Performancing Metrics

Custom Search

ที่เก่าเวลาเดิม

เขาจำได้ว่าเมื่อคราวที่ได้เข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ในตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายขาย เขาดีใจและรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเป็นล้นพ้น ด้วยอายุ เพียงแค่ 30 ต้นๆ ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ในขณะที่เพื่อนๆ ร่วมรุ่นของเขา ยังทำกันอยู่ในระดับพนักงานธรรมดา เสียส่วนใหญ่

จากคนที่ทำตามคำสั่งของหัวหน้าเพียงลูกเดียวมาก่อน เขามีลูกน้องที่ต้องสั่งเอง คนที่สั่งและมอบหมายงานให้เขาก็คือ ผู้บริหารสูงสุดของที่นั่น มันเป็น คำสั่งกว้างๆ ว่านายต้องการอะไร เขาต้องเอามาคิดว่าจะต้องทำอย่างไร ควรจะใช้ใครทำบ้าง

เขาลองผิดลองถูกมาเรื่อย บางงาน มันก็ออกมาดี บางงานก็ถูกตำหนิบ้าง ว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ยังไงเขาก็เอาตัวรอดมาได้เสมอ อาศัยที่เขา เรียนรู้นิสัยใจคอของนายได้ดีพอสมควร ว่าจังหวะอารมณ์ไหนของนายเขาควรพูดอะไรหรือไม่ ทำอะไรยังไงบ้าง

นายเป็นคนที่อารมณ์ร้อนพอสมควร ไม่ค่อยจะยอมใครอะไรง่ายๆ โดยเฉพาะใครที่คิดไม่เหมือนหรือ ขัดแย้ง และอาจจะออกอาการกราดเกรี้ยว ด้วยซ้ำ หากเกิดมีใครคิดจะลบเหลี่ยม หรือทำเป็นรู้ทัน

ธุรกิจของบริษัทนี้มันก็คือการเล่นกับเงิน พูดง่ายๆ คือเอาเงินทุนจากบริษัทแม่มาทำให้เกิดดอกออกผล ผ่านหลายหลาก วิธีการ ด้วยการเช่าซื้อ ด้วยการลีสซิ่ง ด้วยคอมมิสชั่น ด้วยการหมุนและเล่นกับ ค่าเงิน กู้มาถูกแล้วเอามาปล่อยแพง ฯลฯ

เขามองว่านายของเขาไม่ธรรมดา มีความเก่งกาจสามารถมากในงานแขนงนี้ มันต้องตรงกับนิสัยใจคอเสียจริงๆ ประเภทด้านได้อายอด จะได้กำไรมันก็ต้องได้เปรียบ เสียไม่ยอมแต่ได้เอา ใครจะคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร ช่างมัน […]

ก้าวต่อ MQDC ฝันใกล้ (เป็น) จริง “บ้านพักคนชรา-เด็กกำพร้า”

อาจจะดูเป็นเพียง “ความฝัน” บนกระดาษ สำหรับโครงการ “บ้านพักผู้สูงอายุและเด็กกำพร้า” หรือ “บ้านสำหรับคนสองวัย” ที่บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผ่านการประกวดแผนธุรกิจเพื่อสังคม Innovation World,s CARE Award หรือ iCARE Award ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปส่งแผนธุรกิจเข้าประกวด โดยแผนธุรกิจ ดังกล่าวนอกจากจะต้องวางแนวคิดในการนำคนทั้งสองวัยมาอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานชีวิตที่มีคุณภาพแล้ว ในเวลาเดียวกันต้องมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ ที่จะทำให้องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นแม้จะเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรจะต้องสามารถยืนอยู่ได้บนขาของตัวเอง เพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศ ก่อนที่แผนธุรกิจ ดังกล่าวจะถูกปลุกปั้นจากกระดาษสู่การดำเนินการจริง ในราวต้นปี 2552 ที่จะถึง

ที่ว่าเป็น “ความฝัน” เพราะหากโครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง นี่จะเป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งเป็นบ้านพักที่นำคนสองวัยคือผู้สูงอายุและเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง มาอยู่ร่วมกันและน่าจะเป็นครั้งแรกๆ ในไทยที่แนวคิด “ผู้ประกอบการทางสังคม” (social entrepreneur) องค์กรทางสังคมที่สามารถหารายได้จากการทำธุรกิจเพื่อดูแลตัวเองได้จะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง ทั้งยังเป็นโครงการเพื่อสังคมในเชิงรุก เพื่อ เตรียมรองรับปัญหาผู้สูงอายุ ที่กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในอนาคต (อ่านรายละเอียดในล้อมกรอบ)

ตะลุยญี่ปุ่น ค้นหา “ต้นแบบ”

“ตั้งแต่เราทำโครงการแม้เราจะมั่นใจว่าแนวคิดนี้เดินมาถูกต้องจากการศึกษาและวิจัย ในการที่จะเติมเต็มช่องว่างความรักของคนสองวัยนี้เข้าด้วยกัน แต่เท่าที่เราไปคุยกับหน่วยงานที่ดูแลเด็กและผู้สูงอายุในไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลายคนบอกกับเราว่าเขาพยายามทำแล้ว […]

ระเบิดเวลาใน “สังคมสูงอายุ”

ในขณะที่ข่าวการจัดตั้งรัฐบาลแทบจะดึงความสนใจของคนในสังคมกลืนกระแสอื่นๆ ในสังคมไปซะทุกเรื่อง มีข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งปรากฏ เป็นอัตราการตายที่เพิ่มมากขึ้นของผู้สูงอายุในญี่ปุ่น นัยว่ามาจากความเครียดจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ในญี่ปุ่นอาจจะไม่เป็นที่ตื่นตกใจมาก เพราะจะว่าไปการฆ่าตัวตายนั้นถือเป็นวิถีที่แสนจะธรรมดาของลูกหลานเหล่านักรบซามูไร แดนอาทิตย์อุทัย ว่ากันว่าในแต่ละปี สถิติฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่นนั้นบางทีอาจจะมากหรือมากกว่าอัตราการตายที่เกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ด้วยซ้ำ ในญี่ปุ่นถึงขนาดมีหนังสือคู่มือการฆ่าตัวตายพิมพ์ขายกันเป็นล่ำเป็นสัน ที่น่าแปลกคือขายดีเสียด้วย “ภูเขาไฟฟูจิ” หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไทยรู้จักกันดี ก็ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในการฆ่าตัวตายยอดฮิตของคนที่นั่นแต่โดยส่วนตัวออกจะแปลกใจ เพราะเมื่อไม่ถึงเดือนมานี้ได้มีโอกาสเกาะติดทีมผู้เข้าแข่งขัน การประกวดแผนธุรกิจเพื่อสังคมรอบสุดท้ายของบริษัทเอ็มคิวดีซี เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โครงการหรูที่เป็นที่รู้จักดีอย่างบ้านแมกโนเลีย ที่พาผู้ประกวดที่เข้ารอบสุดท้ายไปดูงานบ้านพักคนชราถึงญี่ปุ่น ดูด้วยตาและเท่าที่ฟังข้อมูลแล้วจะเห็นว่า นี่ขนาดญี่ปุ่นเตรียมการวางระบบในการดูแลผู้สูงอายุอย่างล้ำลึกและซับซ้อน เรียกว่าอาจจะดีที่สุดเมืองหนึ่งในโลกด้วยซ้ำ ผู้สูงอายุยังฆ่าตัวตาย แล้วถ้าเราลองจินตนาการไปอีกสัก 16-17 ปี ที่สังคมไทยจะเข้าสู่ยุคประชากรผู้สูงอายุล้นประเทศ นึกไม่ออกเลยว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง

ที่ญี่ปุ่น นอกจากเบี้ยบำนาญที่คนทุกคนไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร ตั้งแต่ลุงขายโชห่วย พนักงานจนถึงข้าราชการระดับสูง จะได้รับนั้น เป็นระบบที่เขาวางไว้ดูแลคนชราบ้านเขา ซึ่งเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนที่ญี่ปุ่นจะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัย คือตอนที่ยังมีเรี่ยวแรงทำงานทุกเดือน ต้องเจียดเงิน 1 หมื่นเยนเข้ากองทุนไว้ พอหลังเกษียณก็จะได้รับเงินเบี้ยบำนาญจากภาครัฐอย่างน้อยก็ 6 หมื่นเยน และมากขึ้นตามเงินที่เคยจ่ายถ้าเป็นพนักงานบริษัท หรือข้าราชการก็อาจจะได้เงินบำนาญก้อนนี้ถึง 2 แสนเยน ยังไม่นับรวมคนที่ยากจนจริงๆ และไม่ได้อยู่ในระบบที่เมื่อถึงวันหนึ่งที่เขาพิสูจน์ได้ว่ายากจนจริง คนชรากลุ่มที่ยากจน รัฐบาลก็จะให้เงินฟรีๆ ราว 1 แสนเยน เท่าๆ กับเงินที่นักเรียนรัฐบาลญี่ปุ่นได้รับในแต่ละเดือน […]

ปอกเปลือกทุนนิยม… หลังวิกฤตการเงินอเมริกา

วิกฤตการเงินสหรัฐอเมริกายังลามไม่หยุดและไม่รู้ว่าจะ จบลงเมื่อใด ขณะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่มีคำตอบว่าสุดท้ายการตั้งรับที่ทำอยู่จะต้านวิกฤตได้หรือไม่ ในสภาวการณ์ดังกล่าว น.ส.พ.ประชาชาติธุรกิจ ได้จัดเสวนาหัวข้อ “ปอกเปลือกทุนนิยม…หลังวิกฤตการเงินอเมริกา” โดยมี ดร.เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ นักวิชาการอิสระ ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร นายสุรเธียร จักรธรานนท์ ประธานบริหารความเสี่ยง บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี และ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ

เศรษฐกิจโลกขาลงและยาว

ดร.เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ เจ้าของนามปากกา “ยุคศรีอาริยะ” ผู้เชี่ยวชาญและศึกษา “ระบบโลก” โดยใช้มุมมองการเข้าใจโลกแบบ “องค์รวม” ด้วยการนำทฤษฎีคลื่นลูกยาว กับการเติบโตของจักรวรรดิ มาอธิบายระบบโลกทั้งใบ ได้ชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ของวัฏจักรเศรษฐกิจโลกที่มีทั้งขาขึ้นหรือพลวัต เชิงบวก และขาลงหรือพลวัตเชิงลบ

ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก ช่วงที่เศรษฐกิจโลกเจริญรุ่งเรืองเป็นคลื่นลูกยาวขาขึ้น อย่างในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อ ปี 1850 ที่อังกฤษเป็นเจ้าจักรวรรดิ ในปี 1900 เศรษฐกิจโลกก็เริ่มเป็นขาลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เรียกว่า The Grate Depression ในปี 1929 ซึ่งเป็นพลวัตขาลงของเศรษฐกิจที่ลากยาวไปสิ้นสุดในปี 1950

ต่อมาในปี 2000 […]

นับถอยหลัง ครม. “สมชาย1″ “เนวิน” ฟื้นชีพ “กลุ่ม16″ เอาคืน “เพื่อนยงยุทธ”

สัญญาณอันตรายของรัฐบาล “สมชาย 1″ เริ่มปรากฏชัดขึ้นทันทีที่ ครม.ทั้ง 35 คนถูกโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เค้าลางการประลองกำลังก็เกิดขึ้นที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้งการเตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล และการขู่ล้มโหวตให้กับกฎหมายสำคัญ เหตุการณ์ “ไม่เสถียร” ของรัฐบาลพรรคร่วม 6 พรรค กับอีก 1 “ก๊กเนวิน” นั้นมี “ที่เกิดเหตุ”

เพราะรายชื่อ ครม. “สมชาย 1″ เกือบทั้ง 35 คน ต้องนำขึ้นลัดฟ้าไปอังกฤษ ก่อนนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการ “ปกติ”

ไม่แตกต่างจาก “ครม.สมัคร” ตั้งแต่ปรับครั้งแรกถึงครั้งสุดท้าย ทั้ง 5 ครั้งล้วนต้องผ่านการ “เห็นชอบ” จากผู้มีบารมีนอกพรรคที่อยู่นอกประเทศ

ต่างกันก็แต่เพียง “ผู้จัดการรัฐบาล” ที่ถูกเปลี่ยนจาก “แก๊งออฟโฟร์” เป็นกลุ่ม “เพื่อนยงยุทธ”

การจัดโผบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี จึงแปลกประหลาดมหัศจรรย์อย่างยิ่ง เชื่องช้าและยืดเยื้อ เต็มไปด้วยการ “ต่อรอง” อย่างเข้มข้นแทบทุกรายชื่อ

แม้กระทั่ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ยังต้องถอดถอนใจ

แม้กระทั่งผู้มีบารมีระดับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ยังต้องคล้อยตามเสียงทุบโต๊ะจาก “เพื่อนยงยุทธ”

แม้กระทั่ง “หัวหน้าพรรค” สมัคร […]

ชำแหละการเมืองใหม่ สิ่งตกค้างจากปี 2475 “ผมว่า (มัน) ไร้สาระมากเกินไป”

ชั่วโมงนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองใหม่ฉบับ 5 แกนนำพันธมิตรฯอย่างกว้างขวาง แน่นอน…ข้อวิพากษ์การเมืองใหม่มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

นักวิชาการศิษย์เก่า สนช.ทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ประสานเสียงการเมืองใหม่อย่างรู้งาน

ส่วนผู้ที่ยึดหลักการประชาธิปไตย (จริงๆ) หลายๆ คนที่อยู่ในมหาวิทยาลัยและในศาลยุติธรรมและศาลปกครองบ่นว่า ข้อเสนอของฝูงชนหน้าทำเนียบรัฐบาล “โคตรมั่ว”

ล่าสุด สนทนาพิเศษกับ “ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์” หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน บนชั้น 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่การเมืองไร้ทางออก ขัดแย้งแบ่งขั้ว ขนาดที่หน้าห้องอาจารย์สอนกฎหมายคนหนึ่งติดโลโก้ “กู้ชาติ”

ด็อกเตอร์ทางกฎหมายจากเยอรมนี หอบตำรากฎหมายและคำพิพากษาคดีสำคัญมากองไว้ตรงหน้าแล้วพูดว่า “ผมพร้อมแล้ว”นักข่าวประชาชาติฯจึงกดเทปโดยพลัน

นี่คือบทวิพากษ์ที่ดุเด็ดเผ็ดร้อนอีกครั้ง…หลังจากอาจารย์วรเจตน์ปิดปากไม่พูดเรื่องการเมืองมา 3-4 เดือน

วันนี้เขาพร้อมที่จะเปิดศึกทางความคิดแล้ว

- ถึงชั่วโมงนี้อาจารย์มองเห็นทางออกความขัดแย้งในสังคมไทยหรือยัง

ผมยังมองไม่เห็นทางออก (ครับ) เพราะตอนนี้สังคมไทยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของเหตุผล และผมเข้าใจว่าตอนนี้กลุ่มคู่ขัดแย้งกันทางการเมืองถือเหตุผลคนละชุด หลักการคนละเรื่อง ต่างฝ่ายต่างก็อ้างอิงว่าหลักการฝ่ายตัวเองเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ก็เลยอาจจะยาก แล้วผมก็ไม่คิดว่าจะมีการสมานฉันท์เกิดขึ้นได้

จริงๆ เรื่องสมานฉันท์อาจไม่ใช่สิ่งถูกเท่าไร เพราะว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้วในระบอบประชาธิปไตย แต่ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเราเป็นความขัดแย้งระดับรากฐาน ในทางความคิดเลยทีเดียว เมื่อฐานความคิดมองกันคนละมุม ให้น้ำหนักกับปัญหาคนละอย่าง มันจึงไม่มีทางที่จะทำให้ลงตัวได้หรือเกิดการสู้กันอย่างสมดุลในระบบได้

- การเปิดประตูไปสู่การปฏิรูปการเมืองรอบใหม่ เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

ผมคิดว่าในบรรยากาศอย่างนี้ก็เป็นไปไม่ได้ ฝ่ายซึ่งไม่ได้อำนาจรัฐยื่นข้อเสนอที่ค่อนข้างแข็งและตึงมาก เป็นข้อเสนอที่การเปลี่ยนระบอบการปกครอง ข้อเสนอ 70 : 30 เป็นข้อเสนอที่ตึงมาก ก็จะหาจุดไม่ได้ เพราะอีกทางหนึ่งก็จะไม่ยอมถอย เป็นผม […]

ไอพี เวอร์ชั่น 6 โครงข่ายมาตรฐาน อินเทอร์เน็ตไทยในอนาคต

จากการประการประกาศใช้ไอพีแอดเดรสครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2524 ที่เรียกกันว่า “ไอพีรุ่นที่ 4 (IPv4)” โดยมีจำนวนไอพีทั้งสิ้นประมาณ 4,000 ล้านแอดเดรส จนถึงปี พ.ศ. 2543 ได้จัดสรรไปประมาณครึ่งหนึ่ง และคาดกันว่าจะจัดสรรหมดภายใน พ.ศ. 2551 หรือ ไม่นานหลังจากนั้นก็จะไม่มีไอพีแอดเดรสให้ใช้กันต่อไปแล้ว และหาปี พ.ศ. 2549 มีการจัดสรร ไอพีแอดเดรสให้ประชาชนในโลก คนละ 1 แอดเดรส ก็จะไม่มีไอพีแอดเดรสในไอพีวี4 เพียงพอ เนื่องจากทั่วโลกเรามีประชากรกว่า 6 พันล้านคน  แต่มีไอพีแอดเดรสรุ่นที่ 4 เพียง 4,000 ล้านแอดเดรส ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงให้เป็น IPv6 ที่จะมีแอดเดรสได้ถึง 3.4 x 1,038 แอดเดรส และหากจัดสรรให้ประชาชนทุกคนในโลกคนละ 10 ล้านแอดเดรสก็ใช้ไม่ถึง 70,000 ล้านแอดเดรส ทำให้ไอพีรุ่นที่ 6 ยังมีเหลืออีกมากมาย โดยเทคโนโลยีไอพี […]

Gigtide l สร้างเรซูเม่ออนไลน์ “งาน” จะได้ไหลมาเทมา

Gigtide.com เว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณสร้างประวัติส่วนตัวออนไลน์ง่ายๆ และได้ผลงานที่สวยแบบมืออาชีพ พร้อมส่งลิ้งค์ต่อให้ใครๆ ได้ทันที

เมื่อปัจจุบันกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรของเราเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด ไม่แพ้วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกา สิ่งที่จะทำให้พวกเราชนชั้นกลางพออยู่ได้ก็คือ “การหางาน(สุจริต)ทำ” สำหรับคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว ก็ต้องไขว่คว้าหางานนอก เพื่อให้สมดุลกับภาวะเงินเฟ้อ ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายจิปาถะรอบๆ ตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
       
       และจุดเริ่มต้นของการหางาน ก็คือการบอกหรือส่ง “ประวัติส่วนตัว” ไปให้ผู้ที่เป็นนายจ้างได้รู้จักและเข้าใจถึงความสามารถของเรา สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหางานเป็นครั้งแรกก็อาจจะเริ่มจากเว็บไซต์หางานออนไลน์ โดยการเข้าไปสมัครสมาชิก และกรอกประวัติ หรือรองานน่าสนใจที่จะส่งเตือนมาทางอี-เมล ซึ่งก่อนที่จะได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน หลายคนถึงกับเอ่ยปากว่าจะต้องมีธุรกิจประเภทขายตรง หรืองานออนไลน์ที่สุดท้ายกลายเป็นแชร์ลูกโซ่ โทรมาชักชวนตัดหน้าให้เสียอารมณ์ไปเสียทุกที
       
       ฉะนั้นจะดีกว่าไหม? ถ้าเราทำประวัติส่วนตัวเก็บไว้บนอินเทอร์เน็ต เมื่อได้พบกับใคร ที่เราได้รู้จัก และหลังจากที่มีการพูดคุยกันอย่างถูกคอ ทันทีที่เขาได้เอ่ยปากขอ “เรซูเม่” หรือ “ประวัติส่วนตัว” ของเรา ก็แค่ส่งเป็น “ลิงก์” ไปให้ทางอี-เมล หรือ SMS ได้อย่างรวดเร็ว!
       
       ฟังแล้วดูเข้าท่าใช่ไหม? และเว็บไซต์ที่จะช่วยให้คุณสร้าง “เรซูเม่ออนไลน์” ได้อย่างรวดเร็ว สวยงาม และฟรี ก็คือ www.gigtide.com นั่นเอง
       
       Gigtide คือ ผู้ช่วยสำหรับสร้างประวัติส่วนตัวออนไลน์ (Online Resume Builder) ที่ให้บริการฟรี […]