Performancing Metrics

Custom Search
Page Ranking Tool

 Donate

ความรู้ล่าสุด

Web Brand และ กลยุทธ์



People no longer buy shoes to keep their feet warm and dry.
        They buy them because of the way the shoes make them feel
       - masculine, rugged, different, sophisticated, glamorous, “in”.
        Our business now is selling excitement rather than shoes.
        Francis C. Rooney
       
        ถ้าบริษัทจะต้องเริ่มด้วยการมีนักบัญชีดีๆ สักคนแล้วล่ะก็ ผู้คนที่ต้องการทำธุรกิจในโลกอินเทอร์เน็ตก็ควรจะเริ่มต้นด้วยการมีเว็บไซด์เป็นของตนเอง เพราะเว็บเป็นช่องทางสื่อสารเพียงอย่างเดียวที่ผู้บริโภคจะได้มีประสบการณ์กับแบรนด์ได้โดยตรง (กรณีที่ไม่ได้ทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ออฟไลน์ใดๆ เลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายละเอียดสินค้าหรือบริการ ราคา การบริการ หรือแม้แต่รสนิยม เพราะเว็บสามารถบรรจุเรื่องราวธุรกิจที่คุณต้องนำเสนอได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นวันนี้จะเล่าให้ฟังถึงแนวคิดระหว่าง Web Brand และการใช้กลยุทธ์ว่า ควรคำนึงถึงปัจจัยใดบ้าง
       
       ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ปัจจัยที่ทำให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บ อันดับแรกคือ การมีเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง (High Quality Content) เช่น ถ้าคุณเป็นเว็บข่าวอย่าง Manager.co.th ก็จะต้องมีความเร็วและความน่าเชื่อถือของเว็บข่าว อย่างนี้เรียกว่าเนื้อสารที่มีคุณภาพ
       
       สอง ความง่ายในการใช้งาน เว็บนี่ต้องเข้าใจง่าย (User Friendly) ทั้งเรื่องภาษา วิธีการหาข้อมูลที่ต้องการ การจัดวางเนื้อหา รวมไปถึงการดาวน์โหลด การส่งต่อ ในอันที่จะทำให้การสื่อสารไม่ต้องใช้ความคิดให้มากไปกว่า ‘คลิกให้ถูก’
       
       สาม ความเร็วในการดาวน์โหลด เว็บนี่มีระดับความลึกนะครับ ที่เรียกว่า รากของเว็บ (Web Root) ซึ่งขึ้นอยู่กับรายละเอียดและจำนวนของข้อมูล กรณีความง่ายนี้ขึ้นอยู่กับดาวน์โหลดได้เร็วพอรอได้หรือไม่ (ขึ้นอยู่กับความสำคัญของข้อมูลต่อผู้ใช้งาน) เข้าไปถึงข้อมูลที่ต้องการภายในกี่คลิก (Click) โต้ตอบได้ทันทีทันควันหรือไม่ (อย่างเว็บที่มีกระดานข่าว หรือมี Q & A ผู้ดูแลเว็บที่เรียกว่าเว็บมาสเตอร์ สามารถหาคำตอบหรือมีปฏิกิริยาต่อคอมเมนต์นั้นๆ ได้รวดเร็วพอหรือไม่)
       
        สี่ ต้องปรับปรุงตลอดเวลา (Updated and Refresh Frequently) เว็บนี่เหมือนหน้าร้าน หรือ Showroom ต้องทำให้สดใสใหม่เสมอ ในขณะที่เนื้อหาก็ต้องมีการพัฒนาไป ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ นี่หมายรวมถึงการมีอะไรใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้ตลอดเวลา
       
       นั่นคือปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คนเข้ามาชมเว็บบ่อยๆ เพื่อให้ไว้เป็นแนวคิดในการเริ่มต้นจัดทำเว็บไซด์ของธุรกิจคุณ แต่ก่อนหน้านั้นต้องคิดเสียก่อนว่า กลยุทธ์ของธุรกิจจะเป็นอย่างไร เอาเว็บมาตอบสนองส่วนใดของกลยุทธ์ เพราะอย่างที่บอกว่า หากเว็บเป็นประสบการณ์แต่อย่างเดียว ที่ผู้บริโภคของคุณจะได้สัมผัสกับธุรกิจของคุณ เว็บก็คือแบรนด์ แต่หากว่าเว็บเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ กลยุทธ์จะเป็นอีกแบบหนึ่ง กรณีนี้ผมขอกล่าวถึงเฉพาะเว็บที่เป็นแบรนด์บนโลกอินเทอร์เน็ต
       
       กลยุทธ์สำหรับเว็บที่เป็นแบรนด์ ต้องเริ่มจากต้องวิเคราะห์เสียก่อนว่าจะเข้าตลาดใด เพราะเมื่อถึงเวลานี้ ผู้คนที่ทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตก็ได้จับจองพื้นที่ในฐานะผู้นำ (Pioneer) ไปเสียเกือบหมดแล้วในธุรกิจที่พอมีโอกาสบนโลกสีฟ้า ดังนั้นกลยุทธ์ส่วนใหญ่ที่ทำกันอยู่ก็คือ หนึ่ง การเป็นผู้ตามอย่างรวดเร็ว (Early Follower) หมายถึง กลยุทธ์ที่เข้าไปในตลาดที่ผู้นำเข้าไปยังไม่นานนัก (ในโลกของการตลาดจริง ผู้นำอย่าง Lipton เข้าตลาดมาตั้งแต่ 1893 หนึ่งร้อยสิบห้าปี แต่ในโลกเสมือนผมอยากจะให้คำจำกัดความของ Early Follower ว่า ควรจะใกล้กันขนาดภายใน 1 ปี นับแต่ผู้นำเข้าตลาด) แล้วนำเสนอสิ่งที่แตกต่าง กรณีนี้ขอยกตัวอย่าง Cuil.com ที่เสนอตัวเข้ามาเป็น Search Engine ทางเลือกหลังจาก Yahoo และ Google ซึ่งอ้างทำนองว่าจริงจังกับการค้นหามากขึ้น ซึ่งจะได้รับความนิยมหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน เหตุที่สามารถใช้กลยุทธได้เป็นเพราะผู้บุกเบิก (Pioneer) อาจมีจุดอ่อนเรื่องทรัพยากรด้านต่างๆ เนื่องจากรีบเร่งจองพื้นที่ในตลาด จึงทำให้มีช่องว่างให้ผู้มาใหม่โจมตีได้
       
       สอง กลยุทธการสร้างความต่าง (A Differentiation Strategy) กลยุทธ์นี้พูดกันมากและบ่อยในเรื่องของแบรนด์ การสร้างความต่างนี้ ขอให้มุ่งไปที่ความต่างที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค กรณีนี้ขอยกตัวอย่าง Hi-5 ซึ่งถึงแม้มีผู้ตามอื่นๆ เข้ามาอย่างรวดเร็วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถสร้างชุมชนได้มากพอที่จะเป็นปรากฏการณ์เท่า Hi-5 เหตุผลก็คือ ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ทั้งเนื้อหาและกลยุทธ์
       
       และสาม กลยุทธ์การสร้างนวัตกรรม (An Innovative Strategy) โลกสีฟ้าเปิดโอกาสให้ผู้กล้าคิดได้ลองทำ ในงบประมาณการลงทุนที่ไม่มากนัก ใครจะนึกว่าผู้คนจะนิยมซื้อหนังสือผ่านร้านหนังสือออนไลน์ สั่งจ่ายเงินเดือนผ่านธนาคารออนไลน์ และอีกสารพัดธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ปัญหาของเราๆ ท่านๆ ก็คือ ผู้คนจะนิยมทำอะไรบนโลกเสมือนกันอีกในอนาคต หากคิดได้ทำเป็น ก็รวยได้เร็วกว่า

       ‘ อนาคตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว’
       
       Yogi Berra
       
        ตอนนี้หวังว่าคุณคงมี Web site ของธุรกิจกันแล้วนะครับ เว็บเป็นแบรนด์โดยส่งประสบการณ์ผ่านออนไลน์ ด้วยเนื้อหาที่มีคุณภาพ มีความง่ายในการใช้งาน มีความเร็วในการดาวน์โหลด และต้องมีการเคลื่อนไหวปรับปรุงตลอดเวลา เว็บไซต์นี่โดยเนื้อแท้เป็นส่วนของเนื้อหาที่รายรอบอยู่ ด้วยการสั่งงานของมนุษย์ผ่านคอมพิวเตอร์ (Engine) ซึ่งทั้งสองประการเป็นจุดตายด้วยกันทั้งคู่ เนื้อหาดี เอ็นจินไม่ดี ก็เสร็จ แต่ส่วนใหญ่จะตายกันตรงเนื้อหาครับ เพราะเอ็นจินตามกันทันหมด ทั้งตัวงบประมาณและความรู้ กลยุทธ์แรกๆของการทำเว็บก็คือ เนื้อหาต้องสนองตอบธุรกิจ ในขณะเดียวกันต้องเป็นความต้องการของผู้รับสารเช่นกัน
       
       เว็บบางเว็บเนื้อหาดี แต่มีคนเยี่ยมชมไม่มาก เพราะเนื้อสารนั้นๆ ยังไม่เป็นความต้องการ หรือยังไม่อยู่ในกระแส เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยังไม่สามารถทำธุรกิจให้เช่าโฆษณาในหน้าเว็บได้ อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ก็สามารถแบ่งได้คล้ายกับองค์กรธุรกิจ นั่นคือ มุ่งแสวงหากำไร กับ ไม่เน้นแสวงหากำไร และสามารถแยกย่อยลงไปเป็น เว็บที่ให้ข้อมูล (Informative Web) เว็บที่มีปฏิสัมพันธ์ได้ (Interactive Web) ไปจนกระทั่งเป็นเว็บชุมชน (Community Web) ซึ่งเป็นจุดขายหลักของเว็บในรุ่นที่ 3
       
        ดังนั้นถ้าเราแบ่งตามความต้องการทางธุรกิจ จะสามารถแบ่งเว็บธุรกิจได้ 3 ชนิด คือ เว็บที่ประกอบธุรกิจ (Business Purpose Web) เว็บชุมชน และเว็บที่เป็น Search Engine ความแตกต่างกันก็คือ เว็บที่ประกอบธุรกิจ เน้นการใช้เว็บเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจกับลูกค้าของตนโดยตรง แต่เว็บชุมชนและเว็บค้นหา จะเน้นจำนวนผู้อยู่เป็นสมาชิกและใช้ค้นหา เพื่อเป็นตัวดึงดูดให้ผู้คนมาใช้เป็นสื่อโฆษณา
       
       สำหรับบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะเว็บที่ประกอบธุรกิจ และเว็บชุมชน ในฐานะเป็นแบรนด์ที่ต้องสร้างเท่านั้น เว็บที่ประกอบธุรกิจ กรณีที่เริ่มเฉพาะบนโลกอินเทอร์เน็ต กลยุทธ์ก็จะเป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันทั่วไป คือ สินค้าบริการมีความน่าสนใจเพียงใด มีตลาดหรือไม่ จะตั้งราคาอย่างไร การส่งของ การเก็บเงิน และทำอย่างไรจะเข้าถึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ดูเหมือนไม่มีความแตกต่างเท่าใดนัก ระหว่างโลกจริงกับโลกอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจัยที่ต้องตระหนักก็คือ ความน่าเชื่อถือที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอบนเว็บ ทั้งเรื่องการให้ข้อมูล การออกแบบ รสนิยม รวมทั้งการมีผู้คนสนับสนุน ที่พร้อมจะได้รับการติดต่อจากลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
       
       แต่กรณีถ้าเป็นการขยายตัวจากโลกจริง เข้ามาสู่โลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม อาทิ การสร้างซับ-แบรนด์ การปรับเปลี่ยนช่องทางจัดจำหน่าย การขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็ต้องมาพิจารณาว่าจะไปทางเว็บประกอบธุรกิจ หรือใช้เว็บเป็นขบวนการสร้างสาวกในเชิงเป็นเว็บชุมชน กรณีนี้สามารถยกตัวอย่างปรากฏการณ์กิมจิในบ้านเรา เมื่อนักร้องจากเกาหลีสามารถมาสร้างแฟนคลับ ให้เข้าชมคอนเสิร์ตได้เป็นหมื่นๆ คน ไม่ว่าจะเป็น ‘เรน’ ดงบังชิงกิ ซุปเปอร์จูเนียร์ ก็เกิดขึ้นจากการสร้างส่งเสริมให้แฟนคลับสร้างเว็บชุมชนขึ้นมา จากเว็บชุมชนนี้ก็ขยายความนิยมเข้าสู่ประเทศเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม และต่อยอดไปยังอเมริกา เราจึงเห็น ‘เรน’ ไปแสดงในฮอลลีวู้ด เสนอหน้าในงานปิดโอลิมปิกปักกิ่ง กลยุทธ์ก็คือ การสร้างเว็บสาวกโดยสาวก ในเชิงการสร้างแบรนด์ นั่นหมายถึง การสร้างกลุ่มอ้างอิง (Reference Group) เพื่อสร้างความนิยมต่อเนื่อง สำหรับสินค้าอาจใช้เว็บชุมชน เพื่อสร้างความภักดีให้กับกลุ่มเป้าหมายเก่า ในขณะที่สร้างประสบการณ์ที่ดีกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ เท่าที่สังเกตก็จะเป็น ไมโครไซต์ (Micro Site) เล่นเกม เพื่อสร้างการเชื่อมโยงกับแบรนด์ (Brand Contact) เช่น Site ของพวกวิสกี้ เล่นเกมกับ Site ของ Snack ต่างๆ เป็นต้น






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>