นับเป็นสัปดาห์ที่ 4 แล้ว สำหรับวิกฤตนมปนเปื้อนสารเมลามีนจากประเทศจีน ที่เริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ ความเชื่อมั่นในการบริโภคผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากนมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่หยุดหรือลดการบริโภคนม ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากนมไปโดยปริยาย
ถึงเวลานี้ก็คงยังไม่มีใครที่จะสามารถระบุถึงความสูญเสียจากวิกฤตครั้งนี้ได้
ที่ผ่านมาแม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้ออกมาดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างฉับพลัน ด้วยการเก็บสินค้าต่างๆ ที่เข้าข่ายต้องสงสัยในตลาดไปตรวจมากกว่า 97 รายการ พร้อมทั้งได้ทยอยประกาศรายชื่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าววันละหลายๆ
รายการ แต่ก็ดูเหมือนว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะยังไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร
ควบคู่ไปกับการทำงานของ อย.ดังกล่าว ทางด้านฟากฝั่งของผู้ประกอบการก็ไม่นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ในตลาด อาทิ ซีพี-เมจิ, ดัชมิลล์, ไอศกรีมวอลล์ (เนสท์เล่) ฯลฯ ที่ต้องลุกขึ้นมาชี้แจง เพื่อการเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาโดยเร็ว
ล่าสุดสมาชิกสมาคมอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย ประกอบด้วย ฟรีสแลนด์ ฟู้ดส์ โฟร์โมสต์, โฟร์โมสต์ อาหารนม, ซีพี-เมจิ, สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี, สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น, เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ และเอบี ฟู้ดส์ แอนด์ เบฟเวอร์เรจส์
รวมตัวกันจัดแถลงข่าวเพื่อยืนยันความปลอดภัยในวัตถุดิบใช้ผลิตสินค้าอีกครั้ง
“ปราณี อยู่สำราญ” ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์ ฟู้ดส์ โฟร์โมสต์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมฯ ระบุว่า ตอนนี้ยัง ไม่สามารถบอกได้ว่าปัญหาสารปนเปื้อนเมลามีนสร้างความเสียหายต่อภาพรวมอุตสาหกรรมนมมาก-น้อยเพียงไร เพราะปกติช่วงนี้จะเป็นโลว์ซีซั่นของผลิตภัณฑ์นมที่ยอดขายจะลดลงเฉลี่ย 3-5% ประกอบกับเกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด
นายกสมาคมฯยอมรับว่า ขณะนี้ธุรกิจเดินช้าลงและผู้บริโภคยังสับสนในสินค้า หากปล่อยไว้ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง
สมาคมเห็นควรร่วมสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ โดยยืนยันว่า
1.น้ำนมดิบที่ผลิตขึ้นในประเทศได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีสารเมลามีนเจือปน
2.กลุ่มบริษัทร่วมแถลงการณ์ทั้ง 6 ราย ไม่เคยนำเข้านมผงจากจีน และไม่เคยใช้นมผงจากจีนในการผลิตผลิตภัณฑ์นม
3.ส่วนนมผงที่ใช้ในการผลิตนำเข้าจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่มีสารเมลามีนปนเปื้อน
4.ทั้ง 6 บริษัทได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของบริษัทแล้วว่าปราศจากการ ปนเปื้อนสารเมลามีน
พร้อมกันนี้สมาคมยังได้เตรียมทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้ออกมายืนยันมาตรฐานวัตถุดิบนมไทยจากเกษตรกรไทยว่าปลอดภัยจากสารเมลามีน เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นอีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตามจากวิกฤตนมปนเปื้อนสารเมลามีนที่เกิดขึ้นจากจีน ทำให้ความต้องการน้ำนมดิบในประเทศเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาน้ำนมดิบใช้ในประเทศประมาณ 1,600-1,700 ตัน/วัน ซึ่งปริมาณน้ำนมดิบในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการ และต้องนำเข้านมผงขาดมันเนยจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มอีก
ส่วนการส่งออกยังมีการสั่งซื้อสินค้าปกติ แต่ประเทศคู่ค้าในหลายประเทศก็หันมาขอใบรับรองความปลอดภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“ไพศาล จงบัญญัติเจริญ” กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ย้ำว่า จากนี้ไปจะใช้งบฯทำตลาดเพิ่มจากปกติอีก 10 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำความมั่นใจ และมีแผนจะพิมพ์ฉลากบอกที่มาของวัตถุดิบในประเทศติดตามคอขวดสินค้า และเพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ระยะยาว ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทตรวจคุณภาพน้ำนมตามสหกรณ์ทุกแห่งด้วย
“โกวิท ไกรศรินท์” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะหันมาบริโภคนมโคแท้ 100% มากขึ้น แต่คงต้องรอให้เทศกาลกินเจผ่านไปก่อน และสิ่งที่ทำได้ในเวลานี้ก็คือการสื่อสารไปยังผู้บริโภค และสร้างความมั่นใจด้วยการติดป้ายประกาศหรือการรับรองความปลอดภัยตามเชลฟ์สินค้า
ถึงเวลานี้แม้ว่า อย.จะทยอยประกาศ รายชื่อสินค้าที่ได้ตรวจแล้วออกมาอย่างต่อเนื่องว่าไม่พบสารปนเปื้อนเมลามีน แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่วางใจและระมัดระวังการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากนม
คงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยเลยทีเดียวกับการที่จะปลุกตลาดให้ฟื้นกลับมาเช่นเดิม
คอลัมน์ จับกระแสตลาด
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







December 10th, 2008 at 12:45 pm
อย. เค้าทำงานเหนื่อยกันแน่ คนทำก็เข้าใจคิดเนอะ เอานมไปผสมเมลามีน บริษัทนมก็เลยเซ็งเป็ด ไปกันใหญ่ แล้วเด็กที่เกิดและกินนมก่อนที่จะมีการตรวจพบการปนเปื้อน ทำไงกันล่ะ!!
December 21st, 2008 at 4:11 pm
โดนกันแทบทุกยี่ห้อเลย แต่ยังไงก็อย่าพึ่งหมดหวัง ควรเร่งออกมาแก้ไขข่าวที่มันไม่เป็นความจริง เพื่อให้คนเข้าใจกันมากขึ้น