![]() |
เป็นเวลามากกว่า 10 ปี ที่ผลิตภัณฑ์หอยเป๋าฮื้อ “อาบาเน่” ของบริษัท ภูเก็ตเป๋าฮื้อฟาร์ม จำกัด มุ่งที่จะสร้างนวัตกรรมการเพาะพันธุ์และส่งออกหอยเป๋าฮื้อไปยังกลุ่มประเทศในเอเชียและยุโรป และวันนี้ฟาร์มแห่งนี้มีรายได้จากการสร้างนวัตกรรมในธุรกิจของตนเองไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาทต่อปี
จะเรียกว่าเดินมาได้ 1 ใน 3 ของเส้นทางไปสู่ความสำเร็จก็ว่าได้ เพราะภูเก็ตเป๋าฮื้อฟาร์มได้ผ่านการคิดค้นพัฒนามาแล้วหลายขั้นตอน
ตั้งแต่การศึกษาหาข้อมูลเพื่อตั้งฟาร์มหอยเป๋าฮื้อซึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงระบบปิด โดยไม่จับมาจากธรรมชาติ เป็นองค์ความรู้ที่นำมาจากอเมริกาและยุโรป
แต่ในระยะเริ่มแรกจึงได้แค่การผลิตลูกหอยส่งออกให้กับประเทศ จีนและญี่ปุ่นเพื่อเลี้ยงต่อและจำหน่ายในประเทศนั้นๆ ต่อไป
นายสัตวแพทย์สิทธิศักดิ์ เหมืองสิน กรรมการผู้จัดการ มองว่า ถ้าต้องการเพิ่มมูลค่าก็จะต้องมีการพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงใหม่ ให้สามารถเพาะและเลี้ยงจนโตได้ขนาดบริโภค แนวคิดนี้มีมานานแล้วแต่ต้นทุนยังสูงและเสี่ยงเกินไปที่จะลงทุน
![]() |
ในปี 2549 นายสัตวแพทย์สิทธิศักดิ์จึงร่วมมือกับสำนักนวัตกรรมแห่งชาติในการศึกษาหาวิธีการเลี้ยงในต้นทุนที่ไม่สูงจนเกินไป โดยมีการนำเอาองค์ความรู้จากในประเทศมาพัฒนาต่อเนื่อง บวกกับแนวคิดของคุณหมอที่มีมาส่วนหนึ่ง แล้วค่อยๆต่อยอดจนสำเร็จในที่สุด
ปี 2550 เราจึงเห็นทั้งหอยขนาด 1 ปี รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ
เท่านั้นยังไม่พอ การพัฒนายังต้องสอดคล้องกับความต้องการภายในประเทศอีกด้วย
ที่ฟาร์มเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเปิดเป็นภัตตาคารอาหารทะเลสำหรับรองรับคนที่จะมาท่องเที่ยว ดูงาน หรือมาดูฟาร์มหอย การพัฒนาในส่วนของบายโปรดักต์ได้มาจากรสนิยมและความต้องการของลูกค้า ภายในประเทศเป็นหลัก
ลูกค้าภายในประเทศไม่ได้บริโภคหอย เป๋าฮื้อเป็นประจำ ต่างจากจีน ดังนั้นเมื่อต้อง การจะพัฒนาตลาดภายในประเทศจึงต้องทำให้เป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานได้เลย
“เรามีการออกรูปแบบใหม่ อาทิ เป๋าฮื้อนึ่งซีอิ๊ว เป๋าฮื้อในน้ำเกลือ ซุปเป๋าฮื้อ ผสมโสม ให้คนที่มาเที่ยวฟาร์มและมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารซื้อกลับไปเป็นของฝาก และเรายังส่งหอยแช่แข็งขายผ่านท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สำหรับคนเมืองที่ต้องการผลิตภัณฑ์ไปปรุงอาหาร”
นับเป็นความสำเร็จในการพัฒนาตลาดอีกขั้นหนึ่ง
และล่าสุดกับรางวัลนวัตกรรมทางด้านเศรษฐกิจที่เพิ่งได้รับมาหมาดๆ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2551 ที่ผ่านมานั้น ภูเก็ตเป๋าฮื้อฟาร์มร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ นั่นก็คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและอาหารเสริมสกัด GAGs จากหอยเป๋าฮื้อ ช่วยในการปรับสภาพผิวพรรณใน รูปต่างๆ อาทิ แคปซูลบำรุงผิวสารสกัด GAGs, แคปซูลบำรุงข้อ ช่วยเติมเต็มน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อของกระดูกต่างๆ, Hand Wash, Hand Cream และ Body Butter
นายสัตวแพทย์สิทธิศักดิ์กล่าวว่า สินค้าที่มีการพัฒนาขึ้นใหม่นั้นมาจากเรื่องของฟู้ดเซฟตี้ ทำให้มองการขยายตลาดไปใน 2 ทาง คือการผลิตอาหารที่มีความปลอดภัยสูงและตรวจสอบย้อนกลับได้ และการเลี้ยงหอยในระบบปิดมีความปลอดภัยสูง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าอย่างญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาได้
กับผลิตภัณฑ์ประเภทเสริมอาหารและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมาจากความต้องการของตลาดโลกที่ต้องการสินค้าแหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ โดยเฉพาะจากทะเลซึ่งมีคอเลสเตอรอลต่ำ ทำให้หอยเป๋าฮื้อซึ่งมีการวิจัยในเรื่องคุณประโยชน์มากมาย เหล่านี้เป็นแนวโน้มของตลาดโลกเช่นกัน
ถึงแม้ว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ หอยเป๋าฮื้อพร้อมรับประทานจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับหอยเป๋าฮื้อ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ นั้น เป็นอีกช่องทางที่เพิ่มมูลค่าได้สูงสุดเลยทีเดียว
การพัฒนาในครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจน ประกอบกับมีการพัฒนาอย่างจริงจัง ทำให้ตลาดมีการขยายอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2553 มูลค่ารวมการส่งออกหอยเป๋าฮื้อจะสูงถึง 100 ล้านบาทต่อปี และยังมีปริมาณความต้องการของตลาดโลกที่สูงกว่าปริมาณผลผลิตอยู่ถึง 5,000 ล้านบาท
นับเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามอง
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.









ความรู้ยอดนิยม