หากกล่าวถึงอนาคตแห่งการสร้างความสามารถทางการแข่งขันของกิจการ การดีไซน์ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ร้อนแรงมาก ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้เลยครับ เพราะในโลกยุคใหม่ที่เจเนอเรชั่นทั้งวายและแซด ใส่ใจในความมีสุนทรียะและความเก๋เท่แปลกใหม่เตะตามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทุกกิจการต้องหันมาให้ความสำคัญต่อการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ
ผลการสำรวจของ Kelton Research ในสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่าผู้บริโภค 7 คนจากทั้งหมด 10 คน จดจำสินค้าที่ตนเคยเห็นก็เนื่องมาจากมีดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา ซึ่งหากจำแนกเฉพาะลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอนาคตของตลาดสำหรับกิจการนั้น ปรากฏว่ายิ่งมุ่งเน้นการดีไซน์มากขึ้นไปอีก
นับว่าสอดคล้องกับการวิจัยในอังกฤษที่ทำโดยองค์กรทางด้านการออกแบบ เพราะ 16% ของธุรกิจตอนนี้เน้นย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่า การดีไซน์เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จหลักที่ต้องมุ่งเน้นที่สุด และโดยเฉพาะกิจการที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง อัตราส่วนของการให้ความสำคัญกับการดีไซน์นี้พุ่งขึ้นไปถึง 47% ทีเดียว ทำให้ดีไซน์กลายเป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญมาก
หากสอบถามทัศนคติบุคคลทั่วไปว่า ผลิตภัณฑ์ที่ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์นำสู่ความสำเร็จคืออะไร คำตอบคงไม่หนีไอพอด ไอโฟน หรือแมคแอร์ โน้ตบุ๊กรุ่นล่าที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตาของแอปเปิล เครื่องเล่นเกม Wii ของนินเทนโด หรืออาจจะเป็นพรีอุส รถยนต์ไฮบริดแห่งโตโยต้า ซึ่งทั้งหมดสวยสดเตะตาลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง นับว่านำสู่ความตระหนักในแบรนด์ของกิจการได้เป็นอย่างดี
รวมถึงซัมซุง ที่พัฒนาภาพลักษณ์ในแบรนด์ของตนจนติดอันดับแบรนด์ชั้นนำของโลก ก็เพราะมาจากการดีไซน์นั่นเอง โดยซัมซุงทุ่มทุนสร้างพัฒนาทั้งบุคลากรและศูนย์กลางการออกแบบของโลกขึ้นมา กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำอย่างรวดเร็ว นับว่าซัมซุงจับกระแสได้ถูกทางทีเดียว
ความหมายของดีไซน์ที่มุ่งเน้น มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ความสวยความงามเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบทั้งกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์สูงขึ้น นอกจากนี้ดีไซน์ที่ชาญฉลาดยังช่วยให้กิจการสามารถผลิตได้ง่ายขึ้น ลดการใช้วัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง
ดังเช่น IKEA ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์แนวโมเดิร์นที่เน้นออกแบบให้เตะตาลูกค้าคนรุ่นใหม่ การออกแบบชิ้นส่วน (knockdown) แต่ละชิ้นนั้นไม่ซับซ้อนในการผลิต และใช้ประกอบเฟอร์นิเจอร์หลายๆ ประเภท อาทิ ข้อต่อชิ้นหนึ่ง ใช้ทั้งตู้ โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ฯลฯ เกิดความประหยัดปริมาณผลิตจำนวนมาก
นอกจากนี้ การดีไซน์ยังรวมถึงการออกแบบกระบวนการดำเนินงานและการบริการลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด รวดเร็วทันเวลา สะดวกแก่ลูกค้า ดังเช่น เดลล์ ที่ได้มีการออกแบบกระบวนการจัดจำหน่ายสินค้า เน้นการขายตรงผ่านทางอินเทอร์เน็ต สื่อสารกับลูกค้าสองทาง รับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ผลิตสินค้าได้ตามสเป็กของลูกค้าแต่ละราย ลดต้นทุนโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
หรือกรณี เฟดเอกซ์ ที่นำระบบการติดตามสิ่งของที่ส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตและอิเล็กทรอนิกส์ สร้างความมั่นใจและมูลค่าเพิ่มของการขนส่งสินค้าต่อลูกค้า โดยที่ไม่ได้ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น และสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการที่สินค้าสูญหาย
อีกแนวโน้มหนึ่งที่สำคัญของการดีไซน์ที่ต้องคำนึงถึงก็คือ Eco Design การออกแบบให้ใส่ใจในการรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิ การออกแบบให้ลดการใช้วัตถุดิบสิ้นเปลืองลง ของเสียจากการผลิตก็ลดน้อยลง ทำให้ต้นทุนในการจัดการกับสิ่งแวดล้อมหลังการผลิตก็น่าจะลดน้อยลงไป
การทำอีโคดีไซน์สามารถสร้างสรรค์ความแตกต่างจากคู่แข่งขันได้ทั้งคุณภาพ ภาพลักษณ์ และมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า อาทิ รถยนต์โฟล์กสวาเกนของเยอรมนี ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้ชิ้นส่วนรีไซเคิล 85% และ 95% สามารถนำมาใช้ซ้ำได้เพียงปรับปรุงเล็กน้อย รวมถึงเป็นรถยนต์ที่ไม่ปล่อยมลพิษออกมาสู่สิ่งแวดล้อมเลย โดยเฉพาะคาร์บอน ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้มีแบตเตอรี่และโซลาร์เซลล์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
แม้ว่าจากการสำรวจการทำอีโคดีไซน์จะยังไม่อยู่ในความสนใจสูงสุดของนักบริหารต่างๆ แต่แนวโน้มก็เริ่มเด่นชัดขึ้นว่าทิศทางของการทำอีโคดีไซน์ กรีนดีไซน์ หรือการออกแบบสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้น คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในระยะยาว
ดังนั้น ทุกท่านควรเตรียม ดังวลีที่ว่า ดีไซน์ผลักดันนวัตกรรม นวัตกรรมเสริมพลังให้กับแบรนด์ แบรนด์สร้างความภักดีให้ติดหนึบต่อลูกค้า และความภักดีผูกพันดังกล่าวก็จะนำสู่กำไรที่ยั่งยืนในระยะยาวนั่นเอง
คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์
โดย รศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค teerayout@acc.chula.ac.th
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม