เพิ่มยอดขายด้วยการลงโฆษณากับบัมคิว คลิกที่นี่



Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.



เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 6 (Bangkok International Film Festival 2008) ครั้งที่ผ่านมามีหนังเรื่องหนึ่งซึ่งถ้าเป็นไปได้อยากให้คนไทยได้ดูกัน ส่วนจะชอบหรือไม่ชอบนั้นเป็นเรื่องที่คุยกันได้

หนังที่ว่านั้นก็คือ พลเมืองจูหลิง (Citizen Juling : 2008)

ทีมงานทำภาพยนตร์เรื่องนี้อันได้แก่ ผู้กำกับฯ คือ อิ๋ง เค, ส่วนช่างภาพได้มานิต ศรีวานิชภูมิ และคนดำเนินเรื่องคือ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ซึ่งในขณะนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภา

หนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดีที่ยาวมากประมาณ 3 ชั่วโมง 42 นาที จึงทำให้การดูหนังเรื่องนี้ต้องใช้พลังมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากความยาวของหนังแล้ว ยังต้องค่อยๆ ย้อนคิดไปตามกระแสเรื่องราวความรุนแรงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกฉายภาพออกมาผ่านหนังเรื่องนี้

เรื่องราวของหนังเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครูจูหลิง ปงกันมูล ผู้ถูกจับเป็นตัวประกันไปคุมขังไว้ในอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใกล้มัสยิดประจำหมู่บ้าน และถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2549

การดำเนินเรื่องของหนังเรื่องนี้ได้ใช้เหตุการณ์ของครูจูหลิงเป็นหมุดหลักในการดำเนินเรื่อง เพื่อที่จะเชื่อมโยงประเด็นไปยังเหตุการณ์ความรุนแรงและความอยุติธรรมของรัฐที่เกิดขึ้นกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไล่มาตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนที่ภาคใต้เมื่อต้นปี 2547, เหตุการณ์ความรุนแรงที่มัสยิดกรือเซะ, เหตุการณ์ที่ตากใบ, เรื่องราวของทีมเยาวชนฟุตบอลที่สะบ้าย้อย, การจับหมอแว หรือ น.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาสในปัจจุบัน เพื่อไปกักบริเวณถึง 3 ปี ข้อหาเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้นำในการก่อความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการลอบยิง ส.ว.ฟาห์รุดดิน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสลับเหตุการณ์จากภาคใต้ขึ้นมาสู่เชียงราย อันเป็นบ้านเกิดของครูจูหลิง ซึ่งเป็นการถามไถ่ถึงทรรศนะของคนทางนี้ว่ามีความเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

แถมปิดท้ายด้วยเหตุการณ์ชื่นมื่นแบบตลกขื่นในเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 อีกด้วย

แม้ว่าเนื้อเรื่องจะดูคลุมกว้างๆ จนในบางประเด็นอาจจะดูไม่ค่อยลึกเท่าไร แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือวิธีการนำเสนอของหนังเรื่องนี้เน้นไปที่เสียงของประชาชนตัวเล็กๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งต่างจาก

ข่าวที่เราได้ยิน เพราะข่าวเหล่านี้มักจะไม่มีเสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่ใน “อาณาจักรความกลัว” ให้เราได้ยินกัน ทำให้เราวาดรายละเอียดความกลัวที่เกิดขึ้นที่นี่ด้วยความบิดเบี้ยวในภาพของความจริง

ผลที่ตามมาคือการขาดความเข้าใจ นำไปสู่การสร้างอคติในความต่างทางความคิดในประเด็นเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งที่ความแตกต่างคือความงามทางปัญญา

ตอนนี้หนังเรื่องนี้ยังฉายอยู่ในวงจำกัดอย่างเช่น ที่เทศกาลหนังโทรอนโต ที่ราชภัฏลำปาง และงานเทศกาลหนังแห่งนี้เนื่องด้วยเนื้อหาส่วนหนึ่งมีการ

วิพากษ์ความผิดพลาดของนโยบายรัฐบาลในสมัยทักษิณ ชินวัตร

คงต้องลุ้นและหวังกันว่า เราคงมีโอกาสได้ดู “หนังการเมือง” ที่บ้านเราไม่ค่อยมีบ่อยนัก เพื่อการสร้างความเข้าใจของคนในชาติ อันก่อให้เกิดแนวทางที่สร้างสรรค์ในบ้านเราให้บังเกิดขึ้นภายหน้า :D

คอลัมน์ THE WAY OUT
โดย coppinocchio

Click here to get SuccessAdSense



Make Money With Adsense Without Your Website. Apply now!

เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