Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

รับคลิป(ข่าว)เพิ่มไหมคะ



Donate

… พรุ่งนี้ ราคาน้ำมันจะขึ้นอีกหรือเปล่า?

… ใครจะได้เป็นนายกฯ คนต่อไป?

… ตกลงว่าชาคริตเป็นเกย์จริงมั๊ย?

… แล้วทำไมทาทา กับ เปรม ถึงเลิกกัน?

ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ว่าด้วยเรื่อง ‘ความอยากรู้’ เป็นที่ตั้ง แต่เมื่อความอยากรู้พัฒนาสู่ขั้นของ ‘ความอยากอวด (ว่ารู้)’ ด้วยแล้ว กระแสการเสพข่าวสารก็เลยเป็นไปอย่างบ้าคลั่งมากกว่าเดิม

ที่เห็นได้ชัด คือ สถานีโทรทัศน์บ้านเราจะพยายามอย่างหนักเพื่อปรับตัวรับกับคลื่นความอยากรู้โดยไม่ต้องรอให้สั่ง

แต่ละสถานีก็พยายามทุ่มกำลังลงมาที่ข่าวมากขึ้น ทั้งปรับรูปแบบวิธีการเล่าเรื่อง ที่ฮิตสุดๆ ก็คือ รายการคุยข่าว ซึ่งกระจายอยู่เต็มผัง แต่เล่าเรื่องเดียวกันซ้ำไปซ้ำมาทั้งวัน และยังมีอีกนานาสารพัดวิธีที่จะงัดมาแข่งกันเพื่อแย่งความสนใจจากผู้คน

แต่ก็ได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะการตอบสนองด้านข่าวของทีวียังไม่ทันใจคนยุคใหม่ ที่ใช้ชีวิตรีบเร่งจนกลายเป็นว่าอะไรๆ ก็ดูเหมือนจะช้าไปเสียหมด

อีกทั้งไลฟ์ไสตล์คนยุคใหม่ที่อยู่นอกบ้านมากขึ้น ดูทีวีน้อยลง แถมกลับบ้านไม่เป็นเวลา แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งดูข่าวเพื่ออัพเดทตัวเอง

ขณะที่ความอยากรู้ไม่ได้ลดน้อยลงตามไปด้วย จึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญของการเติบโตของข่าวสารเผ่าพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า ‘เอสเอ็มเอส นิวส์’ อย่างช่วยไม่ได้

ทราบกันดีอยู่ว่า ‘โทรศัพท์มือถือ’ ในวันนี้ ไม่ได้เอาไว้ใช้แค่โทรเข้าโทรออกอีกต่อไป เพราะทำได้ทั้งถ่ายรูป, ถ่ายวิดีโอ, เล่นอินเตอร์เน็ต, ฟังเพลง, เล่นเกม ฯลฯ

และที่สำคัญที่ต้องประเมินโทรศัพท์มือถือ เสียใหม่ ก็คือการเป็น ‘สื่อ’ ที่สำคัญและเข้าถึงตัวผู้คนได้ง่ายและเร็วที่สุดในนาทีนี้

โน้ตบุคที่ว่าเจ๋ง กว่าจะหยิบมาใช้งานแต่ละที ย่อมยากกว่าการล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กดปุ่มไม่กี่ปุ่ม ก็ติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้แล้ว

“ปิ๊บปิ๊บ… ปิ๊บปิ๊บ” เสียงเตือนเมื่อมีเมสเสจส่งเข้าเครื่องมือถือ ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของการมาถึงของเอสเอ็มเอสนิวส์

ทั้งนี้การให้บริการส่งข่าวผ่านทางเอสเอ็มเอสเพิ่งจะถือกำเนิดในไทยได้ไม่นาน แต่ต้องเรียกว่าโตพรวดอย่างน่าตกใจ

‘สั้นๆ’ แต่มาแรง

เอไอเอส โอเปอเรเตอร์เบอร์หนึ่งของไทย ให้ข้อมูลไว้ว่า นับตั้งแต่วันแรกที่เอสเอ็มเอสนิวส์แจ้งเกิด จำนวนลูกค้าของเอไอเอสที่รับบริการก็ขยับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากศูนย์ก็กระโดดขึ้นมาเป็น 1.5 ล้านคน ภายใน 3 ปี

