Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

ฉีกกฎ ปลดทั่วโลก

ไม่น่าเชื่อว่าแฟชั่นยีน ในวันนี้เดินทางมาไกล เพราะตั้งแต่เส้นใยผ้าฝ้ายถูกพัฒนาถักทอมาเป็นผืนผ้าเดนิม ในช่วงกลางทศวรรษที่ 19 ด้วยคุณลักษณะทนทาน จนต่อมาได้มีการพัฒนาเทคนิคย้อมสีเส้นใยผ้าในทางยาวด้วยสีฟ้า น้ำเงิน และเส้นใยสีขาวธรรมชาติมาถักทอขวางกับเส้นใยที่ย้อม ทำให้เกิดเป็นผ้าแบบใหม่ที่ได้รับการเรียกขานว่า

ผ้ายีน

ยีนที่เป็นเนื้อผ้าที่มีความคงทน สวมใส่ได้คล่องตัว

จึงกลายเป็นคลื่นคลั่งที่แพร่ไปทั่วโลก

โดย ลีวายส์ ถือได้ว่าเป็นแบรนด์หนึ่งที่คอยีนรู้จักกันดี ซึ่งในวันนี้เขาฉีกกฎเดิมๆ ของยีนแนวคลาสสิกที่สวมใส่แล้วดูทะมัดทะแมง มาสู่การสวมยีนแบบสยิวกิ๊ว…นั่นคือ ปลดกระดุมเม็ดบน “ลีวายส์ 501 : LIVE UNBUTTONED”

จากที่เคยใส่แบบเท่ๆ โคร่งๆ กฎใหม่ของยีนปลดกระดุมเม็ดบนคือ การตัดเย็บด้วยรูปทรงแอนตี้-ฟิต เอวต่ำลงยึดเกาะกับสะโพก รูปทรงตรงขึ้น มี 8 เทรนด์สีใหม่ ผสานโทนสีอ่อน ปานกลาง และเข้ม ขณะที่ดีไซน์ของรุ่นนี้มีการใส่เส้นริ้วและรอยขีดข่วน ทำให้ดูเซอร์แบบไม่ได้จงใจ

เป็นอะไรที่สาวๆ เห็นแล้วอดใจไม่ไหว ต้องวิ่งแจ้นไปซื้อให้หนุ่มๆ ใส่กัน !

แอนดรู บาร์ตัน ช่างผมในใจมาดอนน่า

เขาคนนี้ชื่อ แอนดรู บาร์ตัน เป็นช่างผมดังจากอังกฤษ และได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมระดับโลก

แอนดรู เป็นช่างผมที่มีลูกค้าเซเลบริตี้ดังๆ อาทิ มาดอนน่า, คาเมรอน ดิแอช, รอบบี้ วิลเลี่ยมส์, เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ฯลฯ เรียกว่าเซเลบชื่อดังในเกาะอังกฤษส่วนใหญ่มาใช้บริการตัดผมกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมือตัด (ผม) ไม่ธรรมดาคนนี้ทั้งนั้น

เขาบอกว่า การดูแลเซเลบริตี้กับลูกค้าธรรมดาที่เข้ามาหานั้นแทบไม่ต่างกันเลย

“ผมปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนกัน พวกเซเลบเขาก็น่ารักทุกคน ส่วนคนอี่นๆ ผมก็ดูแลเขาเหมือนเป็นดาราอยู่แล้ว เพราะผมรู้ว่าบางครั้งการมาทำผมกับผมก็เป็นเรื่องที่พิเศษสำหรับเขา ผมมีลูกค้าที่เป็นเด็กสาวธรรมดาที่เก็บเงินเป็นปีๆ จองคิวนานๆ เพื่อจะได้มาทำผมกับผม แล้วอย่างนี้ผมจะทำให้พวกเขาผิดหวังได้ยังไง”

แอนดรูยังบอกอีกว่า เดี๋ยวนี้เทรนด์ผมที่ชาวฮอลลีวูดฮิตกันนั้นเรียกว่า undone

“undone เป็นเทรนด์ที่เซเลบริตี้ฮอลลีวูดเขาฮิตกัน อย่างการแต่งหน้า undone ก็เป็นแบบนู้ดๆ ส่วนผมก็เป็นการทำผมแต่เหมือนไม่ทำ คุณอาจจะเห็นพวกดาราฮอลลีวูดแล้วรู้สึกว่าทำไมดูสวยจัง พวกเขาดูเหมือนไม่ได้ทำผม ดูสบายๆ เป็นธรรมชาติ ทำให้คุณรู้สึกว่าอยากสวยแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วกว่าจะมาเป็นแบบนั้นมันผ่านขั้นตอนมาเยอะมาก แล้วมันก็ยากด้วยกับการทำให้เหมือนไม่ทำอย่างที่บอก จากเมื่อก่อนคนจะชอบให้ผมเป็นแบบเปอร์เฟ็กต์ลุก ทุกอย่างต้องเนี้ยบ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ทุกคนอยากดูเปอร์เฟ็กต์แบบธรรมชาติๆ มากกว่า”

ในความเป็นมืออาชีพ แอนดรูให้ความสำคัญกับเรื่องของการดูแลเส้นผมมากกว่าความสวยงามที่ปรากฏตรงหน้า

…เส้นผมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้หญิง เป็นเครื่องประดับที่อยู่ติดตัวเรา 24 ชั่วโมง ถอดออกไม่ได้ ดังนั้นเราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เสื้อผ้าเราใส่แล้วไม่สวยเราถอดออกได้ แต่ผมสวย […]

Think Earth…Think Green ! ศุภลักษณ์ อัมพุช

โลกร้อน…โลกแล้ง…โลกเข้าสู่ “ยุคถุงผ้า”

กว่าปีมาแล้วที่ I”m not a plastic bag ! เคยสร้างปรากฏการณ์ให้กับโลกแฟชั่น สัญญาณอันเป็นสัญญะว่าคนทั่วไป (ที่ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอ) เริ่มหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวนั้นกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คิดดูว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์แค่ไหนที่ครั้งหนึ่งคนอังกฤษเคยแห่ซื้อถุงผ้าเกลี้ยง 2 หมื่นใบภายใน 1 ชั่วโมง ถุงผ้าธรรมดาๆ จากราคา 5 ปอนด์ขยับพรวดถึง 100 ปอนด์

แน่นอน ! ในเมืองไทยเองก็ “ฮิต” ตาม ไม่แปลกที่ในห้วงยามนั้นทุกฝ่าย ทุกองค์กร ต่างเต็มใจร่วมโดดลงกระแสนาวารักษ์โลกไปด้วย

เรื่องดีๆ อย่างนี้ใครทำก่อน ใครทำหลัง คงไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับ…”ใคร” ที่ทำต่อเนื่องจริงจัง !

“ศุภลักษณ์ อัมพุช” รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด คือหนึ่งในกลุ่ม “ใคร” ที่ว่า !

ศุภลักษณ์ คือแม่ทัพหญิงคนสำคัญที่บัญชาการให้ค่ายนี้สานต่อโปรเจ็กต์รณรงค์ลดภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง

ถ้ายังจำกันได้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว เธอก็เป็นผู้ให้กำเนิดของกรีน

โปรเจ็กต์ในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรียม

รูปธรรมอย่างแรก เริ่มจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบของถุงพลาสติกที่ใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ตให้ย่อยสลายเร็วขึ้นกว่าถุงแบบเดิม พูดง่ายๆ คือถุงแบบใหม่ย่อยสลายได้ด้วยแสงอาทิตย์ ความร้อน และออกซิเจนในอากาศภายในเวลา […]

Protest Art ใครชอบประท้วงเชิญทางนี้

ณ วินาทีที่ต้นฉบับนี้กำลังถูกถักทอขึ้น เมืองไทยกำลังร้อนระอุไปหมด ทั้งทางด้านอุณหภูมิสัมผัส อุณหภูมิทางการเมือง ตลอดจนอุณหภูมิทางเศรษฐกิจ เพราะในใจกลางเมืองหลวงของเรา มีผู้คน 2 ฝ่ายกำลังทะเลาะกัน ฝ่ายหนึ่งต้องการกำจัดอำนาจเก่าให้หมดสิ้นไป อีกฝ่ายผดุงไว้ซึ่งความถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งคู่ล้วนมีเหตุผลของตน ที่ไม่ว่าจะอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่มีวันยอมฟังความคิดเห็นของฝ่ายตรงข้าม เลือกที่จะราวีไม่มีลิมิต จนกว่าข้างใดข้างหนึ่งจะจมดินไป โดยใช้ประเทศไทยเป็นเวทีประลอง นานวันความรุนแรงยิ่งหนักหน่วงขึ้น จากการประท้วงธรรมดา กลายเป็นการกบฏ จากปัญหาภายใน กลายเป็นปัญหาที่ต่างชาติกำลังจับตามอง

ส่วนใครคือฝ่ายถูก ฝ่ายผิด ไม่ขอกล่าวถึง แต่ที่อยากเอามาสาธยายคือศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ศิลปินนำมาใช้ประกอบการประท้วง มันสามารถเรียกร้องความสนใจจากสื่อและผู้คนได้ดีทีเดียว นั่นคือ protest art หรือศิลปะประท้วงนั่นเอง

ศิลปะแขนงนี้ไม่สามารถบอกได้ว่ามีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยไหน แต่ถ้าจะให้เดาก็คงจะมีมาตั้งแต่คนไม่มีอำนาจเริ่มมีความคิดเห็นไม่ตรงกับฝ่ายที่มีอำนาจ งานศิลปะประท้วงนี้มีทุกรูปแบบ ตั้งแต่ป้ายง่ายๆ แผ่นพิมพ์ โปสเตอร์ งานปั้น งานเพนติ้ง ไปจนถึงการเปลื้องผ้า พูดง่ายๆ คือศิลปะอะไรก็ได้ที่สามารถคาบข้อความที่ผู้ประท้วงต้องการจะสื่อ ส่งไปเข้าโสตประสาทของ

ผู้พบเห็น โดยคุณภาพของเนื้องานบางทีอาจจะไม่งดงามนัก เพราะบางครั้งผู้สร้างสรรค์ก็ไม่ใช่ศิลปิน แต่ไม่ว่าจะงานชิ้นไหน งานชิ้นนั้นจะต้องเข้าใจได้ง่าย แบบมองปราดเดียวรู้เลยว่ามันเรียกร้องอะไร ผู้เสพไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางศิลปะ มานั่งวิเคราะห์ความหมายแฝงอะไรให้งงงวย เพราะจะป่วยการ

หากใครอยากชมงานศิลปะแบบนี้ ไม่มีให้ชมในอาร์ตแกลเลอรี่แน่นอน เพราะของแบบนี้ก็ต้องไปหาดูเอาตามจุดที่เขาประท้วง เรียกว่าดูไปได้บรรยากาศ ได้อารมณ์กลมกล่อมดีแท้ […]

เครียดไหมที่คนไทยทะเลาะกัน

คุณคะ ใครที่ชื่นชอบการแสดงของจั๊มป์แล้วยังพลาดไป

ขอบอกว่า เกาหลีนั้นมีโชว์ดีๆ อีกแยะค่ะ ในเร็วๆ นี้ถ้าประเทศไทยเรายังคงดีอยู่ เราจะได้เห็นการแสดงของ Break Out การเต้นบี-บอยที่จะมาแสดงที่เมืองไทยค่ะ

ถ้าจั๊มป์คือการนำเอาศิลปะเทควันโดผสมผสานกับศิลปะการต่อสู้หลากหลายแขนง แต่ Break Out เป็นการเต้นบี-บอยซึ่งมีท่าเต้นที่โมเดิร์นกว่าเข้ากับเด็กยุคใหม่มากกว่า มาโชว์ความแข็งแรง และผูกเรื่องราวให้ดูสนุกขึ้น ฮากั๊กๆ เลยว่างั้น

งานนี้คุณรักษิต รักการดี ผู้จัดการฝ่ายคอนเสิร์ตและกิจกรรมพิเศษ จากทางเทโรฯ บอกมาว่า “หลังจากจั๊มป์จบไปก็มีคนโทร.มาจนผมต้องไปหาหมอรักษาหูกันเลยครับ ไม่รู้จะทำอย่างไร เอาไหมครับ เราจัดให้ใหม่ แต่เพราะจั๊มป์เองคิวเขาแน่นมาก คราวนี้เราเลยนำ Break Out มาโชว์แทน”

อรรถรสไม่แพ้กัน

เขายังว่าการแสดงแบบนี้คนไทยไม่คุ้นเคย เพราะกว่าที่ใครๆ จะรู้จักก็ต้องเดินสายประชาสัมพันธ์กันตามรายการต่างๆ นั่นล่ะ กระแสถึงจะมา

เป็นจริงดังนั้นค่ะ

การมาของเบรกเอาต์ พวกเขามีฉากที่ง่ายๆ แต่มีไอเดียขันๆ แบบในรายการ ” Kasoh taishow ” ทางช่อง 9 น่ารักๆ หลายฉาก เช่น ฉากขุดดินหนีจากคุก ก็เป็นฉากที่น่าดูอีกฉากหนึ่ง

ในเรื่องเขาจะมีการเปลี่ยนฉากหลากหลาย เป็นหน้าหนังสือที่เปลี่ยนไปทีละหน้าทีละตอน ต่างจากจั๊มป์ที่เหตุการณ์จะเกิดภายในบ้านหลังหนึ่งและใช้ฉากเพียงฉากเดียวเท่านั้น

ส่วนเรื่องย่อก็คือเหล่าบรรดานักโทษ “หน้าตาดี”

แนวเค-ผมเป๋ป้าย สี่ห้าคน แอบหนีมาจากคุก ขุดหลุมดินหนีออกมาหาประสบการณ์ภายนอกคุก […]

ธาตุแท้ของตัวตน จากอเมริกาสู่เอเชีย The Amazing Race Asia

มีทีวีโชว์ประเภทเรียลิตี้โชว์ไม่กี่รายการที่เรายอมนั่งดูแล้วอินไปด้วย โดยส่วนมากก็เป็นรายการฝรั่งทั้งนั้น นับกันตั้งแต่ Survivor รายการเรียลิตี้แรกๆ ที่เปิดตลาดโปรแกรมทีวีประเภทนี้ในบ้านเรา American Next Top Model ของไทร่า แบงก์ หรือ The Apprentice โดยสองพ่อลูกตระกูล Trump

บ้านเราก็ซื้อรายการมาจากฝรั่งหลายรายการ แต่แล้วก็แป้กไป จะเพราะเหตุใดก็แล้วแต่ (ที่อยู่ยาวที่สุดคงจะเป็น True AF เสียละมั้ง) เพราะถ้าถามความคิดเห็นของเรา คือไม่ชอบมุมกล้องรายการเรียลลิตี้ทีวีประเทศไทย ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่มันทำให้อรรถรสการชมเสียไปถึง 80% เชียว (ใครจะบอกว่าเป็นเหตุผลที่ฟังแล้วงี่เง่าก็ยอมรับล่ะค่ะ ไม่งั้นจะดูทีวีให้เห็นภาพและเสียงไปพร้อมกันทำไม แล้วการต้องทนดูภาพห่วยๆ สีมืด เนี่ย ไม่เจริญสายตาเป็นที่สุด)

มีเรียลิตี้โชว์ฝรั่งรายการหนึ่งที่เราชื่นชอบ และเป็นรายการที่โด่งดังได้รับรางวัลไพรมไทม์ เอมี่ อะวอร์ดสไปถึง 7 ครั้งด้วยกัน และก็ออกอากาศมา 10 กว่าซีซั่น เฉพาะในอเมริกา นี่ยังไม่รวมรายการแฟรนไชส์ในประเทศต่างๆ อีก ค่ะ รายการที่ว่านั้นมีชื่อว่า “The Amazing Race” (TAR) รายการนี้ผลิตขึ้นโดย Bertram van […]

แสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนสีของการเมืองญี่ปุ่น

ชินโซ อาเบะ

นิปปอน (Nippon) ซึ่งแปลว่า ญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ เป็นคำที่ชาวจีนยกย่องดินแดนหมู่เกาะที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกของตน นั่นคือประเทศญี่ปุ่น ว่าเป็นสถานที่อันมีความเป็นมาของแสงอาทิตย์ ซึ่งต่อมาชาวญี่ปุ่นนำชื่อนี้มาเรียกตนเองด้วยความภูมิใจ (ชาวต่างชาติจะถนัดใช้คำว่า นิปปอน เรียกชาวญี่ปุ่น เพราะอ่านออกเสียงแบบภาษาอังกฤษ แต่ชาวญี่ปุ่นจะออกเสียงเรียกหมู่ชนชาติตัวเอง ด้วยคำว่า นิฮง (Nihon))

ทันทีที่แสงอาทิตย์แสงแรกของโลกตามคติของชาวญี่ปุ่นสาดส่องผ่านเกาะฮอกไกโด ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2551 ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นายกรัฐมนตรีคนที่ 58 ของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น นายยาสุโอะ ฟูกูดะ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือพรรคแอลดีพี ก็ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2550 รวมระยะเวลายังไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ

สาเหตุสำคัญของการลาออกในครั้งนี้ก็คือ การที่วุฒิสภา หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า สภาซังงิอิง ไม่ยอมผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยงบประมาณเพิ่มเติม (supplementary budget) รวมไปถึงกรณีล้มเหลวจากการชักชวนนายอิชิโร โอซาว่า ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น มาพูดคุยกันในประเด็นเรื่อง กฎหมายต่ออายุการปฏิบัติภารกิจเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น (MSDF) ให้กองทัพสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรอินเดีย

สิ่งที่ฟูกูดะหนักใจในขณะที่ดำรงตำแหน่งบริหารบ้านเมือง ก็คือ ภาวะชะงักงัน (deadlock) […]

ห้วงเวลาสำคัญแห่งการเรียนรู้

แม้ว่าทุกวันนี้เรื่องราวของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ จะทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจไปบ้าง

แต่หากคิดถึงเหรียญอีกด้านหนึ่งแล้วมันคือห้วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้

การเรียนรู้เพื่อมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างเข้าใจ อย่างมีแง่คิดที่รอบด้านมากขึ้น

เพราะอย่างที่รู้ๆ กัน ประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงการเลือกตั้ง ส.ส.เสร็จแล้วเราก็นั่งหุบปากเงียบงัน

เพราะประชาธิปไตยยังเป็นเรื่องของการจัดสรรประโยชน์ในชาติสำหรับทุกคน

จะเห็นว่าแทบทุกส่วนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่กลุ่มของตนต้องการ

คิดอย่างไร ปรารถนาอะไร ก็ว่ากันไป

และไม่ใช่คนชื่อสมัคร สุนทรเวช คนเดียวที่รักษาประชาธิปไตยเป็น แต่เป็นทุกคนที่มีหน้าที่รักษาประชาธิปไตยให้อยู่ในลู่ทางที่ชอบธรรม

นักศึกษา นักเรียน ก็ควรออกมาเรียนรู้กันให้มากๆ เพราะว่าคนที่อายุครบ 18 ปี ก็ต้องไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ซึ่งวันนั้นพวกเขาจะได้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลหลายด้าน

ส่วนคนที่ยังอายุไม่ถึงก็ต้องเรียนรู้ไว้ อ่านข่าว ฟังข่าว ดูข่าว เพื่อจะได้ไม่ถูกชักจูงไปในทางที่เข้ารกเข้าพง

มนุษย์เงินเดือนก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ เพราะวันใดที่เกิดการปฏิวัติ หรือรัฐบาลปั่นป่วน มนุษย์เงินเดือนก็ต้องสะดุ้งสะเทือนตามไปด้วยตามความอ่อนไหวของภาวะเศรษฐกิจ

การรวมกลุ่มเพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และกำหนดทิศทางตามที่เห็นควรก็ย่อมจะทำได้ เพราะนี่คือการพัฒนาการเรียนรู้ที่มีผลดีต่อระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น

อย่างที่ว่า ในวันนี้ตัวละครเกือบทุกตัวในระบอบประชาธิปไตยต่างออกมาโลดแล่นตามบทบาท

ได้เห็นการดิ้นรนเพื่อรักษาอำนาจของนักการเมืองโดยพยายามระดมฐานเสียงในต่างจังหวัดมาสนับสนุน

ได้เห็นการแสดงบทบาทของทหารที่วางตัวเป็นกลางแต่ยังคงความน่าเกรงขามอยู่ เพราะว่าการปฏิวัติก็เป็นอันตรายสำหรับระบอบประชาธิปไตย

ได้เห็นการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ระดมพลังภาคประชาชนมาจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ในเมือง สหภาพรัฐวิสาหกิจ นักศึกษา

หากไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดลุแก่โทสะ จนถึงขั้นทำให้เกิดการนองเลือดขึ้นมาเสียก่อน

ไม่แน่นะ เราอาจจะได้เห็นระบอบประชาธิปไตยของเราพัฒนารุดหน้าไปอีกขั้นหนึ่งก็ได้

และจะยิ่งทำให้เราหัวใจพองโตไปด้วย หากเราได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกติกากับเขาด้วย

คอลัมน์ WEEKLY TALK