เจาะลึก 5 ประเภทชาดังของจีนสุดฮิตทั่วโลก ชาเขียว ชาดอกเก็กฮวย ชาขาว และชาซิ่งเหริน ที่พรั่งพร้อมไปด้วยรสชาติ กลิ่นและสรรพคุณทางยา แก้อักเสบ ลดความดัน โรคหวัด มะเร็ง และเสริมความงาม ส่วน ‘ชาหลงจิ่งแห่งซีหู’อันดับ1 ในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เปิดอันดับ 10 ชาชื่อดังจีน นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด! สำหรับผู้อยู่เมืองไทยหาชิมชาดังได้บางชนิด
“ชา” กับคนจีนถือเป็นสิ่งคู่กัน การดื่มชาของคนจีนนั้นถือว่าจะขาดไม่ได้เลยในชีวิตประจำวัน โดยมีประวัติความเป็นมาของชากว่า 4,700 ปีมาแล้ว และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาของจีน แพร่หลายไปทั่วโลก และมีชาชื่อดังของจีนเกิดขึ้นมากมาย…
5 ประเภทชาจีนสุดฮิต
แหล่งข่าวจากอาศรมสยาม-จีนวิทยา ระบุว่า ชาจีนนั้นมีหลายประเภท ที่เป็นชาชื่อดังของจีนนั้นจะมี 5 ประเภทได้แก่ ชาเขียว,ชาดอกเก็กฮวย,ชาหลงจิ่งแห่งซีหู,ชาขาว และชาซิ่งเหริน
ชาเขียว ถือเป็นชาที่ผลิตมากที่สุดในประเทศจีน มีแหล่งผลิตสำคัญ 3 แหล่งได้แก่ มณฑลเจ้อเจียง อานฮุย และเจียงซี ทั้งแง่ปริมาณและคุณภาพ ส่วนที่เหมาะในการทำชาเขียวคือยอดอ่อนของต้นชา และจะมีการนำไปผ่านกระบวนการผลิตต่างๆ ได้แก่ […]
Share on Facebook
@ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่แบบสุดๆ…มี 3 เรื่องหลักเกี่ยวกับลูกค้าที่ “ควรรู้ และ ควรทำ” เพราะถ้าท่าน “ได้ทำ หรือ ทำได้” ก็จะเป็นเกราะป้องกันธุรกิจของท่านได้ในทุกสถานการณ์..เพียงแต่ว่า 3 เรื่องหลักนี้เป็นเรื่องง่ายๆที่ยากที่สุดในทางปฏิบัติ!
@เรื่องง่ายๆที่ยากที่สุดเรื่องแรก ก็คือ…ลูกค้าใหม่จะหาได้โดยใช้ “ต้นทุนที่น้อยที่สุด”ได้อย่างไร? เพราะถ้าใช้ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่โดยการจัด Promotion ลดแลก แจกแถม แหลกกันไปข้าง แล้วลูกค้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าเพียงไม่กี่ครั้ง หรือมาเฉพาะมี Promotion ก็เท่ากับยิ่งหาได้ยิ่งขาดทุน!
@ ช่องทางในการหาลูกค้าใหม่ช่องทางใดที่คำนวนแล้ว Cost Per Head (ค่าใช้จ่ายต่อราย) คุ้มค่า คุ้มทุน (ลองพิจารณาช่องทางในการหาลูกค้าใหม่ในปัจจุบันของท่านดูว่า…ช่องทางใดที่ควรเลิกใช้ได้แล้ว และช่องทางใหม่ๆช่องทางใดที่ควรเริ่ม ถ้าต้นทุนไม่สูงและน่าลองใช้) หรือจะใช้หลากหลายช่องทางผสมผสานกัน หรือถ้าจำเป็น ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่อาจจะสูงในช่วงแรก (แต่ต้องไม่สูงจนถึงขั้นขาดทุนมากมาย) ก็ยังพอมีทางที่จะคุ้มทุนในระยะกลางและระยะยาวได้ก็ต้องทำเรื่องง่ายๆที่ยากที่สุดในขั้นต่อไปให้ได้ก็คือ….
@เรื่องง่ายๆที่ยากที่สุดเรื่องที่สอง ก็คือ การรักษาลูกค้า…เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ แต่ส่วนมากไม่รู้วิธีการหรือใช้วิธีการผิดๆ! เช่น ลงระบบ CRM โดยเน้นSoftware เลิศหรู แต่มองข้ามทักษะของพนักงานที่ยังคงใช้ทักษะแย่ๆ ทักษะเดิมๆในการไล่ลุกค้าทุกวันในทุกช่องทาง !
@ แต่เรื่องที่ยากกว่านั้นไปอีกหนึ่งขั้นก็คือ “ต้องรู้ว่า ลูกค้าประเภทใดที่ควรรักษา และลูกค้าประเภทใดที่ควรดีใจที่เลิกใช้บริการกับเรา” […]
Share on Facebook
ในเมื่อการเปลี่ยนแปลงยังเป็น “ยาขม” สำหรับคนส่วนใหญ่ การเติมน้ำตาลให้ยานั้นกินง่ายขึ้นก็เป็นเรื่องจำเป็นครับ ซึ่งในคราวที่แล้วผมเกริ่นไว้ 1 ข้อถึงการปรับตัวของบริษัทหรือธุรกิจด้วยการเริ่มปรับทีละน้อยๆ
เพราะถ้าปรับใหญ่ครั้งเดียวอย่างเด็ดขาดและรุนแรงแล้วละก็ เราอาจได้รับผลกระทบกลับมาอย่างรวดเร็ว จนอาจบานปลายกลายเป็นการต่อต้านอย่างที่เรานึกไม่ถึง ตรงกันข้ามกับการเปลี่ยนแปลงจากหน่วยเล็กๆ ที่รวมกันแล้วได้ผลที่ยิ่งใหญ่เหมือนๆกัน
วันนี้มาต่อกันอีก 4 ข้อที่เหลือนะครับ เริ่มจากข้อ 2 คือ การเฟ้นหา “ผู้นำตัวจริง” ให้ได้เพราะมีส่วนสำคัญมากกับเปลี่ยนแปลงบริษัท เพราะผู้นำจะมีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวใจคนอื่นๆให้เปิดรับการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดีที่สุด
ปัญหาก็คือผู้นำในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุด หรือผู้ที่มีอาวุโสสูงสุด แต่เป็นใครก็ได้ที่แอบแฝงอยู่ตามแผนกต่างๆ ที่แม้จะไม่มีตำแหน่งสำคัญอะไร แต่เขาก็ได้รับการยอมรับจากคนในแผนก หรือในหน่วยงานส่วนใหญ่
“ผู้นำตัวจริง” เหล่านี้แม้จะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการชี้นิ้วสั่งใครๆ แต่ก็มีอิทธิพลทางความคิด และมีความสนิทสนมเป็นกันเองกับพนักงาน จนมีบทบาทเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ในการนำการเปลี่ยนแปลงของบริษัท
บทบาทสำคัญของเขาที่เราต้องพึ่งพาก็คือการสร้างความเข้าใจให้คนส่วนใหญ่เห็นความจำเป็นและประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลง และโน้มนำความคิดให้ไปในทางเดียวกัน ที่สำคัญพวกเขาจะเป็นประตูในการสื่อสารความคิดเห็นต่างๆกับพนักงานได้อีกด้วย
ข้อ 3. ถึงผมจะให้ความสำคัญกับ “ผู้นำตัวจริง” อยู่บ้าง แต่กับ “สุดยอดผู้นำ” ที่เราเคยเห็นความสำเร็จของเขามาก่อนเช่น แจ็ค เวลช์ แห่งจีอี หรือคาร์ลอส โกส์น แห่งนิสสัน ที่เป็นหัวจักรในการขับเคลื่อนบริษัทผ่าวิกฤต ผมกลับไม่คิดว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญนักในทุกวันนี้
ผมคิดว่าเราน่าจะผ่านเลยยุคที่มี “สุดยอดผู้นำ” เพียงคนเดียวที่ตะลุยเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในบริษัทไปแล้ว แต่เข้าสู่ยุคที่ต้องใช้พลังของพนักงานทุกคนเป็นแรงขับเคลื่อน เพราะไอเดียของผู้นำไม่กี่คนเทียบไม่ได้กับไอเดียของพนักงานทั้งหมดที่หลอมรวมกัน
ที่สำคัญไอเดียของ “สุดยอดผู้นำ” แต่ละคนในเวลานี้อาจก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงได้ หากเป็นไอเดียที่ไม่ได้องการทำงานจริงจากพนักงานที่ทำงานในด่านหน้า […]
Share on Facebook
ถึงเราจะอยู่ในโลกที่ดูไม่ค่อยจะเสมอภาคกันสักเท่าไรนัก เพราะความแตกต่างของคนรวยกับคนจนและประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจน ที่มีมากขึ้นทุกวันๆ ทำให้ความเสมอภาคดูลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่าความเสมอภาคนั้นมีอยู่จริงๆ ครับ
ลองคิดดูว่าหากพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ก็น่าจะเฉลี่ยคนไปสู่ประเทศต่างๆ ได้ใกล้เคียงกัน ทั้งคนเก่ง คนไม่เก่ง คนดี คนไม่ดี ซึ่งแต่ละประเทศก็น่าจะมีอัตราส่วนของคนเก่งต่อคนปกติธรรมดาใกล้เคียงกัน
ซึ่งดูแล้วก็น่าจะจริง เพราะคนที่เก่งในระดับอัจฉริยะเทียบกับคนปกติ ในแต่ละประเทศก็มีจำนวนแตกต่างกันไม่มากนัก ซึ่งประเทศขนาดใหญ่ที่มีประชากรเยอะน่าจะได้เปรียบกว่า แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็น่าจะมีแต่อเมริกาประเทศเดียวเท่านั้นที่ได้เปรียบ
ในขณะที่ประเทศใหญ่ ประเทศอื่นเช่น จีน อินเดีย กลับไม่ได้อานิสงส์จากความใหญ่ของประเทศตัวเองสักเท่าไรนัก เพราะจำนวนคนเก่งที่มี แม้จะมากกว่าประเทศเล็ก แต่ก็อาจใช้เป็นข้อได้เปรียบในการสร้างชาติไม่ได้
ในคราวที่แล้วผมเขียนไว้ถึงเรื่อง Groupware Knowledge ที่เน้นการสร้างระบบให้บริษัทสามารถสร้างคนเก่งๆ ออกมาได้มากที่สุด ซึ่งจะขยายไปจนถึงระดับประเทศก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ในวันนี้ ผมคงต้องขอสรุปประเด็นในเรื่องนี้อีกสักครั้ง เพราะทุกวันนี้เราคงเห็นแล้วว่าการมีคนเก่งมาร่วมงานด้วยนั้นไม่ได้รับประกันถึงความสำเร็จใดๆ หากเราไม่สามารถต่อยอดให้คนเก่งนั้นได้แสดงฝีมือ และสร้างคนเก่งรุ่นใหม่ๆเข้ามาให้บริษัทได้
หัวใจสำคัญของการสร้าง Groupware Knowledge ก็คือการสร้างขั้นตอนต่างๆ ระบบ ระเบียบ หรือกระบวนการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน ที่ได้จากการบ่มเพาะประสบการณ์และฐานความรู้ของบริษัท ที่ช่วยให้พนักงานธรรมดาๆก็สามารถทำงานได้เก่งเหมือนกับหัวกะทิของบริษัท
วิธีนี้ก็เหมือนกับการโคลนนิ่งคนเก่งออกมาให้มากที่สุด เพื่อจะได้มีคนช่วยคิด วิเคราะห์ วางแผน และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ป้อนให้กับตลาดได้อย่างต่อเนื่อง แทนที่จะรอแต่คนเก่งๆ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น
และเมื่อคนธรรมดาๆ ถูกยกระดับขึ้นมาได้ สุดท้ายบริษัทก็จะมีแต่คนเก่งๆ เข้ามาร่วมงาน จนบุคลิกของพนักงานรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยเก่ง ความเฉลียวฉลาด ก็ค่อยๆ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม