ทันทีที่หลุมดำก่อตัวขึ้น มันจะแผ่พลังงานออกมาอย่างมหาศาล
เช่นเดียวกับอนุภาคของ “4 รัฐมนตรี” ในกลุ่มดาวเคราะห์ ที่โคจรรอบตัวกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ในพรรคพลังประชาชน (พปช.)
ที่ถูกปรามาสจาก “ดาวดวงอื่น” ในพรรคเดียวกันว่า เป็นเพียง “กลุ่มหลุมดำ”
แต่เมื่อ “4 รัฐมนตรี” แสดง “พลังงาน” ก็มักส่งผลให้เกิดแรงโน้มถ่วงเหวี่ยงดึง ให้ทุกกลุ่ม ทุกก๊ก ในพรรค พปช.ต้องเหวี่ยงตาม
เพราะการหลอมรวมของ ส.ส.จำนวนแน่นอน ชัดเจน พร้อมเพรียงทุกที่ ทุกเวลา ทั้ง 96 คน เปล่งประกายแสงรวมกันทำให้ “4 รัฐมนตรี” ในหลุมดำ กลายเป็น “กลุ่มดาวฤกษ์”
ทั้งนายสุพล ฟองงาม รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายพงศกร อรรณนพพร รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายธีระชัย แสนแก้ว รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
จึงเจิดจรัสแผ่รังสีทั่วทั้งภาคอีสาน ทั้งสาดแสงในพรรค แผดเสียงในสภาผู้แทนราษฎร และสะท้อนสีสันจัดจ้านในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
เพราะแกนกลางของ “4 รัฐมนตรี” สามารถชิงพื้นที่ ส.ส.มาได้ระดับ “ยกทั้งจังหวัด” ทั่วทั้งในอีสานเหนือ และอีสานใต้
ทำให้มีอานุภาพเนรมิต จ.อุดรธานี “เมืองหลวง” ของบรรดา “4 รัฐมนตรี” ให้กลายเป็น “ทำเนียบรัฐบาล” แห่งที่ 2 ได้ภายในชั่วข้ามคืน
ภายใต้การเห็นชอบของ “ดาวฤกษ์ใหญ่” อย่าง “สมัคร สุนทรเวช” และ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยมี “ลูกพี่ใหญ่” อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” เป็นตัวเชื่อม
บทสนทนาของ “4 รัฐมนตรี” ที่เกี่ยวข้องกับ “ลูกพี่” ซึ่งเป็นทั้ง “เบ้าหลอม” และเป็นที่ปรึกษาให้กับ ส.ส. “กลุ่มเพื่อนเนวิน” มักไปในทิศทางหลักเดียวกัน
“4 รัฐมนตรี” ปฏิบัติบูชา “ลูกพี่” ด้วยเหตุผลเพราะ “ความเขี้ยวคม” และมี “เทคนิค” กลยุทธ์ในการเจรจาความเมือง
ที่สำคัญคือเป็นคนที่มีวิธีในการ “ฉากเข้า-ฉากออก” แบบรู้จังหวะการเต้นของหัวใจในกลเกมการเมือง
เพราะความใกล้ชิดกับ “ลูกพี่เนวิน” ระดับ เปิดห้องใหญ่ในโรงแรมหรู รับประทานอาหาร สนทนาลับคมเขี้ยวการเมืองกันทุกสัปดาห์ ทำให้ทั้ง “4 รัฐมนตรี” กับอีก “96 ส.ส.” พูดภาษาเดียวกัน
แม้จะปฏิเสธต่อสาธารณะว่า พวกเขาไม่เคย “ต่อรอง” แบบ “รุกฆาต” แต่สิ่งที่พวกเขายื่นความจำนง ล้วนเป็นข้อเสนอที่ “ไม่สามารถปฏิเสธได้”
กลวิธีในการรวมพลแบบต้นตำรับ “โล่มนุษย์” นั้นแยบยล ระดับที่การ “เป่านกหวีด” ที่เมืองหลวงต้องตั้งรับ
ทุกคลื่นสถานีวิทยุชุมชน ทุกความถี่ ผนึกกับสถานีโทรทัศน์ช่อง “สีแสง” และทุกเครือข่ายระดับหมู่บ้าน ทุกแนวรบระดับควบคุม เปิด-ปิด “ท่อน้ำเลี้ยง” ล้วนเตรียมพร้อมเคลื่อนจากชนบทมา “ล้อมเมือง”
รวมพลกับการ “ตั้งทีม” อย่างเป็นระบบ สำหรับการ “เคลื่อนไหว” แบบรุกรบ ในสภาผู้แทนราษฎร และสร้างแนวต้าน “ดาวดวงอื่น” สนับสนุนให้ “4 รัฐมนตรี” มีเก้าอี้ที่แข็งแกร่งมั่นคง
…สัมพันธภาพใน “หลุมดำ” ซึ่งเป็นบริเวณในอวกาศ ที่สสารถูกกดอัดอย่างแรง จนแม้แต่แสงก็ไม่สามารถเอาชนะแรงดึงดูดขนาดมหาศาลนี้ ออกมาข้างนอกได้…
แทบทุกความเคลื่อนไหวของ “ดาวดวงอื่น” ล้วนอยู่ในวงโคจรของ “4 รัฐมนตรี”
ทั้งการ “โหวตเพื่อชาติ” ให้ “สมัคร” กลับมาเป็น “นายกรัฐมนตรี” รอบ 2
ทั้งการวางหมากการเมือง แสดงท่าทีต่อการกลับมาดำรงอยู่ของ “สมัคร 2/1″
ทั้งการตั้งเข็มทิศเพื่อการเคลื่อนตัว ย้ายวงโคจรไปสังกัด “พรรคเพื่อไทย”
ล้วนมี “ธงคำตอบ” ที่เป็นแรงเหวี่ยง ดึงให้พวก “ดาวฤกษ์” ในพรรคต้องหมุนคล้อยตาม
เพื่อแก้ปัญหา “สุญญากาศอำนาจ” วงโคจรของกลุ่ม “4 รัฐมนตรี” และคณะ จึงต้องรวมตัว รวมหัว รวมมือ รวมเสียง เพื่อแสดงพลัง “รับสมัคร” กลับคืนสู่อำนาจ
ก่อนที่จะเร่งดีกรีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในหมวดที่ว่าด้วย “เขตเลือกตั้ง” ให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 5 เดือน จากนั้นก็ “ลาโรง” เก็บฉาก “พลังประชาชน” แล้วบ่ายหน้าสู่ “พรรคเพื่อไทย” ไปพร้อมๆ กัน
แต่ในประวัติย่อของกาลเวลา ไม่ใช่จะมีเพียงแต่เรื่อง “หลุมดำ” หรือการวมตัวของ “ดาวเคราะห์” และวงโคจรของ “ดาวฤกษ์” เช่น “4 รัฐมนตรี-สมัคร-เนวินและทักษิณ”
หรือดาวดวงอื่นอย่าง “สุดารัตน์-พงษ์ศักดิ์-ยงยุทธ” เท่านั้น
ทว่ายังมี “กระบวนการยุติธรรม” ในนามของ “ตุลาการภิวัตน์”
ดังนั้นอีกไม่นาน อาจมี “ดวงดาว” บางดวงหายไปจาก “เอกภพ” และ “กฎของสัมพันธภาพ” ไม่สามารถใช้อธิบายเรื่อง “อดีต” และทำนาย “อนาคต” ได้อีกต่อไป
คอลัมน์ “มนุษย์การเมือง”
โดย อิสรินทร์ หนูเมือง isuans@yahoo.com
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม