![]() |
Miracles happen everyday, change your perception of what a miracle is and you”ll see them all around you.
Jon Bon Jovi
เด็กๆ กับการฉี่รดที่นอนเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้
ไม่ใช่แค่พ่อแม่เท่านั้นที่ห้ามเด็กไม่ได้ เชื่อเถอะว่าในวัยขนาดนั้นแม้แต่ตัวเด็กเองก็ยังนึกไม่ออก และยังไม่รู้ด้วยเหมือนกันว่าจะห้ามตัวเองไม่ให้ฉี่รดที่นอนได้ยังไง
บ้านเรามีพี่น้องทั้งหมด 3 คน วัยไล่เลี่ยกัน ฉันแก่กว่าน้องชายคนรอง 3 ปี ส่วนน้องชาย
คนรองอายุห่างจากน้องชายคนสุดท้องเพียงแค่ 300 วันหน่อยๆ นับกันจริงๆ แล้วยังไม่ทันถึงปีดีด้วยซ้ำ เด็กผู้ชาย 2 คนนี้อายุใกล้กัน แถมหน้าตายังเหมือนกันเดี๊ยะ จนเวลาไปไหนใครต่อใครมักจะทักว่าแม่มีลูกชายฝาแฝด
เมื่อ 20 กว่าปีก่อน บ้านเก่าของเราเป็นบ้านชั้นเดียวบนพื้นที่กว้าง มีแค่ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ กับอีก 1 ห้องครัว ส่วนห้องดูทีวีไปอยู่รวมกับห้องรับแขกและห้องกินข้าว ตกเย็นลูก 3 คนจะนั่งทำการบ้านด้วยกันบนโต๊ะกินข้าว เสร็จแล้วกินข้าวเย็นด้วยกัน พออิ่มเรียบร้อยขยับก้นไปอีกไม่กี่ฟุตก็จะได้ดูทีวี หลังจากนั้นพอตกกลางคืนเรา 3 พี่น้องจะถูกจับมานอนเรียงกันเป็นปลาทูเข่งอยู่หน้าเตียงพ่อกับแม่
ส่วนห้องน้ำในบ้านจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องนอน ใครเกิดปวดห้องน้ำกลางดึกและต้องออกมาทำธุระ ทุกคนจะต้องมะงุมมะงาหราคลำทางผ่านตู้เย็นทะลุห้องครัว อ้อมโต๊ะกินข้าวถึงจะไปเข้าห้องน้ำได้ ไม่อย่างนั้นเป็นอันว่าหมดสิทธิ์
ตอนเป็นเด็กฉันจึงทั้งเกลียดและกลัวการเข้าห้องน้ำกลางดึก
ถึงตอนนี้ฉันมั่นใจว่า ในเวลานั้นน้องชาย 2 คนซึ่งยังเป็นเด็กเล็กๆ ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน จำได้ว่าฉันเคยโดนตีเพราะเรื่องฉี่รดที่นอนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ต่างอะไรกับเจ้า 2 คนนั่น…
ฉันไม่รู้ว่าเหตุผลของทั้ง 2 คนเป็นอย่างไร แต่สำหรับฉันที่คิดว่าพอรู้อะไรบ้าง เหตุผลมีอยู่ประการเดียวเท่านั้น คือ “ยังไงๆ…ให้ยอมโดนตี ก็ยังดีกว่าโดนผีหลอก”
สมัยนั้นแม่ยังแข็งแรงและมีเวลาเยอะ แม่ไม่นิยมซื้อเสื้อผ้าสำเร็จให้ลูก แต่นิยมตัดชุดให้ลูกเอง โดยเฉพาะชุดนอน
แม่ซื้อผ้าผืนโตมา 1 ชิ้น ตัดชุดนอนลายเดียวกัน แบบเดียวกันเปี๊ยบให้ลูกทั้ง 3 คน เรา 3 คนพี่น้องชอบมาก ที่พอถึงเวลานอนทีไรพวกเราจะดูเหมือนขบวนการ 3 ฝาแฝด แต่งตัวเหมือนกันเด๊ะ เดินขบวนไปรอบบ้านโดยมีฉันเป็นหัวโจกใหญ่
แม่รำพึงเล่าความหลังให้ฟัง ในวันที่เห็นน้องชายคนรองไปคว้าเอากางเกงยีนของเจ้าคนเล็กมาใส่
“เออ…ไม่น่าเชื่อว่า 2 คนนี่ยังใส่เสื้อผ้าด้วยกันได้จนถึงทุกวันนี้”
“สมัยก่อน 2 คนนี้เหมือนกันมาก ยิ่งพอใส่ชุดนอนเหมือนๆ กันแล้ว บางทีแม่แยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร”
“จำได้ว่าสมัยเด็กเจ้าคนรองนี่แหละชอบนอนดิ้นถีบขอบเตียงตึงๆ คืนหนึ่งแม่ตื่นมากลางดึก โมโหจัดก็ฟาดลงไป ปรากฏว่าผิด ดันไปตีเอาเจ้าคนเล็กเข้า ปรากฏว่าเจ้านี่ประท้วงร้องไห้จ๊ากๆ ทำเอาแม่ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน”
เรา 3 คนนั่งอยู่ต่อหน้าแม่ หัวเราะหึ…หึ
“ไม่รู้ว่า 2 คนนี่ยังจำได้ไหม ?”