คิดโดยเฉลี่ยคือเพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนคน ขณะที่ผู้ให้บริการคอนเทนท์ข่าวที่เข้ามาขอแจมในตลาดนี้ ก็เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 15 สำนักข่าว

โดยหากให้ประเมินถึงจำนวนผู้รับคอนเทนท์ข่าวทั้งหมดในตลาดนั้น ปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักบริการเสริม เอไอเอส บอกว่าก็น่าจะคูณสองเข้าไป ได้เป็นประมาณ 3 ล้านคน และคิดเป็นมูลค่าได้ที่ราว 500 ล้านบาทต่อปี

พร้อมกันนี้ ปรัธนา ยังได้เล่าถึงวิวัฒนาการคอนเทนท์ข่าวบนมือถือไว้ว่า เริ่มต้นด้วยการส่งข่าวสั้นในรูปของเอสเอ็มเอส ส่งตรงยังลูกค้า วันละ 6 ข่าว เช้าสาม-บ่ายสาม

ชื่อของเอสเอ็มเอส (Short Message Service) ก็บอกอยู่แล้วว่าคือ ‘ข้อความสั้น’ จึงแทบไม่ต่างอะไรกับการส่งพาดหัวข่าวไปให้อ่าน ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน อย่างไร โดยแจ้งให้ทราบแค่ประเด็นหลักๆ ของข่าวเท่านั้น

จนเมื่อบริการเป็นที่นิยมมากขึ้น ก็เริ่มมีการพัฒนารูปแบบของคอนเทนท์ให้มีสีสันยิ่งขึ้น ด้วยการส่งข่าวแบบ ‘มัลติมีเดีย’ มีทั้งภาพนิ่งและไฟล์เสียงให้ฟัง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับข่าวสาร

ความพยายามพัฒนาคอนเทนท์ข่าวให้แปลกใหม่ ดึงความสนใจอยู่ตลอดนั้น ก็ได้ส่งผลให้คอนเทนท์ข่าวไต่อันดับขึ้นมาทำรายได้และมีจำนวนผู้ใช้สูงสุด ในจำนวนคอนเทนท์ทั้งหมดที่มีให้บริการอยู่ ก่อนจะตามด้วยเพลง และ ภาพ ที่มาเป็นอันดับสองและสามตามลำดับ

แต่วิวัฒนาการของคอนเทนท์ข่าวบนมือถือก็ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะตอนนี้เรื่องของ ‘คลิป’ ไม่ว่าจะฉาวหรือไม่ฉาว ต่างก็เรียกความสนใจของผู้คนได้มากกว่าแค่ข้อความหรือภาพนิ่งที่มาพร้อมกับเสียงอยู่แล้ว

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เอไอเอส ตัดสินใจแจ้งเกิดก่อนเพื่อน โดยร่วมมือกับสำนักข่าวทีนิวส์ เปิดให้บริการ ‘ข่าวด่วนมัลติมีเดีย ทีนิวส์’ ส่งคลิปวิดีโอข่าวด่วน รายงานภาพเหตุการณ์ผ่านโทรศัพท์มือถือ

เพราะ วิดีโอ คือ สิ่งที่ปรัธนา ยกให้เป็น ‘เน็กซ์ สเต็ป’ ของการให้บริการบนมือถือ โดยที่ผ่านมา เอไอเอส ก็ได้ชิมลางไปแล้วด้วยการเปิดให้บริการดูทีวีผ่านมือถือ (โมบายทีวี) ร่วมมือกับหลากพันธมิตร เกิดเป็นทีวี 40 ช่อง ซึ่งก็เติบโตเกินคาด คือ จากลูกค้าสองหมื่นเศษเมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะนี้เอไอเอสมีลูกค้าที่รับบริการโมบายทีวีแล้ว 3.5 แสนคน

และกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้เอง ที่น่าจะมีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะรับบริการคลิปข่าวแบบใหม่นี้ด้วย เนื่องจากมีเครื่องที่รองรับการชมคลิปวิดีโอ มีระบบจีพีอาร์เอส ทั้งยังเคยสัมผัสประสบการณ์ดูทีวีผ่านมือถือมาแล้ว จึงไม่น่าจะยากหากจะจูงใจ

