Performancing Metrics

Custom Search

ศึกชิงพ่อเมืองกรุงเทพฯ สีสันการตลาดยกแรกไม่เด่นแต่คึก



Donate

       แม้เพิ่งจับฉลากได้หมายเลขผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครไปเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา แต่เพียงไม่กี่วันป้ายหาเสียงพ่อเมืองก็เกลื่อนทั่วกรุง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระยะเวลาในการเสียงค่อนข้างกระชั้นแค่เดือนเศษๆ เท่านั้น
       

       หากสังเกตในช่วงเวลานี้ป้ายหาเสียงของ ดร.แดน เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เบอร์ 2 ถือว่ามาแรงกว่าผู้สมัครรายอื่น เห็นได้จากจำนวนป้ายที่ปูพรมค่อนข้างทั่วถึงทุกถนน ไปไหนมาไหนจะเห็นป้ายสีเขียวใบไม้ดูสบายตาให้เพียบ พร้อมด้วยนโยบายแก้ปัญหาของกรุงเทพฯที่ออกมาเป็นชุดๆ ไม่ว่าจะเป็น ความปลอดภัยของสตรีต้องมาก่อน, เด็ก กทม. SAY HI ได้หายห่วง, วัยรุ่น เลิกเซ็ง ด้วย WIMAX 75mbps, ยืนรอรถเมล์ทำไมให้เมื่อย รถเมล์มาตามนัดด้วย GPS, ขยะล้นถัง สั่งเก็บได้, หนู…ลาจาก แมงสาบ ลาตาย, วัยรุ่น (เลิก) เซ็ง ด้วยการทำ T ZONE FOR TEEN เปลี่ยนที่รกร้างเป็นที่สันทนาการสำหรับเยาวชน และอื่นๆ
       
       นโยบายการแก้ปัญหาที่มีจำนวน 10 เรื่องนี้ถือว่าเป็นหมัดชุดที่ส่งออกมาเป็นระลอกสอง หลังจากในช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้าจะมีการรับสมัครผู้ว่ากทม.อย่างเป็นทางการ ดร.แดน เคยยิงหมัดหนึ่งสอง ด้วยประโยคที่ว่า “ปัญญา” แก้ไขทุกสิ่ง ผมขออาสาใช้ปัญญาทำงานเพื่อกรุงเทพของเรา” ด้วยการใช้สื่อที่เป็นแบนเนอร์ล่วงหน้ามาก่อนผู้สมัครรายอื่น และสามารถสร้างการรับรู้ให้กับผู้คนได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ยังไม่เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะใช้ “ปัญญา” แก้ไขปัญหาของกรุงเทพฯ ด้วยวิธีใด
       
       การเริ่มต้นชิงเปิดตัวของ ดร.แดน อาจเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับ “เสี่ยอ่าง” ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ที่ขึ้นป้ายแนะนำตัวเสียงก่อนเสนอตัวชิงผู้ว่าอย่างเป็นทางการ
       
       เมื่อระฆังการแข่งขันดังขึ้น พร้อมๆกับที่ทุกคนได้หมายเลขประจำตัวผู้สมัครไปแล้ว ศึกชิงผู้ว่าอย่างเป็นทางการก็ระอุขึ้นทันที นอกจากป้ายของดร.แดนแล้ว ก็มีป้ายของอดีตพ่อเมือง อภิรักษ์ โกษะโยธิน ภายใต้เสื้อคลุมของพรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 5 กับสโลแกนการหาเสียงที่ว่า “เราทุ่มเทเพื่อคนกรุงเทพ” กับ “เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนกรุงเทพ” เป็นภาพอภิรักษ์ขี่จักยาน และภาพล่องเรือชี้ไปที่อะไรสักอย่าง
       
       ขณะที่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง “ชูวิทย์” ที่ครั้งนี้ได้หมายเลข 8 มาพร้อมป้ายโปสเตอร์พื้นหลังสีดำ มีภาพของอันโดดเด่นของผู้สมัครยืนแยกเขี้ยวถือกล้องส่องทางไกล ข้างล่างของภาพมีสโลแกนว่า “ผมมองเห็นปัญหา ให้โอกาสชูวิทย์” ซึ่งในแง่ของการตลาดถือว่าได้คะแนนเต็ม 10 ในแง่ของข้อความที่สั้น และชัดเจน แต่สอบตกในเรื่องของไม่สามารถสื่อความหมายให้กับประชาชนสัมผัสได้ เพราะคนกรุงทุกคนล้วนรู้ว่ากรุงเทพฯมีปัญหาอะไรเหมือนกับที่ชูวิทย์รู้ แต่ชูวิทย์กลับไม่นำแนวทางในการแก้ปัญหามานำเสนอ
       
       ต่างจาก ดร.แดน ที่นำแนวทางแก้ปัญหามานำเสนอให้โดดเด่นกว่าตัวบุคคลที่ทำท่าพับแขนเสื้อ ประหนึ่งว่าหากได้รับเลือกตั้งเมื่อไรก็พร้อมจะลงมือทำงานได้ทันที
       
       ขณะที่ลีนา จังจรรยา หรือลีน่าจัง หลังจากที่อกหักจากการสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากมท.คราวที่แล้วที่ใช้สโลแกนหาเสียงว่า ลีน่า มาจ๊ะจรรจา มาจ๊ะจรรจา มาจ๊ะ เบอร์ 6 แต่ถูกสอยไปก่อน เนื่องจากมีการร้องเพลงเต้นรำ บนพื้นที่ด้านหลังรถกระบะที่ใช้หาเสียงบริเวณสยามสแควร์ คณะกรรมการเลือกตั้งจึงมีมติถอดถอนเธอ จากการลงเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ. เลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา 57 (3) ว่าด้วยการจัดงานมหรสพ หรืองานรื่นเริง
       
       มาครั้งนี้เธอจับสลากได้หมายเลข 7 ลุยสนามเลือกตั้งด้วยสโลแกนที่ว่า “ผู้หญิงมีต่อความชั่วน้อยกว่าผู้ชาย” แม้จะถูกมองว่าเป็นไม้ประดับเหมือนการลงเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา แต่เมื่อพิจารณาจากความจริงใจในการหาเสียงแล้วอาจเรียกได้ว่าไม่แพ้ผู้สมัครคนใด เห็นได้จากป้ายหาเสียงที่อาจจะไม่มากเท่ากับ ดร.แดน เท่ากับชูวิทย์ หรือเท่ากับอภิรักษ์ เนื่องจากมีงบประมาณในการหาเสียงเพียง 1.5 ล้านบาท จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเลือกวางโปสเตอร์ในพื้นที่ที่เป็นจุดสำคัญๆอย่างห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งชุมชน จะเห็นโปสเตอร์หาเสียงของเธอแทรกตัวอยู่อย่างโดดเด่น พร้อมชูนโยบายเรื่องสร้างถนน 2 ชั้นทั่วกรุงเทพ เรื่องที่จอดรถฟรี และเรื่องตั๋วอัจฉริยะที่สามารถโดยสารได้ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้าบีทีเอส และเรือ
       
       นักวิชาการด้านการตลาด และการสื่อสาร อย่าง ชลิต ลิมปนะเวช คณบดี คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค กล่าวกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ว่า การเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯในช่วงโค้งแรกยังไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก เนื่องจากป้ายโฆษณาของแต่ละคนไม่ค่อยเคลียร์คัท อีกทั้งผู้สมัครมีเพียงไม่กี่คน ทำให้สามารถฟันธงได้เลยว่าอภิรักษ์เป็นผู้ว่าแน่นอน
       
       หากพิจารณาการประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานครในเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งนี้จะเห็นว่าน้อยมาก หลายคนแทบไม่รู้ว่าการเลือกตั้งจะมีในวันที่ 5 ตุลาคมที่กำลังจะถึงนี้ แม้จะมีการประชาสัมพันธ์แต่ก็ไม่ค่อยจะดีนัก เท่าที่เห็นส่วนมากจะเป็นโฆษณาทางโทรทัศน์ และในช่วงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน ส่วนคนที่อยู่บ้านก็มักเป็นแม่บ้าน
       
       “ คนกรุงเทพฯที่ดูทีวีคือพวกแม่บ้าน ขณะที่นักธุรกิจ หรือนิสิต นักศึกษา ที่เริ่มมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งจะอ่านหนังสือพิมพ์ หรือใช้สื่ออินเทอร์เน็ตมากกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จึงดูเหมือนว่าผู้ว่าฯ คนเก่าน่าจะได้เปรียบ เหมือนกับคุณใช้สินค้า แล้วมีสินค้ายี่ห้อใหม่ออกมาแต่ไม่ค่อยได้โฆษณา หรือไม่เห็นโฆษณา เขาก็จะนึกถึงสินค้าตัวเก่าก่อน”
       
       กลับมาที่กลยุทธ์การหาเสียงของ ดร.แดน อีกครั้ง หากพิจารณานโยบายที่ใช้ในการหาเสียงแล้วอาจเรียกได้ว่ามุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มใหญ่คือ 1.กลุ่มผู้หญิง 2.กลุ่มวัยรุ่น เป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มหลังเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีความจงรักภักดีกับพรรคการเมือง หรือผู้สมัครคนใด จึงมีสิทธิ์ที่จะกวาดคะแนนกับคนกลุ่มนี้ได้ค่อนข้างมาก และเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ให้มากยิ่งขึ้น จึงได้เปิดเว็บไซต์ www.drdancando.com เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวด้วย โดยในเว็บจะมีนโยบายของดร.แดนที่ตอบสนองคนทุกกลุ่มตั้งแต่ เด็กเล็ก ผู้ชาย ผู้หญิง คนชรา ไปจนถึงคนทำงานทุกระดับตั้งแต่นักธุรกิจไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเชื่อว่านโยบายในชุดหลังน่าจะมี message ไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพ่อค้า แม่ขายด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังมี hi 5 dr.dan และ hi 5 dr.kriengsak อีกด้วย
       
