกตั้งแต่ร้อยกว่าบาทไปจนถึงหลักพัน โดยเฉพาะร้านช็อกโกแลตที่มีแพ็กเกจจิ้งเป็นรูปหน้านักดนตรีชื่อดังระดับโลกอย่าง “โมซาร์ต” มีให้เห็นเป็นระยะๆ จนนึกว่าเป็นหมู่บ้านโมซาร์ต ส่วนใครที่นิยมชมชอบ “คริสตัล” ก็ต้องร้านชวารอฟสกี้ มีโมเดลใหม่ๆ ไม่วางขายในเมืองไทยให้เลือกเพียบ

หลังจากช็อปปิ้งจนหนำใจแล้วก็ตั้งเข็มทิศไปยัง “บ้านเลขที่ 9″ หน้าบ้านมีป้ายระบุตัวอักษรว่า “Mozarts Geburtshaus” ตามคำแนะนำของไกด์ เพราะที่นี่คือบ้านของ “โมซาร์ต”

นักดนตรีระดับพรสวรรค์ที่ฉายแววความสามารถจากการแต่งเพลงได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยมีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมประมาณ 6.5 ยูโร หรือประมาณ 340 บาท (1 ยูโร ประมาณ 50 บาทเศษ) เก็บเกี่ยวบรรยากาศของเมืองซัลบูรก์มาพักใหญ่ วันรุ่งขึ้นถึงคิวต้องอำลาประเทศออสเตรียเพื่อเดินทางข้ามประเทศกลับมายังเมือง “มิวนิก” ในประเทศเยอรมนี เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ แต่ที่นี่ยังมีจุดหมายปลายทางสุดท้าย คือ จัตุรัส “Marienplatz” (มาเรียนแพลตซ์) ศูนย์กลางของเมืองมิวนิกที่เป็นจุดนัดพบ ที่สะดุดมากๆ เป็นอาคาร “หอนาฬิกา” สูง 79 เมตร ตัวตึกเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการประจำเมือง ด้านบนของอาคารเป็นหอนาฬิกาขนาดใหญ่ศิลปะสไตล์โกทิกจุดเด่นคือปลายอาคารเป็นยอดแหลม และเมื่อถึงเวลา 18.00 น.ของทุกวัน ตุ๊กตาที่อยู่ในนาฬิกาก็จะออกมาเต้นรำประกอบเสียงดนตรีที่บรรเลงจากระฆังเสมือนเป็นการแสดงเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่อาคารใกล้ๆ กันหากเดินลงไปชั้นใต้ดินจะพบกับร้านอาหาร “Ratskeller Munchen” ที่ว่ากันว่าขึ้นชื่อที่สุดในย่านนี้

เมนูแนะนำคือ “Grilled pork Knuckle with fine gravy and potatoes” ขาหมูเยอรมันชิ้นใหญ่เสิร์ฟกับมันฝรั่งบด ใครทานหมดตบด้วยของหวานแล้วบอกว่าไม่อิ่มต้องยกนิ้วให้ ! เป็นมื้ออาหาร (แบบท้องถิ่น) ในวันส่งท้ายที่ทำให้จดจำประเทศเยอรมนีไปอีกนาน :D

อัตราแลกเปลี่ยน : ทั้งเยอรมนีและออสเตรียใช้เงินยูโร (ประมาณ 50 บาทต่อยูโร)

การเดินทาง

จับเครื่องบินตรงถึงมิวนิก เยอรมนี จากนั้นต่อรถเข้าไปที่เมืองลินซ์ของออสเตรีย วิธีการผ่านด่านใช้เชงเก้นวีซ่า (สามารถเข้าประเทศที่อยู่ในกลุ่มของสหภาพยุโรปทั้งหมด) ระหว่างเมืองอาจเดินทางโดยรถท่องเที่ยว (กำหนดอัตราเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ ชั่วโมง และใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงจากเยอรมนีสู่ออสเตรีย โดยระหว่างทางมีวิวทะเลสาบให้ชมเป็นระยะๆ) หรือเลือกเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงก็ได้

คอลัมน์ DESTINATION
โดย ชาญสิทธิ์ จิรเพิ่มไพบูลย์






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>