‘คนข่าว’ ก็ต้องเปลี่ยนตาม

ด้านฝั่งของผู้ผลิตคอนเทนท์อย่าง ‘ทีนิวส์’ ซึ่งเป็นเบอร์สองของตลาดเอสเอ็มเอสนิวส์นั้น สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม กรรมการผู้อำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ ช่วยเสริมถึงจุดเปลี่ยนที่แท้จริงของการรับข่าวบนมือถือด้วยว่า เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ประเทศไทยประสบเหตุภัยพิบัติ ‘คลื่นยักษ์สึนามิ’ ซึ่งคนจำนวนอยู่นอกบ้าน ทำให้ไม่สามารถรับรู้ข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

ความต้องการข่าวสารแบบใหม่จึงเกิดขึ้น เป็นการกลับข้างของการเสนอข่าว จากที่ต้องนั่งรอดูหรือฟังข่าวที่จะมาทุกต้นชั่วโมง ก็กลายเป็นว่านั่งอยู่เฉยๆ เดี๋ยวข่าวสำคัญๆ ก็จะมาเสิร์ฟถึงมือเอง

“สำหรับทีนิวส์ เราเป็นสำนักข่าวในรูปของนิวมีเดีย เราจึงไม่มีต้นทุนค่าสื่อ ไม่ต้องจ่ายค่ากระดาษ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าช่องสัญญาณ ไม่ต้องมีค่าสัมปทาน โดยเม็ดเงินลงทุนก้อนหลักๆ ของทีนิวส์ก็คือ ค่าจ้างพนักงาน และ ค่าเทคโนโลยี”

แต่เมื่อพัฒนาธุรกิจจากเอสเอ็มเอสนิวส์ ขึ้นมาเป็น มัลติมีเดียนิวส์ นั้น ก็ทำให้ทีนิวส์ ต้องลงทุนเพิ่ม เพราะโปรดัคชั่นขยายใหญ่ขึ้น ในการทำข่าวหนึ่งครั้ง จะต้องมีทั้ง นักข่าว ช่างภาพวิดีโอ คนขับรถ ต้องมีรถข่าว มีค่าขนส่ง ค่าน้ำมัน แล้วยังต้องจ้างคนลงเสียง และ ตัดต่อ อีกด้วย

“จากที่เคยใช้นักข่าวคนเดียว ขึ้นรถเมล์ไปทำข่าว พอได้ข่าว ก็โทรกลับมาส่งข่าว แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว เพราะเราต้องถ่ายวิดีโอด้วย” สิ่งที่ตามมาคือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัว ผู้บริหารทีนิวส์ย้ำ

แม้จะลงทุนสูงกว่าร้อยล้านบาท แต่หนทางสู่จุดคุ้นทุนก็ใช่ว่าจะเลือนลาง โดยหากว่าหาลูกค้าได้ 1 แสนรายในปีแรก ก็ถือว่าหรูแล้ว ในมุมมองของสนธิญาณ ส่วนเรื่องจะคุ้มทุนเมื่อไหร่นั้น อาจต้องรอหน่อยเท่านั้นเอง

การที่เข้ามาลงทุนเปิดบริการคลิปข่าวครั้งนี้ เขาบอกว่า ทำไปเพราะเชื่อว่า มัลติมีเดียจะมาแน่ โดยจะค่อยๆ เข้ามาแทนที่รูปแบบของคอนเทนท์แบบเก่าๆ อย่างแน่นอน

“เปรียบเทียบธรรมชาติของข่าวเอสเอ็มเอส และ มัลติมีเดียแล้ว ต่างกันตรงที่ว่า ถ้าเป็นข่าวเอสเอ็มเอส พอได้ข่าวมาก็ส่งได้เลย แต่พอมาเป็นคลิปวิดีโอ กว่าจะส่งได้ต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 30-40 นาที เรื่องความด่วนจึงต้องตกไป แต่ต้องไปเพิ่มในส่วนของแง่มุมที่น่าสนใจ ภาพข่าวที่มีแอ็คชั่น เพื่อตอบสนองอารมณ์ของลูกค้า เพราะเป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ“

เรียกว่ายิ่งถ้าได้เห็นภาพเคลื่อนไหวแบบสดๆ คนบ้าข่าวทั้งหลายก็จะเหมือนกับได้ไปยืนดูอยู่ในที่เกิดเหตุจริงๆ เพิ่มความ ‘อิน’ ไว้ให้โม้ต่อได้อีกไม่น้อย






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>