ผู้เขียนได้กล่าวถึงสิ่งที่หัวหน้างานควรทำและไม่ควรทำ (Do and Don’t) มา 6 ประการแล้วใน 3 ตอนแรก สำหรับในตอนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนจบจะกล่าวถึงสิ่งที่หัวหน้างานควรทำและไม่ควรทำในประการที่ 7 และประการที่ 8 ดังนี้7.หัวหน้าต้องเปิดใจรับฟังไม่ใช่เบิกตารับฟังการทำงานจะประสบความสำเร็จได้ ผู้ที่ทำงานร่วมกันจะต้องรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน คนเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้และไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร แต่การทำงานเมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกันควรมีการนำมาปรึกษาหารือโดยนำเหตุผลและข้อเท็จจริงของแต่ละคนมานำเสนอเพื่อนำไปสู่การได้ข้อสรุปร่วมกันในการทำงาน การที่เราจะเข้าใจและยอมรับเหตุผลของ ผู้อื่นได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยใจที่ปราศจากอคติ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแต่ละฝ่ายพร้อมเปิดใจกว้าง (open minded) รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้อื่นโดยไม่ด่วนตัดสินล่วงหน้าว่าผิดหรือถูก
หัวหน้าบางคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงเพราะถือว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน ทำให้มั่นใจว่าตนต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ
หัวหน้าบางคนมีข้อสรุปในใจอยู่แล้วว่า ต้องการให้ลูกน้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่หากสั่งลูกน้องตรงๆ ว่า ให้ทำในสิ่งที่ตนต้องการก็จะดูเหมือนเป็นเผด็จการเกินไป จึงเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้เสนอความคิดเห็นแค่พอเป็นธรรมเนียม เมื่อลูกน้องพูดไปก็ทำเป็นพยักหน้าหงึกๆ เพื่อดูประหนึ่งว่าสนใจฟัง พอลูกน้องพูดจบก็สรุปว่า ตกลงเอาตามนี้ก็แล้วกัน (ให้ทำในสิ่งที่ตนต้องการ) ลูกน้องก็มึน เพราะสิ่งที่หัวหน้าสรุปเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้เสนอ กรณีเช่นนี้ไม่ได้เรียกว่า “เปิดใจรับฟัง” แต่เป็นเพียงการ “เบิกตารับฟัง” เท่านั้นเอง
คราวต่อไปลูกน้องก็จะไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไร หัวหน้าอยากให้ทำอะไรก็สั่งมาแล้วกัน สภาพการทำงานเช่นนี้จะทำให้คนไร้ชีวิตชีวา ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ใดๆ เกิดขึ้นในการทำงาน ท้ายที่สุดภาระต่างๆ ก็จะย้อนกลับมาตกอยู่ที่หัวหน้า
ถ้าหัวหน้าท่านใดทำตามที่กล่าวมาแล้ว มีความสุขก็ทำต่อไปเถอะครับ แต่ถ้าอยากเห็นลูกน้องของท่านมีส่วนร่วมและมีชีวิตชีวาในการทำงานมากขึ้น อย่าเพียงแค่เบิกตารับฟังแต่ลองเปิดใจรับฟังลูกน้องของท่านอย่างจริงใจและสม่ำเสมอ แล้วท่านจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอันมหัศจรรย์ของลูกน้อง
8.หัวหน้าต้องสร้างผู้นำ (leader) […]






ความรู้ยอดนิยม