แม้ว่าทุกวันนี้เรื่องราวของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ จะทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจไปบ้าง
แต่หากคิดถึงเหรียญอีกด้านหนึ่งแล้วมันคือห้วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้
การเรียนรู้เพื่อมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างเข้าใจ อย่างมีแง่คิดที่รอบด้านมากขึ้น
เพราะอย่างที่รู้ๆ กัน ประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงการเลือกตั้ง ส.ส.เสร็จแล้วเราก็นั่งหุบปากเงียบงัน
เพราะประชาธิปไตยยังเป็นเรื่องของการจัดสรรประโยชน์ในชาติสำหรับทุกคน
จะเห็นว่าแทบทุกส่วนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่กลุ่มของตนต้องการ
คิดอย่างไร ปรารถนาอะไร ก็ว่ากันไป
และไม่ใช่คนชื่อสมัคร สุนทรเวช คนเดียวที่รักษาประชาธิปไตยเป็น แต่เป็นทุกคนที่มีหน้าที่รักษาประชาธิปไตยให้อยู่ในลู่ทางที่ชอบธรรม
นักศึกษา นักเรียน ก็ควรออกมาเรียนรู้กันให้มากๆ เพราะว่าคนที่อายุครบ 18 ปี ก็ต้องไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ซึ่งวันนั้นพวกเขาจะได้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลหลายด้าน
ส่วนคนที่ยังอายุไม่ถึงก็ต้องเรียนรู้ไว้ อ่านข่าว ฟังข่าว ดูข่าว เพื่อจะได้ไม่ถูกชักจูงไปในทางที่เข้ารกเข้าพง
มนุษย์เงินเดือนก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ เพราะวันใดที่เกิดการปฏิวัติ หรือรัฐบาลปั่นป่วน มนุษย์เงินเดือนก็ต้องสะดุ้งสะเทือนตามไปด้วยตามความอ่อนไหวของภาวะเศรษฐกิจ
การรวมกลุ่มเพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และกำหนดทิศทางตามที่เห็นควรก็ย่อมจะทำได้ เพราะนี่คือการพัฒนาการเรียนรู้ที่มีผลดีต่อระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น
อย่างที่ว่า ในวันนี้ตัวละครเกือบทุกตัวในระบอบประชาธิปไตยต่างออกมาโลดแล่นตามบทบาท
ได้เห็นการดิ้นรนเพื่อรักษาอำนาจของนักการเมืองโดยพยายามระดมฐานเสียงในต่างจังหวัดมาสนับสนุน
ได้เห็นการแสดงบทบาทของทหารที่วางตัวเป็นกลางแต่ยังคงความน่าเกรงขามอยู่ เพราะว่าการปฏิวัติก็เป็นอันตรายสำหรับระบอบประชาธิปไตย
ได้เห็นการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ระดมพลังภาคประชาชนมาจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ในเมือง สหภาพรัฐวิสาหกิจ นักศึกษา
หากไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดลุแก่โทสะ จนถึงขั้นทำให้เกิดการนองเลือดขึ้นมาเสียก่อน
ไม่แน่นะ เราอาจจะได้เห็นระบอบประชาธิปไตยของเราพัฒนารุดหน้าไปอีกขั้นหนึ่งก็ได้
และจะยิ่งทำให้เราหัวใจพองโตไปด้วย หากเราได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกติกากับเขาด้วย
คอลัมน์ WEEKLY TALK
Share on Facebook
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม