Performancing Metrics

Custom Search
Page Ranking Tool

 Donate

บทความล่าสุด

“บลูยีน” มิลเลี่ยนแนร์





หลังจากเจ้าพ่อการจัดอันดับความรวยอย่างนิตยสารฟอร์บสขึ้นทำเนียบบุคคลที่รวยล้นฟ้ามหาเศรษฐีระดับโลกปี 2008

ความน่าสนใจที่เกิดขึ้นในปีนี้กลับไม่ได้มีแต่เรื่องของผู้ครองแชมป์คนรวย “ที่สุด” ของโลกมานานถึง 13 ปีอย่าง บิล เกตส์ ที่เสียแชมป์ให้กับ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ในปีนี้ไปอย่างเดียว

แต่สิ่งที่ทำให้โลกจับตาก็คือ ปรากฏการณ์ที่มีเศรษฐีหน้าใหม่เข้าสู่ทำเนียบความรวยของฟอร์บสเพิ่มถึง 226 คน ซึ่ง 77 คนเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ชาวอเมริกัน

เฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปี ได้ฉายแววแห่งความมั่งคั่งจากธุรกิจโลกไร้พรมแดนอย่างน่าจับตา

มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

อายุน้อยและทรงอิทธิพลในโลกไซเบอร์ที่สุด

ไม่เพียงฟอร์บสขึ้นแท่น “มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก” (Mark Zuckerberg) หนุ่มวัย 23 เป็นอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก มีความรวยติดอันดับ 785 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังที่เขาเป็นคนก่อตั้ง

แต่ซักเกอร์เบิร์กยังเป็นหนุ่มที่ทรงอิทธิพลในโลกไซเบอร์ที่กลายเป็นไอดอลสำคัญให้กับเพื่อนร่วมธุรกิจโลกไร้พรมแดนวัยเดียวกันอีกด้วย

เขาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) หนุ่มรุ่นใหม่สไตล์บลูยีนมิลเลี่ยนแนร์ที่ไม่ได้ใส่สูทผูกไทเป็นสูตรสำเร็จตายตัวของนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง เขาสวมเสื้อยืดธรรมดา ใส่กางเกงยีน สวมรองเท้าผ้าใบเวลาทำงาน จะเรียบร้อยหน่อยก็ใส่สูทหลวมๆ คลุมทับเท่านั้น

ขนาดไปออกรายการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ เขายังโดนแซวว่า ไม่มีภาพของความเป็นมิลเลี่ยนแนร์อยู่ในตัวเองเลย

มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 1984 ปัจจุบันอายุ 23 ปี เติบโตในย่าน Dobbs Ferry รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ครอบครัวเป็นยิว-อเมริกัน เริ่มเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นเข้าศึกษาระดับมัธยมที่ Ardsley High School และจบมัธยมปลายที่ Phillips Exeter Academy ในปี 2002 และก็เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เขาเริ่มต้นโครงการวิจัยหรือโปรเจ็กต์ชิ้นแรกกับเพื่อนร่วมห้อง Arie Hasit ชื่อของโปรเจ็กต์นี้คือ Coursematch เป็นบริการที่เปิดให้นักศึกษาสามารถดูรายชื่อเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ โปรเจ็กต์ต่อมาคือ Facemash.com เว็บไซต์โหวตรูปนักศึกษาฮาร์วาร์ด ว่าใครได้รับความนิยมชมชอบมากหรือน้อย

แต่แล้วเมื่อโปรเจ็กต์นี้ให้บริการจริงบนโลกออนไลน์เพียง 4 ชั่วโมง มหาวิทยาลัยก็ลงดาบระงับการใช้อินเทอร์เน็ตของซักเกอร์เบิร์ก ด้วยข้อหาว่า

โปรเจ็กต์นี้ของซักเกอร์เบิร์กละเมิดนโยบายการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ และเป็นภัยต่อระบบความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย

ซักเกอร์เบิร์กให้กำเนิดเฟซบุ๊ก (Facebook) จากห้องพักตัวเองในมหาวิทยาลัยในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2004 บางข้อมูลระบุว่าซักเกอร์เบิร์กเขียนโปรแกรมนี้ ชุดดั้งเดิมในเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ และคราวนี้ก็ไม่ใช่บริการโหวตรูปหรือบริการแสดงรายชื่อเพื่อนร่วมชั้น แต่เป็นบริการที่ให้นักศึกษาสามารถโพสต์ข้อมูลของตัวเองได้เท่าที่ต้องการ

เพียงแค่ 2 สัปดาห์แรกหลังจากเปิดตัวก็มีเพื่อนนักศึกษาเข้าไปใช้บริการมากถึง 2 ใน 3 และความนิยมก็แพร่ออกไปสู่มหาวิทยาลัยอื่นๆ จนในปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 70 ล้านคน

ทั่วโลก

และเฟซบุ๊กก็เป็นที่รู้จักในนามบริการออนไลน์ที่ทำให้ผู้ใช้แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนที่อยู่ในสังคมเดียวกันแบบรวดเร็วทันใจและเข้าถึง ทั้งข้อมูลแฟ้มภาพถ่ายเมื่อครั้งไปเที่ยว ภาพยนตร์ที่ชอบ และประวัติส่วนตัวทั่วไป ต่างจากเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์อื่นตรงที่เป็นชุมชนในโลกที่มีตัวตนอยู่จริง ใช้ชื่อ E-mail เดียวกัน และต้องการทำความรู้จักคนอื่นๆ ในสังคมเดียวกัน ทั้งหมดนี้โดนใจชาวอเมริกันที่กระตือรือร้นอยากจะรู้จักคนอื่นในสังคมเดียวกันให้มากขึ้น

ในช่วงฤดูร้อนหนึ่ง ซักเกอร์เบิร์กได้พบกับ Peter Thiel

ผู้ร่วมก่อตั้งบริการชำระเงินออนไลน์ PayPal ซึ่งให้ทุนก้อนแรกมา 5 แสนเหรียญ สำนักงานเฟซบุ๊กแห่งแรกจึงกำเนิดขึ้นที่ University Avenue ในตัวเมือง Palo Alto นับจากนั้นไม่กี่เดือน จนปัจจุบันเฟซบุ๊กมีอาคารสำนักงานในเมือง Palo Alto จำนวน 4 อาคาร ซึ่งซักเกอร์เบิร์กเรียกว่า “urban campus” หรืออาณาจักรวิทยาลัย

เฟซบุ๊กนับเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารที่ทรงอิทธิพลต่อโลก


กางเกงยีนกับรองเท้าแตะท่อนล่างอันชินตาของซีอีโอเฟซบุ๊ก

ไร้พรมแดน เพราะเป็นแพลตฟอร์ม (platform) ที่รองรับแอปพลิเคชั่น (application) ต่างๆ ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงผลักดันให้เป็นตลาดออนไลน์ ให้บริษัทหรือผู้สนใจเข้ามาทำการค้าผ่านเฟซบุ๊กได้อีก

ในทางธุรกิจเขายังเก่งกาจฉลาดหลักแหลม และปราดเปรื่องไม่เบา เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา เขาเพิ่งปฏิเสธคำเสนอซื้อเฟซบุ๊กจากยาฮู คอร์ป มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญไป แล้วไปตกลงปลงใจขายให้กับยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ คอร์ป ที่ตัดสินใจควักเงินถึง 240 ล้านเหรียญ (ประมาณ 8,160 ล้านบาท) แทนการครอบครองหุ้นเฟซบุ๊กจำนวน 1.6% เนื่องจากเห็นความเป็นไปได้จากที่เฟซบุ๊กมีจำนวนผู้ใช้รายใหม่เพิ่มวันละ 250,000 รายในปัจจุบัน และ 60% ของจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ใช้นอกสหรัฐ ไมโครซอฟท์จึงมีความหวังว่าอีกไม่ช้าไม่นานจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วโลกจะทะยานถึง 300 ล้านรายได้ และทำให้รายได้โฆษณาหลั่งไหลเข้ามาสู่ไมโครซอฟท์ในที่สุด

อย่าแปลกใจหากบลูยีนมิลเลี่ยนแนร์คนนี้จะถูกจับตามองว่าเขาจะเป็นเหมือนสตีฟ จ็อบส์ และบิล เกตส์

แอนดรูว์ โกเวอร์

เศรษฐีแห่ง RuneScape

มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก อาจเป็นอภิมหาเศรษฐีหนุ่มฟากอเมริกาที่โลกจับตา แต่สำหรับฟากอังกฤษแล้ว ต้องยกให้ “แอนดรูว์ โกเวอร์” (Andrew Gower) วัย 28 ปี ที่สร้างให้เกมออนไลน์ RuneScape หนึ่งในเกมของบริษัท Jagex ที่เขาร่วมก่อตั้งมีรายได้ถึง 650 ล้านเหรียญสหรัฐ และเคยถูกจัดอันดับจาก

ซันเดย์ไทม์ว่ารวยติดอันดับ 654 ในอังกฤษ

เขาคนนี้ทำให้ RuneScape กลายเป็นเกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นหลายคนโด่งดังเป็นพลุ จนมียอดสมาชิกนับล้านคนทั่วโลก

แอนดรูว์ โกเวอร์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Jagex บริษัทผู้ครีเอต RuneScape ใหญ่โต โดยปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เคมบริดจ์ และมีสองสำนักงานย่อยที่เคมบริดจ์และลอนดอน

ระหว่างการก่อตั้ง Jagex นั่นเอง ที่ทำให้แอนดรูว์ โกเวอร์ และพี่ชาย พอล โกเวอร์ ตลอดจน คอนสเตน เทดเดอร์ ออกแบบ RuneScape ขึ้นมาโดยได้มีการเขียนโปรแกรมจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2004

“ผมไม่เคยคิดฝันว่า RuneScape จะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อเริ่มต้นคิดเกมนี้ ผมและพี่ชายไม่เคยคาดหวังกับยอดของจำนวนผู้เล่นเลย แต่เมื่อเราเปิดตัวเราก็พบว่ามีผู้เล่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเราอดประหลาดใจไม่ได้กับการที่ผู้คนชื่นชอบเกมของเรา จนวันนี้เรามีพนักงานที่ทำหน้าที่พัฒนาและดูแลเกม 300 คน”

RuneScape เป็นเกม MMORPG (massively multiplayer online role-playing game) ที่เล่นผ่านเว็บบราวเซอร์ โดยมีกราฟิกเป็น 3 มิติทั้งหมด โดยที่ผู้เล่นไม่ต้องโหลด client ไปติดตั้งแต่อย่างใด ใช้แค่ JAVA ก็ได้ มีผู้เล่นอายุ 14-24 ปี มากที่สุด

ทุกวันนี้มีสมาชิกอยู่ในหลายประเทศ ทั้งอเมริกา, อังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย และสแกนดิเนเวีย ซึ่ง Jagex ได้เปิดตัวเกมนี้ในภาคภาษาเยอรมัน แถมยังเป็นเกมที่โด่งดังเกมหนึ่งในเอเชียด้วย

RuneScape ได้ชื่อว่าเป็นเกมที่มีจำนวนผู้เล่นแบบ MMO เป็นอันดับสองในทั่วโลก

แม้เขาจะเป็นเกมดังอันดับสอง แต่แอนดรูว์ โกเวอร์ ก็ยังคงบอกว่า… พวกเรายังคงต้องมองหาการเติบโตไปเรื่อยๆ ต้องหาผู้เล่นเพิ่มเติม และพัฒนากราฟิกให้มีอะไรใหม่ๆ เสมอ เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับผู้เล่น เพราะทุกคนต่างก็อยากเห็นอะไรที่ก้าวไปข้างหน้าเสมอ นี่คือกุญแจสำคัญของเรา !

“เรายังคงมุ่งหน้าทำงานต่อไป โดยจะใช้การพัฒนาเทคโนโลยีจาก RuneScape เพื่อโปรดักต์แห่งอนาคต”

แช้ด เฮอร์ลีย์… Broadcast Yourself

ใน 1 วัน วิดีโอนับล้านคลิปถูกอัพโหลดขึ้นบนเว็บที่ชื่อ YouTube.com ผู้ให้บริการ social network วิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต

ที่มาของเว็บแห่งนี้เกิดจากไอเดียเล็กๆ ของผู้ชาย 3 คน ที่เพียงแค่อยากจะแชร์วิดีโอปาร์ตี้ของพวกเขา และการส่งไฟล์พวกนี้ผ่านอีเมล์มันก็เป็นไฟล์ที่ใหญ่และยุ่งยาก แม้กระทั่งการโพสต์วิดีโอออนไลน์ก็น่าปวดหัวเหลือเกิน ดังนั้น แช้ด เฮอร์ลีย์ (Chad Hurley), สตีฟ เฉิน (Steve Chen) และ จาเว็ด การิม (Jawed Karim) จึงร่วมดีไซน์เว็บที่สามารถอัพโหลดไฟล์วิดีโอให้ใช้งานได้ง่าย ใครก็สามารถทำได้ในไม่กี่นาที และสมาชิกที่เห็นยังสามารถแสดงข้อคิดเห็นได้ด้วย… ในชื่อว่า YouTube

แช้ด เฮอร์ลีย์ คือ 1 ในผู้ร่วมก่อตั้ง และดำรงตำแหน่ง CEO ของยูทูบ เขาคนนี้ได้รับการโหวตจาก Business 2.0 เป็น


แช้ด เฮอร์ลีย์ และสตีฟ เฉิน ผู้ร่วมก่อตั้งยูทูบ ผู้ให้บริการ Social network วิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลกอินตอร์เน็ต

“50 People Who Matter Now” ในปี 2006 และปีเดียวกันนี้เองเขาก็กลายเป็นข่าวดังเมื่อตกลงใจขายยูทูบให้กับ Google Inc. มูลค่า 1,650 ล้านดอลลาร์ และวันนี้เขาก็ยังคงเป็นผู้บริหารของยูทูบโดยมีรายได้มากถึง 85 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ top 5 ของเศรษฐีอินเทอร์เน็ตที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี ในด้านการทำงาน แช้ดไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ เขาเรียนจบด้านศิลปะมาด้วยซ้ำ งานแรกที่เขาทำคือออกแบบโลโก้ให้กับ PayPal ผู้ให้บริการธุรกรรมทางการเงินบนโลกออนไลน์ ซึ่งที่นั่นเขาได้รู้จักกับวิศวกรคอมพิวเตอร์ สตีฟและจาเว็ดผู้ร่วมก่อตั้งยูทูบนั่นเอง

ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคเพียงอย่างเดียว เมื่อคิดจะทำเว็บไซต์ขึ้นมา ยูทูบได้รับการวางแผนด้านการตลาดมาพอสมควร แม้ในระยะแรกมันอาจจะดูไม่ชัดเจนเรื่องกลุ่มเป้าหมายเท่าไรนัก แต่กลุ่มเป้าหมายที่ไม่ชัดเจนนี้กลับกลายเป็นจุดแข็งของยูทูบไปซะงั้น เมื่อยูทูบก่อร่างสร้างตัวในครั้งแรกพวกเขาทำงานกันในโรงรถและมีพนักงาน 8 ชีวิตที่ทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่แช้ดก็สามารถกระตุ้นและให้ความหวังกับทุกคนว่าทุกอย่างมันจะไปได้ด้วยดี

“ทีมเชื่อมั่นในโปรเจ็กต์และเชื่อในกันและกัน มันเป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจและมิตรภาพ” เขาได้ให้คำแนะนำกับ

ผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ ถึงการก้าวมาทำธุรกิจว่า… คุณต้องการทีมงานที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อทำให้มันกลายเป็นความจริง มันเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถละทิ้งไปได้ และจำเป็นที่จะต้องรู้สึกสนุกไปกับมัน

ทุกวันนี้ยูทูบกลายเป็นคอมมิวนิตี้แห่งใหญ่บนโลกอินเทอร์เน็ต ผู้คนแชร์ไฟล์นับล้านๆ ไฟล์ในแต่ละวัน และธุรกิจโฆษณายังใช้ประโยชน์จากเว็บแห่งนี้ในการประชาสัมพันธ์สินค้าสู่กลุ่มเป้าหมาย นับว่าเป็นการสร้างรูปแบบไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยการสื่อสารผ่านวิดีโอ

จากพนักงานไม่ถึง 10 คน ทุกวันนี้ยูทูบมีพนักงานมากถึง 350 คน และยังคงพัฒนาความสามารถของเว็บต่อไปทุกวัน

ซีอีโอหนุ่มวางแผนอนาคตของยูทูบว่า ต้องได้รับการพัฒนาต่อไป โดยเขาตั้งใจให้ยูทูบสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น

ยอดฮิตอย่าง iPhone, TIVO, AppleTV ฯลฯ แช้ดหวังว่ายูทูบจะเป็นฮับของมีเดียทั้งหลายได้ในไม่ช้า และสามารถเชื่อมต่อเข้ากับทุกอุปกรณ์ และใช้แพร่หลายในหลายภาษา

ยูทูบคือเรื่องราวความสำเร็จของเศรษฐีบลูยีนอีกคน และยังมีอิทธิพลต่อวิวัฒนาการของการสื่อสาร รวมไปถึงการสื่อสารเพื่อการตลาด การสร้างแบรนด์ การโฆษณา และความบันเทิง ยูทูบยังขับเคลื่อนเอาความคิดสร้างสรรค์และความสัมพันธ์ของผู้คนผ่านความเป็น social networking อย่างไม่หยุดยั้ง และแม้ว่าจะมีรัฐบาลของบางประเทศจะเคยแบนยูทูบไว้เพราะมันเคยถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของใครบางคน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรทุกวันนี้หากพูดถึงคอมมิวนิตี้วิดีโอ ยูทูบก็คือเว็บที่มาเป็นอันดับ 1 อยู่ดี

Mozilla Firefox

ของ เบลก รอสส์ และเดฟ ไฮแอตต์

เบลก รอสส์ (Blake Ross) มีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น ในวันที่โลกได้รู้จักกับบราวเซอร์ตัวใหม่ “Firefox” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อชิงส่วนแบ่งจาก Internet Explorer

บราวเซอร์ตัวนี้มีชื่อว่า Mozilla Firefox ซึ่งเบลก รอสส์ ร่วมกับ เดฟ ไฮแอตต์ (Dave Hyatt) สร้างสรรค์บราวเซอร์จิ้งจอกไฟขึ้นมา ด้วยการกำจัดจุดอ่อนที่ Internet Explorer ของ

ไมโครซอฟท์มี ทั้งเรื่องของการจัดการ spyware การสร้างปราการสแกนไวรัสระดับต้น และโฆษณาที่ไม่ต้องการทั้งหลายออกไป

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เคยกล่าวเอาไว้เมื่อไฟร์ฟอกซ์เปิดตัวในปี 2004 ว่า ไฟร์ฟอกซ์คือ “ฝันร้ายที่สุดของไมโครซอฟท์” ที่สำคัญความเป็นอัจฉริยะวัยรุ่นของรอสส์ ยังทำให้หลายสื่อให้ความสนใจในตัวเขาไม่น้อย ก็จะไม่ให้สนใจได้อย่างไร เด็กหนุ่มคนนี้ตอน 10 ขวบ เขามีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง 14 ปีเขาเข้าสู่แวดวงซอฟต์แวร์ด้วยการเข้าเป็นพนักงานของ Netscape ผู้สร้างเว็บบราวเซอร์อีกเจ้า พอ 17 ปีเขาก็มีส่วนร่วมในการออกแบบเกม SimCity แต่โปรเจ็กต์ไฟร์ฟอกซ์นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ Ross ทำงานที่ Netscape แล้ว เขาเอามันไปเสนอกับ Mozilla Foundation

และเพียงแค่เดือนแรก Mozilla Firefox ก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตจำนวนมากเข้ามาดาวน์โหลด บราวเซอร์ตัวนี้ไปใช้ เฉลี่ย 25,000 คนต่อวัน โดย Mozilla ได้พัฒนาไฟร์ฟอกซ์ด้วยงบประมาณที่ได้จากเงินบริจาคและกลุ่ม

นักพัฒนาโปรแกรมอาสาสมัคร ซึ่งยอดการดาวน์โหลดเวอร์ชั่นทดลองของไฟร์ฟอกซ์นั้นสูงถึง 8 ล้านครั้ง ก่อนที่จะมีการเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2004

รอสส์ได้เขียนถึงความสำเร็จของไฟร์ฟอกซ์ไว้ในบล็อกของเขาว่า “ในบรรดาผู้ที่ชื่นชอบไฟร์ฟอกซ์หลายพันคน มีหลายสิบคนที่เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกอินเทอร์เน็ต” และก็ท่าจะเป็นจริงเช่นนั้น เพราะว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายคนเองก็เริ่มที่จะเจอปัญหาจากการใช้บราวเซอร์ IE ไม่น้อย โดยเฉพาะพวก spyware และไวรัส ทำให้หลายคนหันมาใช้ไฟร์ฟอกซ์มากขึ้น และในปี 2008 ไฟร์ฟอกซ์พัฒนามาถึงเวอร์ชั่น

3.0 ในแต่ละเวอร์ชั่นก็มีการอัพเดตให้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้ง

ด้วยความที่เป็นฟรีแวร์ ก็ยิ่งทำให้หาใช้ง่าย และใช้ได้สะดวกขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากการทำงานด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้ว รอสส์ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งเกินไป เพราะแม้จะประสบความสำเร็จการทำงาน แต่เขาก็ยังเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และตอนนี้ก็ร่วมทำโปรเจ็กต์ Parakey อยู่กับ Joe Hewitt และก็เขียนหนังสือ Firefox For Dummies อีกด้วย ส่วนไฮแอตต์นั้น เป็นพนักงานที่ Apple Inc. แต่ทั้งคู่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำรายได้ได้มากถึง 120 ล้านดอลลาร์เชียว !

แองเจโล โซทิรา… รวยเพราะนอกกรอบ

แองเจโล โซทิรา (Angelo Sotira) เขาคนนี้คือ เศรษฐีหนุ่มชาวกรีกวัย 26 ปี หนึ่งในผู้ก่อตั้ง deviantART.com เจ้าของรายได้ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมหลังจากเพื่อนๆ อย่าง Scott Jarkoff และ Matt Stephens แต่เขาเองกลับมีส่วนสำคัญอย่างมากทั้งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงวางระบบเทคนิคพื้นฐานของเว็บไซต์ กำหนดทิศทางด้านธุรกิจ ตลอดจนเป็นผู้ผลักดันปั้นให้ “ไอเดีย” กลายเป็นธุรกิจทำเงินในรูปแบบบริษัทได้ในปี 2000

ใครเป็นคออาร์ตตัวจริง เชื่อว่าคงเคยไปเยือน deviantART.com มาบ้างแล้ว …ที่แห่งนี้คือชุมชนศิลปะในโลก

ไซเบอร์ที่ไม่มีกำแพงเพศ เชื้อ ชาติ วัย และศาสนา เป็นที่ที่ศิลปินสามารถแสดงงานโดยไม่จำกัดประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย,

ดิจิทัล อาร์ต, ศิลปะท้องถิ่น, วรรณคดี, flash, ทำหนัง, ทำเว็บ ฯลฯ สามารถจัดแสดงผลงานของตัวเอง รวมทั้งมีโอกาสพรีเซนต์ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ที่แห่งเดียวกันนี้คือเวทีนานาชาติที่สามารถส่งเสริมและเปิดตัวศิลปินที่ไร้โอกาสจากทั่วทุกมุมโลก

จุดเด่นของ deviantART.com คือ การนำเสนอศิลปะนอกกรอบที่รวบรวมศิลปินชื่อดังและศิลปินโนเนม โดยความนอกกรอบ อันหมายถึงความแปลกหรือความแตกต่างนั้นนิยามรวมไปถึงขั้นตอนการคิด เทคนิคการทำ รวมๆ แล้วอะไรก็ตามที่ “ไม่ปกติ” ที่ทำให้ผู้พบเห็น “ผลงาน” แล้วเกิดอาการ “สะอึก” ได้… นั่นถือเป็น deviantART

“ถ้าไม่นอกกรอบ การพัฒนาก็จะไม่เกิด” แองเจโลเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเล่มหนึ่งเมื่อถูกถามถึงที่มาของชื่อและคอนเซ็ปต์เว็บ

ความคิดนอกกรอบของเขาเริ่มส่อเค้าตั้งแต่อายุได้เพียง 12 ปี (ตั้งแต่เขาเริ่มติดเกมออนไลน์นั่นแหละ) ความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะสร้างชุมชนออนไลน์กำเนิดหลังจากเขารู้ตัวว่าเสพย์ติดเจ้าเกม BBS (เช่น doom, doom2, heretic, hexen ฯลฯ) อย่างงอมแงม จากนั้นเองเขาทุ่มเทกว่าครึ่งชีวิตพัฒนาชุมชนออนไลน์ โดยความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจออนไลน์นี้เกิดขึ้นในปี 2005 เมื่อเขาและทีมสามารถขยายบริษัทไปก่อตั้งที่แซนตา โมนิกา แคลิฟอร์เนีย

…เวลานั้น deviantART.com ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่ในจอคอมพิวเตอร์ แต่ไปอยู่ในทุกที่ที่มี “จอ”… ไม่ว่าจะเป็น มือถือ PDA ทีวี ฯลฯ

เมื่อถูกถามถึงกุญแจสู่ความสำเร็จ Angelo กล่าวว่า…

“ไอเดียสามารถเปลี่ยนเป็นโมเดลทางธุกิจได้ ซึ่งวัยไม่ใช่อุปสรรคเพราะมันก็เหมือนกับสภาพทางภูมิศาสตร์นั่นแหละ

สิ่งสำคัญคือ ธุรกิจอะไรที่เราเต็มใจจ่าย พยายามอยู่รอบคนเก่งๆ เราจะได้ไอเดียดีๆ แล้วก็แค่ฟัง… สำคัญที่สุดก็คือ

การฟัง !”

ปัจจุบัน deviantART.com มีสมาชิกมากกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก มียอดสมัครสมาชิกใหม่เฉลี่ย 80,000 รายต่อวัน (อีก 62 ล้านคนเป็นพวกย่องมาชมโดยไม่ลงทะเบียน) รวมแล้วมีผู้เยี่ยมชม 36 ล้านคลิกภายในปี 2008

deviantART.com ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการสื่อสารกันระหว่างศิลปินและแฟนานุแฟนคออาร์ตจำนวนมหาศาล :D

คอลัมน์ STORY
โดย ทีมงาน DLife






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>