       ขณะที่หล่อเล็กอย่างอภิรักษ์ นอกจากจะมีโปสเตอร์แล้วยังมีช่องทางเว็บไซต์ www.futurebangkok.net hi 5 และ facebook เพื่อสื่อสารกับคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน หน้าแรกของเว็บเพจจะเป็นภาพของอดีตผู้ว่าคนล่าสุดพร้อมคำขวัญที่ว่า “เลือกอภิรักษ์ เลือกกรุงเทพแห่งอนาคต ร่วมฝัน ร่วมสร้าง อนาคตกรุงเทพร่วมกัน” ในเว็บจะมีรายบละเอียดของ 6 นโยบายหลัก อาทิ นโยบายเศรษฐกิจ นโยบายจราจร นโยบายด้านคุณภาพชีวิต นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านเด็กและการศึกษา และ 5 นโยบายหลักเร่งพัฒนาให้ต่อเนื่อง รวมถึงโปรแกรมการออกหาเสียงยังพื้นที่ต่างๆ
       
       ส่วนผู้สมัครคนอื่นอย่างชูวิทย์ และลีน่าจัง ถึงเวลานี้ยังเน้นสื่อโปสเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อว่าเวลานี้ผู้สมัครทุกคนคงเตรียมสื่ออื่นๆไว้เพียบพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สื่อแผ่นพับเพื่อแจกแจงนโยบายของตนอย่างละเอียด หรือโปสการ์ดที่มีใบหน้าของผู้สมัครพร้อมนโยบายอย่างย่อ เพื่อใช้ในยามเดินสายเข้าไปแนะนำตัวแต่ละพื้นที่ เช่นกรณีของอภิรักษ์ที่ได้จัดทำแผ่นพับนโยบายหาเสียงที่ใส่รายละเอียดค่อนข้างมากถึง 11 ข้อ อาทิ
       
       จัดหน่วยพยาบาลกทม.เคลื่อนที่เยี่ยมบ้านและที่ทำงาน ตามโครงการ“สุขภาพดีถึงที่บ้าน” (Home Healthcare) และ “สุขภาพดีถึงที่ทำงาน” ( Office Healthcare) โดยจะกำหนดให้บุคลากรด้านสาธารณสุข ของกทม. ออกเยี่ยมบ้านและที่ทำงานเพื่อให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพรวมทั้งการตรวจสุขภาพฟรีให้กับผู้ป่วยสูงอายุที่อยู่ตามบ้านและไม่สามารถเดินทางมารับการรักษาได้
       
       ขยายเครือข่ายดูแลสุขภาพร่วมกับภาครัฐ ( สปสช, สสส ) เอกชน (รพ.เอกชน,ร้านขายยาทั่ว กทม. ) และประชาชน ( อสส. 28,000 คน ดูแลสุขภาพประชาชน 1,700 แห่งทั่ว กทม. ) ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่งของกทม.ให้ได้มาตรฐานทางการแพทย์ HCA( Health Center Accreditation) พร้อมปรับภาพลักษณ์การให้บริการในทุกมิติ ทั้งด้านบุคลากรและการรักษา ตลอดจนคุณภาพยา เสร็จสิ้นภายในปี 2552 เป็นต้น
       
       “ข้อความต่างๆที่อดีตผู้ว่าส่งมาเหมือนกับบอกว่า ในช่วงเวลา4 ปีที่ผ่านมาการเป็นผู้ว่ากทม.ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากเจอการเมืองแทรกแซง ดังนั้น จึงควรให้โอกาสกับเขาเพื่อดำเนินการในโครงการต่างๆที่ยังค้างคาอยู่ ไม่ว่าจะเป็น บีอาร์ที หรืออื่นๆ” นักสังเกตการณ์การเมืองรายหนึ่งให้เหตุผล
       
       จากการที่กกต.ได้จำกัดงบประมาณในการเลือกตั้งไว้ อีกทั้ง
       ระยะเวลาในการหาเสียงมีค่อนข้างจำกัด ทำให้การทำคะแนนเสียงในช่วงนี้จึงออกมาในรูปของการใช้สื่อโปสเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้ให้มากที่สุด ตามด้วยการออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้สมัครทุกคนขาดไม่ได้ก็คือ การจัดอีเวนต์ หรือการเดินสายเพื่อพบปะผู้คนโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังเป็นรอง เช่น การเดินสายของชูวิทย์ที่ลงพื้นที่หาเสียงกับผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส เริ่มจากสถานีนานา – สถานีซอยอารีย์
       
       การลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดนัดซอยทวีมิตร ถนนพระราม 9 ของประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 ที่ภูมิใจนำเสนอโดยพรรคพลังประชาชน แม้ขณะนี้ยังไม่มีโปสเตอร์หาเสียงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็ตาม แต่เชื่อว่าอีกไม่นานป้ายหาเสียงของอดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยก็คงจะพรึ่บทั่วกรุงเช่นเดียวกับผู้สมัครคนอื่นๆ และเชื่อว่าสีสันที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวคงไม่พ้นสีแดงเป็นแน่






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>