Performancing Metrics

Custom Search

อ้วน… ปฐมบทภัยร้าย !



Donate



น้ำดำ เฟรนช์ฟราย…กระตุ้น “ความอยาก” น้ำตาล

เห็นเครื่องดื่มแปะป้าย fat free zero แล้วอย่าชะล่าใจ !

เพราะเครื่องดื่มประเภทนี้ใช้น้ำตาลเทียมที่ให้ความหวานประเภทที่เรียก dry sweet ซึ่งแม้ไม่ได้ให้พลังงานแต่ในที่สุดแล้วคนที่กินน้ำตาลเทียมมักจะไม่สังเกตว่าตัวเอง “อยาก” อาหารหวานมากขึ้น…นั่นเพราะร่างกายต้องการความหวานจากธรรมชาติ (natural sweet) ยิ่งพอเจอความหวานหลอกๆ แบบ dry sweet ก็ยิ่งทำให้อยากกิน natural sweet มากขึ้น

เช่นเดียวกับอาหารขบเคี้ยวประเภทมันฝรั่งทอด

เฟรนช์ฟราย ฯลฯ อย่าแปลกใจถ้ากินของพวกนี้แล้วเพลินจนเหมือนจะหยุดไม่ได้ นั่นเพราะอาหารบางประเภทสามารถสั่งให้ร่างกายเราหลั่งสารแห่งความสุข (เอ็นดอร์ฟิน) ออกมาได้โดยอัตโนมัติ (ว่ากันว่าอาหารเหล่านี้ ผ่านการวิจัยมานักต่อนักแล้วก่อนจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ขายออกสู่ตลาด)

ที่ร้ายไปกว่านั้นคือต้องระวังให้มาก เพราะเครื่องดื่มน้ำดำ หรือของหวานพวกน้ำตาล เรามักติดเพราะกินเพลินปาก บางคนว่า กินน้ำหวานเวลาเหนื่อยแล้วช่วยให้รู้สึกดี ตรงนี้วิชาการเขาก็อธิบายไว้ว่าเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่ชื่อ “โดปามีน” (Dopamine) และ

“เซโรโปนิน” (Seroponin) ซึ่งสมดุลของฮอร์โมน 2 ตัวนี้ทำให้เรากระฉับกระเฉงหรือเฉื่อยได้ แล้วแต่คน

อย่างไรก็ตามส่วนมากมักจะออกอาการเฉื่อยมากกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆ ถึงขนาดมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า เด็กที่กินอาหารหวานมักจะได้เกรดต่ำ (เพราะเฉื่อยไม่สนใจการเรียน) ซึ่งมีคำเรียกอาการประเภทนี้ว่า “ไฮโดรคาโบรติก”

คุณหมอยังย้ำว่า เรื่องการลดน้ำหนักนั้นสิ่งสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจ ฝึกกินอาการช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด จำไว้เสมอว่า…ยาที่ดีที่สุดคือ “อาหาร” และ “การออกกำลังกาย”

แก้อ้วน : US-ไทยแลนด์-ฟินแลนด์

สาเหตุหลักของความอ้วนที่ไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์นั้น นอกจากการกินปริมาณที่มากเกินไปแล้ว ยังมีเรื่องของการกินไม่ถูก กินไม่เป็นควบคู่ด้วย

เคสตัวอย่างเมื่อปี 2534 หลังถูกโรคอ้วนถล่มพลเมือง สหรัฐอเมริกาเริ่มโหมโรงนโยบาย low fat และ fat free มีการสื่อสารให้คนลดการบริโภคไขมัน โดยรับพลังงานหลักจากคาร์โบไฮเดรตแทน ทว่าความจริงกลับหักหลังนโยบายนี้อย่าง สิ้นเชิง เมื่อผลการสำรวจสุขภาพในปี 2543 กลับยืนยันข้อมูลว่า ชาวเมืองลุงแซมมีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 65% ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดกำลังเผชิญกับ “โรคอ้วน”

สิ่งที่เมืองมหาอำนาจพลาดไปคือ การลดปริมาณไขมันอย่างเดียวนั้นไม่พอ เพราะสิ่งจำเป็นที่ต้องลดไปด้วยคือพลังงานทั้งหมด

อย่างไรก็ตามรองศาสตราจารย์ ดร.วินัย ดะห์ลัน คณบดีคณะเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยยืนยันอีกคนว่า…ไขมันไม่ได้เลวอย่างที่คิด !

“ไขมันมีทั้งประเภทอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ต้องกินสลับกันให้สมดุลอย่างละ 1 ส่วน ไม่ได้เน้นปริมาณแต่เน้นความหลากหลายให้สมดุล เช่น การทอดอาหารที่ใช้ความร้อนสูงและนาน ใช้น้ำมันปาล์มโอลีน หรือทอดสั้นๆ ให้ใช้น้ำมันประเภทกรดไขมันไม่อิ่มตัว น้ำมันรำข้าว น้ำมันทานตะวัน แม้แต่ที่ขึ้นอยู่แล้วในพื้นที่ป่าก็เป็นน้ำมันชนิดใหม่ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ อาทิ เมล็ดมะรุม เมล็ดฟักทอง เมล็ดชา เมล็ดงา เมล็ดมะเยาหิน ฯลฯ น้ำมันเหล่านี้มีสารไฟโตนิวเทรียนต์ปริมาณสูงให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ”

จากไทยแลนด์ข้ามไปที่ฟินแลนด์…ประเทศนี้มีวิธีแก้ปัญหาอ้วนที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมาน่าสนใจ

ไม่ใช่ใช้ยา แต่เน้นเรื่อง “อาหาร” แม้ว่าบ้านเมืองเค้าอาหารประเภทพืชผักราคาแพงเนื่องจากปลูกน้อย แต่รัฐบาลยอมเข้าเนื้อโดยรับซับซิไดซ์ราคาอาหารมีประโยชน์พวกพืชผัก ผลไม้ ให้ภาษีน้อย ในขณะที่อาหารขยะหรืออาหารไม่ดีต่อสุขภาพต่างๆ ก็ขึ้นภาษีมากหน่อย…ส่งผลให้คนกินผักมากขึ้น 2-3 เท่าตัว ช่วยลดอัตราการเกิดโรคกลุ่มหัวใจหลอดเลือดได้

รู้ทันยาลดน้ำหนัก

น่าสังเกตว่าทั้งสหรัฐอเมริกาและฟินแลนด์เมื่อตระหนักปัญหาเรื่องอ้วน รัฐบาลเขาก็เข้ามามีบทบาททันที (ในขณะที่รัฐบาลบ้านเรายังคงยุ่งกับเรื่องม็อบและความอยู่รอดของเก้าอี้มากกว่า) อย่าแปลกใจถ้าพูดถึงสภาวการณ์เรื่องอ้วนในเมืองไทย…เป็นใครก็คงต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน !

ยาลดน้ำหนักเป็นวิธีหนึ่งที่แม้รู้ว่าเสี่ยง แต่หลายๆ คนก็ยอม…เพื่อความผอม

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ น.พ.เทพ หิมะทองคำ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย อธิบายวิวัฒนาการของยา ลดน้ำหนักว่า ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันยากลุ่มนี้ไปมีผลให้สมองไม่อยากอาหาร ประมาณว่ากดอาการหิวเอาไว้ (เช่นเดียวกับยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) ซึ่งเมื่อเลิกใช้ก็จะอ้วนคืน ที่น่ากังวลคือยากลุ่มนี้หลุดจากวงการแพทย์ไปแพร่หลายอยู่ในร้านเสริมสวยซะแล้ว การใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจเป็นอันตรายได้

ในขณะที่ยาลดความอ้วนอีกกลุ่มหนึ่งไปมีผลทำให้กระบวนการดูดซึมไขมันในลำไส้ลดลงไป 30% โดยไขมันจะหลุดออกมาทางอุจจาระ (ข้อเสียคือ นอกจากมีราคาแพงแล้ว อาจไม่เวิร์กเพราะถ้าเราไม่กินอาหารประเภทที่ไม่มีไขมัน ยาตัวนี้ก็ไม่ทำงาน)

นอกจากนี้ยาลดความอ้วนในสถานลดน้ำหนัก (ประเภทแคปซูล) ก็มีความเสี่ยงต่อโรคไทรอยด์เป็นพิษ โดยน้ำหนักจะลดฮวบฮาบ แถมอาการใจสั่นและเหนื่อยผิดปกติมาให้ด้วย :D

งานประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติครั้งที่ 3

ตัวเลขในปี พ.ศ.2550 มีผู้ป่วยเบาหวาน 246 ล้านคน !

คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2568 จะมีผู้ป่วยเพิ่มเป็น 380 ล้านคน !!!

อัตราการเพิ่มรวดเร็วจนสหประชาชาติต้องประกาศออกมาให้โรคเบาหวานเป็น 1 ใน 2 โรค (อีกโรคคือโรคเอดส์) ที่กำลังทำลายมนุษยชาติ ด้วยเหตุนี้สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯจึงจัดงานการประชุม “ภาคีร่วมใจ โภชนาการไทยมั่นคง” เพื่อเป็นเวทีร่วมของสถาบันหรือองค์กรที่ทำงานด้านโภชนาการ โดยนำเสนอ ผลงานทางวิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กับสถาบันต่างๆ ในวันที่ 1-3 ตุลาคมศกนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา www.nutritionthailand.or.th/tcn

เท่านั้นยังไม่พอ ต่อเนื่องกับ “การประชุมโภชนาการนานาชาติ ครั้งที่ 19″ (The 19th International Congress of Nutrition : ICN 2009) ภายใต้หัวข้อ “Nutrition Security for All” รองรับ

ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจากบริษัทอาหารชั้นนำจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 3,000 คน ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติ ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 4-9 ตุลาคม 2552 สนใจข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.icn2009.com

คอลัมน์ HEALTH
โดย เกด-ริน






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>