สัมภาษณ์
![]() |
หลังจากที่สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการจัดพิธีมอบรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “Thailand Corporate Excellence Awards 2007″ โดยรางวัล ดังกล่าวเป็นการสำรวจความคิดเห็นของ ผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรระดับแนวหน้าที่มีรายได้สูงสุด 1,000 บริษัทแรกของประเทศไทย และมีผู้บริหารระดับสูง 520 คนเข้าร่วมการสำรวจครั้งนี้
และหนึ่งในบริษัทที่ได้รับรางวัลดังกล่าว คือ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการตลาด และความเป็นเลิศด้านคุณภาพ ของสินค้าหรือการบริการ “นินนาท ไชยธีรภิญโญ” รองประธานบริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดโอกาสให้ได้พูดคุยถึงแนวทางและหลักการบริหารงานในแบบฉบับของโตโยต้า ประเทศไทย ที่ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลนี้
- แนวทางการบริหารความเป็นเลิศที่โตโยต้าให้ความสำคัญ
สิ่งแรกคงต้องบอกว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้รับรางวัลพระราชทานความเป็นเลิศในครั้งนี้ โดยสิ่งที่เราให้ความสำคัญจนนำเราไปสู่ความสำเร็จ คือ โลกทัศน์ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น หรือ Toyota Global Vision ซึ่งมีเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์อยู่เพียงเรื่องเดียว คือ Cycles of Nature หรือ “วัฏจักรของ
ธรรมชาติ” กับ Cycles of Industry “วัฏจักรของอุตสาหกรรม” ซึ่งทั้ง 2 สิ่งจะต้องมีการเติบโตไปพร้อมกันอย่างกลมกลืน
ส่วนโตโยต้า ประเทศไทย นั้น มีวิสัยทัศน์อยู่ 2 ข้อหลัก คือ จะต้องเป็นผู้นำและแกนนำในกลุ่มโตโยต้าของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นบริษัทที่ได้รับคำชมเชยและยกย่องมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพันธกิจของเรามี 4 ข้อ คือ 1.เสริมสร้างความแข็งแกร่งของความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 2.สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเพื่อไปสู่เป้าหมายการมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุด 3.การดูแลด้านความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งทั้งพนักงานและลูกค้า 4.ต้องสร้างคุณภาพของสังคมให้ดีขึ้น
สำหรับแนวทางบริหารความเป็นเลิศของโตโยต้านั้นจะต้องยึดหลักการบริหารตามวิสัยทัศน์ของโตโยต้าก่อน จากนั้นจึงสร้างวิสัยทัศน์และพันธกิจของตัวเอง และบริหารด้วย “โตโยต้าเวย์” (Toyota Way) ซึ่งมีอยู่ 2 ภารกิจหลัก คือ 1.มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง 2.ต้องให้การยกย่องซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่โตโยต้าให้ความสำคัญ
- นโยบายทางการตลาดที่โตโยต้าให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
สิ่งที่โตโยต้าให้ความสำคัญทางการตลาดโดยหลักแล้ว คือ ผลิตภัณฑ์หรือรถยนต์ที่เราต้องนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น และรถยนต์ที่ผลิตออกมาแล้วจะต้องมีคุณภาพเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเราได้ตั้งเป้าหมายทางด้านคุณภาพการผลิตว่า โตโยต้าประเทศไทยจะต้องขึ้นมาอยู่อันดับที่หนึ่งของโตโยต้าทั่วโลกให้ได้ ซึ่งวันนี้ เราเลยเวลานั้นมาแล้ว จากโรงงานผลิตรถยนต์ของโตโยต้าทั้ง 28 แห่งทั่วโลก วันนี้โตโยต้า ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับหนึ่งแล้ว ก้าวต่อไปของโตโยต้าประเทศไทยคือพยายามเอาชนะตัวเอง
เป้าหมายของการเป็นผู้นำด้านคุณภาพของสินค้านั้น เราจะไปมุ่งเน้นใน 4 เรื่อง คือ 1.ความปลอดภัย 2.ประหยัด 3.ความหลากหลายของรูปแบบการใช้งานและสมรรถนะ และ 4.ความสะดวกสบาย ซึ่งเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ ในตอนนี้ เราต้องการให้กระจายครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งการลดระยะ เวลาในการส่งมอบรถยนต์จากโรงงานไป ดีลเลอร์ และจากดีลเลอร์ไปยังลูกค้า ซึ่งก่อนหน้านี้โตโยต้าใช้ระยะทั้งหมด 28 วัน
ต่อมาเราตั้งเป้าว่า รถยนต์ของโตโยต้าทุกรุ่นจะต้องพร้อมและสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ภายในระยะเวลา 7 วัน หลังจากลูกค้ามีคำสั่งซื้อจากดีลเลอร์ และวันนี้เราทำได้ใกล้เคียงแล้ว คือ ใช้ระยะเวลาเพียง 10 วัน ส่วนเป้าหมายการส่งมอบภายในระยะเวลา 7 วันนั้น น่าจะทำได้ภายในปีนี้
- สิ่งที่ช่วยร่นเวลาการส่งมอบรถให้เร็วขึ้น
สิ่งที่ทำให้ระยะเวลาการส่งมอบรถยนต์ของโตโยต้าสั้นลง คือ 1.การนำระบบ EOPD (evolution of order, production and delivery processes) มาใช้ในการสั่งการทั้งหมด 2.การปรับลดขั้นตอนต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออกไป ในส่วนของดีลเลอร์เราสนับสนุนให้ได้ ISO 14001 ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่ง โตโยต้าสนับสนุนให้ดีลเลอร์ได้รับการรับรองครบ 99% แล้ว 3.บริการหลังการขาย ภายใต้สโลแกน “การทำสิ่งที่เหนือกว่า พาลูกค้าประทับใจ” โดยทำสิ่งต่างๆ ให้เหนือกว่ามาตรฐาน 4.การสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านการตลาดกับลูกค้าและดีลเลอร์
ซึ่งการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดโตโยต้า ทำอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.การตั้งโตโยต้า ลิสซิ่ง เพื่อให้บริการในเรื่องการเช่าซื้อรถยนต์ 2.ประกันภัยรถยนต์จีโอเอ 3.โตโยต้าชัวร์ ซึ่งเป็นการจำหน่ายรถยนต์มือสอง โดยทั้ง 3 บริการนี้จะเข้าไปเสริมการบริการของ โตโยต้าให้ครบวงจรขึ้น นอกจากนี้ยังมีบริการคอลเซ็นเตอร์ (call center) อีกด้วย
- ปัจจัยที่ส่งผลให้โตโยต้าประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้โตโยต้าประสบความสำเร็จ คือ การใช้วิธีการบริการแบบ “Toyota Way” เพราะเมื่อเรามีวิสัยทัศน์แล้ว เราต้องพยายามสร้างการสื่อสารให้กับดีลเลอร์และซัพพลายเออร์ของเรา เพื่อกระตุ้นให้มีแรงบันดาลใจและพร้อมที่จะก้าวไปสู่ เป้าหมาย รวมทั้งพันธกิจและวิสัยทัศน์ที่บริษัทตั้งไว้ นี่คือกุญแจสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีกุญแจสำคัญอีก 1 ดอก คือ เรื่องของ CSR ที่เราให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น จากการอันดับความสำคัญทางการตลาดนั้น เดิม CSR อยู่ในอันดับที่ 13 แต่จากปี 2549 CSR เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับ 11 และปีนี้ผมคิดว่า CSR ขยับขึ้นมามีส่วนสำคัญทางการตลาดในอันดับที่ 5 แล้ว
- มองว่า CSR มีความสำคัญในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
เห็นได้จากในอดีตที่คุณโอคุดะ ประธานของโตโยต้าญี่ปุ่น มีความพยายามจะเพิ่มส่วนแบ่งของโตโยต้าในญี่ปุ่นจากเดิมที่มีอยู่ 38% โดยพยายามส่งรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 40% แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งหันมาใช้ CSR ช่วยในการทำตลาด ผลออกมาว่า โตโยต้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 44% โดยอัตโนมัติ
เช่นเดียวกับ โตโยต้า ประเทศไทย เดิมมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 32% แต่หลังจากที่เราพยายามทำ CSR ให้มากขึ้น ปรากฏว่าส่วนแบ่งตลาดเราเพิ่มเป็น 44%
สำหรับ CSR ที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เราทำในนามของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย และมูลนิธิ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการศึกษาและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิต
เมื่อเร็วๆ นี้ เราทำการปลูกป่าที่โรงงานบ้านโพธิ์ จำนวน 1 แสนต้น ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง โดยใช้คน 14,000 คน ซึ่งพื้นที่ป่าตรงนี้ในอนาคต เราตั้งใจจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้เป็นสวนสาธารณะ โตโยต้าตั้งใจจะปลูกต้นไม้ให้ได้ 1 ล้านต้น ภายในระยะเวลา 5 ปีด้วย และเราก็มี โรงเพาะเลี้ยงกล้าไม้ของเราเอง โดยมีแผนงานที่จะขายต้นกล้าราคาถูกเพื่อให้ประชาชนนำไปปลูกในที่ดินของตัวเอง เป็นการสร้างป่าให้กับชุมชนเพิ่มยิ่งขึ้น
นอกจากนี้เรายังมีโครงการลดภาวะโลกร้อน เช่น การอบรมเยาวชนจาก 35 ตำบลทั่วประเทศเข้ามาอบรม และยังมีแนวทางที่จะนำความรู้ต่างๆ ไปบรรจุในหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นการเพาะบ่มความรู้ตั้งแต่ระดับเยาวชน ซึ่งเราพยายามทำให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








February 17th, 2009 at 2:12 am
ดีเหมือนกัน จะได้รู้เรื่องรถยนต์ มากขึ้นสักหน่อย
June 29th, 2009 at 12:13 pm
พี่เก่งมากๆเลยครับ