น้องชายคนเล็กฉันยิ้มกว้าง “จำได้ลางๆ แต่มีเรื่องหนึ่งละที่จำได้แม่นจนถึงตอนนี้ แม่ต้องไม่รู้แน่”
แม่ฉันทำหน้างงๆ
“นอกจากคืนที่แม่ตีพลาด มีอยู่คืนหนึ่งตื่นมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองฉี่รดที่นอน…คลำๆ ดูเห็นกางเกงนอนเปียกๆ…”
” …เออใช่…จริงๆ ด้วย แบบนี้ตื่นมาสงสัยจะโดนแม่ตีแน่ๆ…”
“…เลยถอดกางเกงตัวเองเปลี่ยนกับพี่ชาย ลงไปนอนต่อสบายใจ ตื่นเช้ามาพี่ชายโดนตีทุกที ทำแบบนี้ตั้งหลายหน แม่ไม่รู้เรื่องเลยละสิ”
แม่ฉันอ้าปากค้าง พอๆ กับเจ้าคนพี่ที่ทำหน้าเหลอหลาเหมือนเพิ่งเกิดดวงตาเห็นธรรมขึ้นมาในบัดดล
“ว่าแล้วเชียว ว่าแล้วๆๆ ฉันก็ว่า ฉันไม่น่าจะฉี่รดที่นอนได้บ่อยทุกวันขนาดนั้น ที่แท้ก็แกนี่เอง”
เจ้าน้องชายคนเล็กหัวเราะก๊าก
“เอาน่า…เรื่องมันผ่านไปตั้งนาน วันนี้ให้ยืมกางเกงยีนแล้วไง ถือว่าหายกัน”
ถึงตอนนี้แม่เปลี่ยนจากอาการงงหนักมาเป็นหัวเราะร่วนไม่หยุด แม่พูดไปหัวเราะไป บอกว่า…
“เหลือเชื่อจริงๆ แปลกไหมล่ะ ขนาดเป็นแค่เด็ก
ตัวกะเปี๊ยก ใครจะไปคิดว่าเจ้านี่จะหัวหมอได้ถึงขนาดนี้ …”
“นี่แหละน้า คนเราไม่ว่าเด็กว่าผู้ใหญ่ พอถึงคราวต้องเอาตัวรอดขึ้นมา อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”
“เหมือนที่เค้าบอกว่า คนเราถ้ามีสมอง รู้จักคิด ไม่นาน
สิ่งมหัศจรรย์ก็จะบังเกิด…”
“และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งนี้จะเห็นได้ชัดเป็นพิเศษ เวลาที่คนธรรมดาตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษ หรือเวลาที่คนพิเศษตกอยู่ในสถานการณ์ธรรมดา…”
คอลัมน์ 365 DAYS
โดย ช้องนาง วิพุธานุพงษ์ chapter365@gmail.com
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








October 24th, 2009 at 1:41 pm
สมัยเด็กๆ ก็ฉี่รดที่นอนเหมือนกันค่ะ จำไม่ได้แล้วว่าเลิกฉี่รดตั้งแต่เมื่อไหร่