การเมืองและเศรษฐกิจไทย ชั่วโมงนี้ผูกกันแน่นแยกไม่ออก เมื่อการเมืองไม่คลี่คลาย เมื่อม็อบพันธมิตรฯได้คืบจะเอาศอกตลอดเวลา เศรษฐกิจไทยก็มีค่าเพียงตัวประกันที่ถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา แม้จะไม่ถึงกับถูกผ้าปิดตา อุดปาก แต่ไม่ว่าตะโกน สุดเสียงขนาดไหน ทั้งซีกการเมืองและพันธมิตรฯยังไม่มีทีท่าจะหันมาสนใจ แม้แต่น้อย
ทั้งสองฝ่ายเอาแต่พร่ำบอกว่า ตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้อง ชอบธรรม ใครคิดอ่านอย่างอื่นถูกจับโยนไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม
เมื่อเป็นแบบนี้หายนะรออยู่แค่เอื้อมเท่านั้น
ลองดูตัวเลขเหล่านี้ดู
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ หอการค้าไทย ประเมินผลกระทบอันเนื่องจากการเมืองใน 3 ระดับ กรณีแรก สถานการณ์สิ้นสุดลงทันทีจะสร้างความ เสียหายให้เศรษฐกิจ 19,000-35,000 ล้าน กระทบจีดีพี 0.2-0.37% กรณีที่ 2 ถ้าสิ้นสุดในเดือนกันยายน-ต้นตุลาคม จะเสียหาย 40,000-62,000 ล้าน จีดีพีลดลง 0.42-0.65% กรณีที่ 3 ถ้าหากยังรุนแรงและยืดเยื้อจะเสียหายถึง 73,000-130,000 ล้าน กระทบ 0.76-1.33% ทำให้จีดีพี ปี 2551 อยู่ที่ 4.5-4.8% เท่านั้น
มาดูการส่งออกกัน
ศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศประเมินว่า ที่ผ่านมาผู้ส่งออก 55.2% ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองบ้างแล้ว โดยเฉพาะการปิดตายท่าเรือคลองเตย 3 วัน สร้างความเสียหายต่อ ภาคการส่งออกคิดเป็นมูลค่า 338 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 11,584 ล้านบาท คิดเป็น 0.2% ทำให้การส่งออกปี 2551 ขยายตัวเหลือ 18.8% จากเป้าหมาย ที่วางไว้ที่ 20%
นี่คือผลกระทบในเบื้องต้นยังไม่นับรวมหากสถานการณ์ลุกลาม
มองไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่ง ที่ผ่านมาประคับประคองเศรษฐกิจไทย เอาไว้
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า จากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ถึงขณะนี้ได้สร้างผลกระทบทำให้จำนวน นักท่องเที่ยวลดลงจากช่วงเดียวกันใน ปีที่แล้ว 25% มีประเทศต่างๆ ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาบ้านเราแล้ว กว่า 23 ประเทศ
ททท.คาดการณ์ผลกระทบด้านการ ท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจไว้ใน 3 ระดับเช่นกัน
ระยะสั้น เหตุการณ์จบภายในวันที่ 20 กันยายนนี้ นักท่องเที่ยวจะลดลง 247,438 คน สูญเสียรายได้ 9,403 ล้านบาท ระยะกลาง เหตุการณ์ยุติภายใน 30 กันยายน นักท่องเที่ยวจะหายไป 318,054 คน สูญเสียรายได้ 12,086 ล้านบาท และระดับสุดท้าย หากยืดเยื้อไปถึงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน นักท่องเที่ยวจะหายไปถึง 841,029 คน สูญเสียรายได้ 31,960 ล้านบาท
จากเป้าหมายการท่องเที่ยวในปีนี้ที่ คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 6 แสนล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 15 ล้านคน
ไม่ต้องพูดถึงตลาดหุ้นที่อ่อนไหวกว่าทุกๆ เซ็กเตอร์
เท่าที่สอบถาม นักลงทุนต่างชาติยังกังวลกับปัญหาทางการเมืองเหมือนเดิม และมองว่าในเมื่อกลุ่มพันธมิตรฯยังไม่ยอมรามือ สภาพเศรษฐกิจคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากก่อนหน้านี้ เป็นเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติคงไม่ได้ไหลเข้ามาลงทุนให้เห็นในช่วงนี้อย่างแน่นอน
สุดท้ายก็คือภาคการเงิน
ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า ความกังวลของสมาคมในขณะนี้คือสภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้นจากกระแสเงินที่ไหลออกอย่างต่อเนื่อง
ไม่ต้องบอกพอจะรู้ได้ไม่ยากว่าเงินที่ไหลออกนั้น ไหลออกไปจากตลาดหุ้น มากกว่าช่องทางอื่นๆ หลังจากตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไปแล้วถึง 1.12 แสนล้านบาท
น้อยเสียเมื่อไหร่
น่าสนใจ (หรือจะน่าเศร้าใจดี) คนกลุ่มหนึ่งยืนยันจะรักษาอำนาจของตัวเองเอาไว้ โดยไม่สนใจเสียงท้วงติง ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา กับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยืดอกว่าคือ good guy (เป็นคนดี สุดชีวิต) ยอมถวายตัวเพื่อชาติ หวังสร้างระบอบการเมืองใหม่ ให้หลุดพ้นจากการเมืองแบบเดิม แม้เจตนาจะดู (เหมือน) ดี แต่คนกลุ่มหลังนี้กลับใช้วิธีของ bad guy (ยึดทำเนียบ-หนีหมายจับ-หยุดงานเพื่อชาติ) สร้างความเสียหายไปทั่ว
ถามว่า คนทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน ที่ตรงไหน หรือก็คือๆ กัน พอๆ กัน รัก “ชาติ” แต่ปากทั้งคู่ ?
โดย พัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม