Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

กล้วย+อินเดีย+สปา

เห็นหัวเรื่องแล้วออกจะงงๆ ว่ามันเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร ต้องขอบอกว่า เกี่ยวกันเต็มๆ เพราะทั้งหมดถูกนำมาปรับผสมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“กล้วย” ผลไม้สารพัดประโยชน์ที่ไม่เพียงแต่จะดีต่อสุขภาพเพราะ ประสิทธิผลเรื่องของความงามก็ไม่ ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นเพราะกล้วย อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิวพรรณเพียบ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม สังกะสี ไนอะซิน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี เบตาแคโรทีน และยังมีแทนนิน ที่ยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค

กล้วยยังดีต่อผิวพรรณด้วยน้ำตาลภายในกล้วย เป็นน้ำตาลจากธรรมชาติที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ในทันที ทำให้ผิวชุ่มชื้นนุ่มเนียน อ่อนเยาว์ ขาวใส เปล่งประกายเป็นเงา

ดีเช่นนี้ จนทำให้กล้วยกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักของเครื่องสำอางชั้นนำอย่างบอดี้ช็อป ที่ต้องใช้กล้วยมากถึง ปีละ 250,000 ลูกทีเดียว

“อินเดีย” ที่ว่านั้น คือ การนวดหนังศีรษะแบบอินเดียดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า “ศิโรธารา” การนวดที่ช่วยระบบดีทอกซ์แก่ร่างกาย ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานและระบบหมุนเวียนของ น้ำเหลือง ช่วยระบบข้อต่อ คลายอาการเมื่อยล้า สร้างความสมดุลให้แก่ร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะเรื้อรัง และลดอาการไมเกรน อีกทั้งยังช่วยให้สุขภาพผมดียิ่งขึ้นอีกด้วย

“สปาเซ็นวารี” นำทั้งสองมาผสานสร้างความแปลกใหม่ในการผ่อนคลาย ขณะเดียวกันก็ยังสามารถบำรุงความงามไปพร้อมๆ กันในชื่อของาคอร์สพิเศษที่เรียกว่า […]

จัดระเบียบ…พลังงาน ไอเดียลดต้นทุน

ในการประชุม การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ หรือ Thailand Research Expo 2551 เมื่อวันที่ 12-16 กันยายน 2551 ที่ผ่านมานี้มีงานวิจัยที่จุดประกายเรื่องของพลังงานทดแทนในบ้านเราได้พอสมควร เพียงแต่ว่า การคิดค้นดังกล่าวกระจัดกระจายอย่างน่าเสียดาย

พลังงานทดแทนเหล่านี้หากนำมาจัดการใหม่ บางทีเราอาจจะได้เห็น การใช้พลังงานภายในหมู่บ้านต่างๆ โดยไม่ต้องใช้พลังงานจากน้ำมันเลย การจัดการเหล่านี้อาจจะรวมถึงการใช้พลังงานภายในโรงงานขนาดเล็กที่นำเอาไปประยุกต์ใช้ได้

ภายในงานนี้มีผลงานวิจัยจากหลายๆ หน่วยงาน หลายด้าน รวมทั้งด้านพลังงานทดแทนจากหลายหน่วยงาน จากหลายมหาวิทยาลัยที่ “ประชาชาติธุรกิจ-นิวบิซ” เก็บตกงานวิจัยพลังงานทดแทนจากหลายแหล่งมานำเสนอ

พลังงานทดแทนที่มีการพูดถึงก็คือ เรื่องของไบโอดีเซล เรื่องของพลังงานจาก แสงอาทิตย์ เรื่องของพลังงานจากเศษวัสดุเหลือใช้

สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี OTOP พลังงานคือต้นทุนหลักแม้ว่าราคาน้ำมันจะมี แนวโน้มลดลง แต่ในระยะยาวถ้าเราสามารถที่จะลดต้นทุนการผลิต การขนส่งลงได้ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการจัดการให้ผลผลิตจากหมู่บ้านมีต้นทุนที่ถูกลงหรือแม้แต่การนำเอาของเหลือใช้นำกลับมาใช้ภายในโรงงานก็เป็นอีกทางหนึ่ง หรือแม้แต่การนำเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาพัฒนาใช้ในเครื่องจักรเล็กๆ ในงานพื้นบ้านก็เป็น อีกแนวทางหนึ่ง

ที่กล่าวมานี้หากสามารถนำมาจัดการให้เป็นเรื่องเดียวกัน ก็น่าจะเป็นทางออกของการใช้พลังงานทดแทนที่น่าสนใจ

ไบโอดีเซลจากเชียงใหม่

ไบโอดีเซลในงานนี้มีหลายราย รายหนึ่งในนั้นก็คือ เครื่องผลิตไบโอดีเซลจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่ทำมาแล้วกว่า 5 ปี ในสถานีแห่งนี้จะรับซื้อน้ำมันพืชที่ใช้แล้วจากชาวบ้านมากลั่นเป็นไบโอดีเซล แต่การกลั่นของที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นๆ ก็ตรงที่มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้น้ำมันที่กลั่นได้นำไปผสมกับน้ำมันดีเซลใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถสองแถวได้เลย

ไบโอดีเซลที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิจัยพัฒนาช่วยให้รถสองแถวประหยัดค่าน้ำมันลงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนเลยทีเดียว

น้ำมันไบโอดีเซลมีการทดลองใช้กับรถยนต์ภายในมหาวิทยาลัยกับรถสองแถว และกระจายไปที่กลุ่มแม่บ้านตำบลหนองแก๋ว จ.เชียงใหม่ ต.กำแพงดิน […]

แจ๊ค, มินทร์ อิงค์ธเนศ เพาะบ่มเยาวชนสร้างศูนย์การเรียนรู้

“ผมต้องเรียนรู้ความสุขของผมนั้น…คือการที่ผมมีโอกาสได้เรียนรู้” คำกล่าวสั้นๆ แต่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัดตามสไตล์ “แจ๊ค, มินทร์ อิงค์ธเนศ” ประธานมูลนิธิสร้างเสริมไทย ผู้บริหารหนุ่มจากแดนไต้หวัน แต่มีความรักและภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยถึงกับเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทยเรียบร้อยแล้ว ได‰เล็งเห็นความสำคัญในการเรียนรู้เป็นผู้ริเริ่มโครงการดีๆ โครงการที่ให้ความสำคัญและใส่ใจในการพัฒนาคน เพื่อให้คนเหล่านั้นสามารถย่างก้าวต่อไปในสังคมแห่งความรู้ได้อย่างสง่างาม

“แจ๊ค, มินทร์ อิงค์ธเนศ” จึงมุ่งสานต่อโครงการนำร่องต่อยอดองค์ความรู้ กับความเชื่อที่ว่าความพร้อมเป็นพื้นฐานที่ดีในการที่จะเข้าสู่สัมคมแห่งภูมิปัญญาเช่นนี้ และผู้บริหารหนุ่มคนนี้ก็มีความเชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ความรู้นั้นจะเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่สำคัญดอกหนึ่งทีเดียว

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิสร้างเสริมไทยแห่งนี้ได้ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและต่อยอดองค์ความรู้ต่างๆ ไปแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอาสาสมัครสร้างเสริมไทยที่ทำเพื่อส่งเสริมโอกาสด้านการเรียนรู้ให้แก่เด็กด้อยโอกาส การจัดมอบห้องสมุดซึ่งถือเป็นสุดยอดฐานการเรียนรู้ที่ดีแห่งหนึ่ง หรือจัดทำโครงการจักรยานยืมเรียน

รวมถึงกิจกรรมการประกวดภาพวาด โครงการการ์ดนี้เพื่อน้อง เพื่อเด็กผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย ที่นับว่ายังมีอยู่ให้เห็นอีกมากมายในปัจจุบัน และที่ขาดไม่ได้คือการมอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ส่งเสริมความรู้ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดารเป็นประจำทุกๆ ปี

ล่าสุดกับโครงการที่ต้องบอกว่าไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ การจัดทำโครงการอาคารศูนย์การเรียนรู้ (Center of Learning With Fun Construction Project) ให้แก่ชุมชนผู้ด้อยโอกาส ณ โรงเรียนบ้านบัว (สระพังวิทยา) จ.สกลนคร ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 2 แล้วที่ทางมูลนิธิสร้างเสริมไทยได้วางเป้าหมายได้อย่างแน่วแน่ เพื่อต้องการให้เด็กและเยาวชนในท้องถิ่น รวมไปถึงคนในชุมชนมีแหล่งค้นคว้าศึกษาหาความรู้ที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต

ทั้งยังมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และรับผิดชอบดูแลอาคารศูนย์การเรียนรู้ร่วมกัน เพราะบุคคลเหล่านี้นับว่าเป็นแรงกำลังที่สำคัญของชาติในอนาคต

“แจ๊ค, มินทร์ อิงค์ธเนศ” แสดงทรรศนะว่า…มูลนิธิตระหนักถึงความสำคัญในการปูพื้นฐานด้านความรู้ […]

ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest)

ฉบับที่แล้วคุยกันเรื่องการกระจายอำนาจรับความเสี่ยง ซึ่งหลังจากบทความออกไป ความเสี่ยงการเมืองก็เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วง กระทบชีวิตและเศรษฐกิจของคนไทยอย่างชัดเจน มาวันนี้ข่าวนายกรัฐมนตรีถูกศาลพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ ตาม น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 9 ก.ย.2551 เผยว่า การพิจารณาการขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีของนายสมัคร คณะตุลาการพิจารณาว่า เป็นประเด็นของ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เพราะมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่นายกฯเป็นเงื่อนไขในการหาโฆษณาให้รายการ ประเด็นที่น่าสนใจเพื่อการเรียนรู้คือ ทำไมนายกฯจึงถูกศาลสั่งให้ออก “ผลประโยชน์ทับซ้อน” คืออะไร และประเด็นจริยธรรมแบบนี้มีในองค์กรธุรกิจหรือไม่

จากฐานข้อมูลการเมืองการปกครองสถาบันพระปกเกล้า รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต เขียนว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือผลประโยชน์ขัดกัน คือ สถานการณ์ที่บุคคล เช่น ทนายความ นักการเมือง หรือผู้บริหาร หรือผู้อำนวยการของบริษัท มีผลประโยชน์ทางวิชาชีพหรือส่วนตัวแข่งกับตำแหน่งที่ได้รับความไว้วางใจ การมีผลประโยชน์แข่งกันเช่นว่า ทำให้การทำหน้าที่โดยไม่ลำเอียงทำได้ยาก แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานการกระทำที่ไม่เหมาะสม การมีผลประโยชน์ทับซ้อนอาจทำให้เกิดภาพของความไม่เหมาะสมที่อาจบ่อนทำลายความไว้วางใจในความสามารถของบุคคลที่จะกระทำอย่างเหมาะสม …ยิ่งกว่านี้ ผลประโยชน์ทับซ้อนอาจหมายถึงสถานการณ์ที่ปัจเจกบุคคลหรือบริษัทอยู่ในฐานะที่จะแสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งวิชาชีพ หรือตำแหน่งราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบริษัท…”

Dr.Michael McDonald จาก The University of British Columbia ชี้ให้เห็นองค์ประกอบสามอย่างในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน […]

จงเลือกระหว่างคุณธรรมกับประชาธิปไตย

ขณะนี้คนไทยกำลังถูกบังคับให้เลือกระหว่างคุณธรรมและประชาธิปไตย โดยคนไทยส่วนใหญ่ที่ต้องการ “เป็นกลาง” กำลังถูกหล่อหลอมความคิดให้เห็นว่า ทางเลือกปัจจุบันคือการเลือกรัฐบาลคุณภาพต่ำที่มาจากการเลือกตั้งของคนส่วนใหญ่ กับการนำเสนอการเมืองใหม่ที่สุดโต่งและยอมรับได้ยาก แต่คนกลุ่มนี้มีความมุ่งมั่นและขยันมั่นเพียรที่จะต่อต้านรัฐบาล และแม้ว่าเป็นสิทธิอันไม่ชอบธรรมที่จะยึดทำเนียบรัฐบาล แต่ก็ไม่มีกลไกทางกฎหมายอะไร (ไม่ว่าจะเป็นหมายจับ หรือภาวะฉุกเฉิน) ที่จะจัดการกับคนกลุ่มนี้ ทำให้สถานการณ์การเมืองดูเหมือนจะมาถึงทางตัน ทั้งนี้เพราะทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอยู่สุดโต่งคนละข้างและไม่สามารถใช้เหตุผลเจรจากันได้ จึงมีการนำเสนอแนวคิด “คนกลาง” หรือรัฐบาลแห่งชาติ มาแก้ปัญหา ซึ่งเริ่มมีหลายฝ่ายโดยเฉพาะนักธุรกิจกำลังคล้อยตาม

แนวคิดรัฐบาลแห่งชาตินั้นหากพิจารณาให้ดี เท่ากับเป็นการยึดอำนาจทางการเมืองของประชาชนคนไทยไปให้กับคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเรียกว่า รัฐบาลแห่งชาติ นายกฯคนกลาง หรือรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งผมถือว่าเป็นการปฏิวัติรัฐประหารเงียบ หลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ผมมีเหตุผลที่จะอธิบายดังนี้ครับ

ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลคิดว่า ประชาธิปไตยปัจจุบันเป็นระบบที่นายทุนรวมตัวกันซื้อเสียงชาวบ้านที่ขาดความรู้และถูกมอมเมาให้เทคะแนนเสียงให้ ทำให้เราได้นักการเมืองที่ไร้คุณธรรม โกงกินบ้านเมืองมาบริหารประเทศ โดยนักการเมืองเหล่านี้จะนำเสนอนโยบายประชานิยมที่ชาวบ้านได้ประโยชน์ในระยะสั้น แต่มีผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

เพื่อสกัดกั้นระบอบประชาธิปไตยที่เลวร้ายดังกล่าว จึงต้องยึดอำนาจคืนจากประชาชน (ที่มอบหมายให้นักการเมืองที่ไร้คุณธรรมมาบริหารประเทศผ่านการเลือกตั้ง) มาให้บุคคลที่มีคุณธรรมสูง เป็นที่ยอมรับมาปกครองประเทศระยะหนึ่ง เพื่อสะสางความชั่วร้ายและปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบอบประชาธิปไตยที่ยึดถือแนวคิดแบบตะวันตกมากเกินไป ซึ่งคนไทยยังไม่มีความพร้อม (แม้จะมีพัฒนาการมาแล้วถึง 75 ปี มีการเลือกตั้งมาแล้ว 22 ครั้ง และถูกปฏิวัติยึดอำนาจจากประชาชนถึง 14 ครั้ง)

ปัญหาหลัก คือ การมีประชาธิปไตยมากเกินไป ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) จึงต้องลดอำนาจของประชาชนลง เช่น การให้ประชาชนเลือกตั้งวุฒิสภาเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งแต่งตั้งโดยกลุ่มบุคคลที่มีคุณธรรมและความรู้ […]

24 ชั่วโมง สกัดวิกฤต คลื่นโดมิโน “ยักษ์ล้ม” ถล่มตลาดเงินสหรัฐ

การเจรจาอย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง ตลอด 3 วันติดต่อกัน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 กันยายน จนถึงวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน ปิดฉากลง โดยที่ไม่มีสถาบันการเงิน ยอมเข้ามารับช่วงโอบอุ้มกิจการของ เลห์แมน บราเธอร์ส

ส่งผลให้ตลอด 24 ชั่วโมงในสหรัฐ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอย่างมากมาย รวมถึงบทวิเคราะห์ ข่าวลือ กระแสคาดการณ์ ทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังสลับไปมาตลอด แม้แต่คำถามที่ว่า สถาบันการเงินรายใดจะเป็นยักษ์ล้มรายต่อไป และวาณิชธนกิจที่ยังยืนหยัดอยู่รอดในขณะนี้จะต้านมรสุมการเงินครั้งใหญ่ที่สุดไปได้นานแค่ไหน

ต่อไปนี้คือลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินสหรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

-การเจรจาระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), กระทรวง การคลังสหรัฐ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ กับสถาบันการเงินชั้นนำ ทั้งจากสหรัฐและจากต่างประเทศ ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ ถือเป็นความพยายามที่จะช่วยเหลือ “เลห์แมน บราเธอร์ส” ให้อยู่รอดได้เป็นวันที่ 3

อย่างไรก็ตาม การเจรจาประสบความล้มเหลวในเวลาต่อมา หลังจากธนาคารบาร์เคลย์สของอังกฤษ ซึ่งถือเป็นตัวเก็งสถาบันการเงินที่จะเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ให้กับวาณิชธนกิจอันดับ 4 ของสหรัฐ ประกาศถอนตัว โดยปฏิเสธจะเข้าไปมีส่วนร่วมในข้อตกลงใดๆ ที่ไม่มีเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ

-อนาคตที่ริบหรี่ลงเรื่อยๆ ของเลห์แมนฯ ปรากฏเป็นสัญญาณอันตรายในตลาดล่วงหน้า โดยแรงกดดันที่มีต่อสัญญาล่วงหน้าอ้างอิงดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งกว่า 300 จุด […]

นายกฯสมชายเหมาะสมที่สุด “สุดารัตน์” การันตี

ลึกแต่ไม่ลับ ในแวดวงการเมืองที่ลือกันสนั่นทุ่งว่า บารมีและอิทธิพลของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และอดีตรัฐมนตรี ยังคงเข้มขลังไม่เสื่อมคลาย ถึงแม้จะต้องเข้าไปอยู่ในบ้านเลขที่ 111

นอกจากบารมียังไม่เสื่อมแล้ว ในอีก นัยหนึ่งซึ่งไม่ต้องออกหน้าจอ ยิ่งกลับทำให้กำลังภายในใต้ดินของคุณหญิงสุดารัตน์มีความศักดิ์สิทธิ์ทวีคูณ ในฐานะผู้มี ประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน คำปรึกษาจึงเปรียบเสมือนประกาศิต ก็ไม่ปาน

จึงไม่แปลกที่จะทำให้บรรดาหมอดูพยากรณ์กันวุ่นวายว่า หากหลุดบ่วงคดีการเมืองครบ 5 ปีแล้ว ประเทศไทย อาจมีนายกรัฐมนตรีผู้หญิงเป็นครั้งแรก

คุณหญิงสุดารัตน์เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงวิกฤตการเมืองอันสับสน พร้อมๆ กับช่วงเวลาที่พรรคพลังประชาชนมีมติสนับสนุน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26

โดยเฉพาะปัญหาความแตกแยกภายในพรรคพลังประชาชน จากหลายกลุ่ม หลายฝ่าย คุณหญิงสุดารัตน์มองว่าเป็นการสะดุดขาตัวเอง และหากจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติจริงๆ ควรจะลดเงื่อนไขให้ได้มากที่สุด

“วันนี้เริ่มต้นคงต้องเอาเรื่องขอให้บ้านเมืองเดินไปรอดก่อน เพราะบ้านเมืองติดหล่มมา 3 ปีแล้ว นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ การที่มีความคิดเห็นแตกแยก การที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในบ้านเมือง มันทำให้เสียหายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ การที่เราจะต้องร่วมกันทำอะไรให้กับส่วนรวม มันกลายเป็นเสียโอกาส ในขณะที่เราต้องแข่งขันกับนานาอารยประเทศ เรากลับมาสะดุดขาตัวเอง แล้วก็แตกแยกกัน คือเราเป็นประเทศประชาธิปไตย เห็นแตกต่างกันได้แต่อย่าแตกแยกกันขนาดนี้

วันนี้สังคมแตกแยกกันมากเกินไป เพราะฉะนั้นประการที่ 1 คือ สำหรับตัวเอง […]

คำเตือนนักรัฐศาสตร์ อย่า “ฟันธง” เลียนแบบโหร

กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมานักรัฐศาสตร์รุ่นใหญ่กับรุ่นใหม่โคจรมาพบกันบนเวทีราชดำเนินเสวนา เรื่อง “ชี้ชะตาประเทศไทย…จับตาผู้นำใหม่”

นักรัฐศาสตร์รุ่นใหญ่ ได้แก่ ดร.สุจิต บุญบงการ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นักรัฐศาสตร์รุ่นใหม่ไฟแรงได้แก่ อาจารย์ประจักษ์ ก้องกีรติ จากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งกำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน

สิ่งที่นักรัฐศาสตร์ 2 วัยมองเหมือนกันก็คือ การเมืองไทยจะวุ่นไปอีกนาน จาก 3 ปัจจัยหลักก็คือ พรรคการเมือง ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชน และกองทัพ ฉะนั้นแล้วไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากการเมืองนอกสภาต่อไปอีกนาน

สิ่งที่นักรัฐศาสตร์ 2 มหาวิทยาลัยเห็นตรงกันอีกอย่างก็คือ เป็นนักรัฐศาสตร์ อย่าริอาจเป็นนักวิเคราะห์แบบฟันธงแบบพวกโหรหรือพวกหมอดู เพราะหากฟันธงพลาดบ่อยๆ จะหมดความน่าเชื่อถือ

ดังนั้นเรื่องฟันธงควรปล่อยให้เป็น หน้าที่ของ พวกโหร (เท่านั้น) ส่วนนักรัฐศาสตร์ควรเสนอทางออกระยะยาวจะปลอดภัยกว่า

อาจารย์สุจิต บุญบงการ ยกบทเรียนของตัวเองในอดีตว่า เมื่อ 4 ทศวรรษก่อน สมัยเป็นนักศึกษาปริญญาเอกทำวิทยานิพนธ์ในช่วงปี 2513 เกี่ยวกับความคิดทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาไทย โดยฟันธงว่า แนวคิดของปัญญาชนไทยในช่วงทศวรรษ 1970 เป็นพวกอนุรักษนิยม

หลังจากนั้น 3 ปี เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลายคนถามอาจารย์สุจิตว่า […]