เกาะติดจุดเปลี่ยนการเมืองไทยที่อาจเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หลังทหารปฏิวัติเงียบผ่านจอ! แต่สมชายยังเดินหน้าชน ขณะที่ศาลฎีกาเตรียมพิพากษาคดีที่ดินรัชดาฯที่ทักษิณ-พจมาน ตกเป็นจำเลย 21 ตุลาคม
การปลดล็อกออกจาก “วิกฤต” การเมืองไทย มีทั้งฉบับใต้ดินและรูปแบบบนดิน
มีทั้งการเปลี่ยนกระดานอำนาจตาม “ระบบ” และ “นอกระบบ” ด้วยวิธีที่ “พิเศษ”
เพื่อกด-ดัน-รุก ให้รัฐบาล “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ถอยออกจากเวทีอำนาจ
ทั้งเรื่องจริงผ่านจอโทรทัศน์ ที่ปรากฏแก่สายตาคนทั่วประเทศ มีผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และผู้บัญชาการจากกองทัพเรือ (ผบ.ทร.) กองทัพอากาศ (ผบ.ทอ.) และผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
“ฝ่ายทหาร” ออกมาระบุชัดทั้ง “กองทัพ” เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
“รัฐบาลต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ จะอยู่อย่างไรก็อยู่ไม่ได้ พูดด้วยเหตุด้วยผล ถ้าผมเป็นนายกฯ ผมออกแล้ว ไม่อยู่แล้วบ้านเมืองเสียหาย ต้องไม่อยู่…สังคมเขาเรียกร้อง ผมก็เรียกร้อง”
วาระที่ 3 เหล่าทัพพร้อมเพรียงกันผ่านจอโทรทัศน์ “เอกชน” จัดสคริปต์กับ “พิธีกร” ที่มีเรตติ้งอันดับหนึ่งของประเทศ ตรึงคนดูทุกระดับ ทุกฝ่าย ทุกขั้ว ให้เข้าใจเหตุการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ “ปฏิวัติเงียบ ?”
ผลักให้รัฐบาล “สมชาย” อลหม่านไปทั้งบ้าน “เบเวอร์รี่ฮิลล์” […]
Share on Facebook
หลังจากที่การพังพาบของบรรดาพี่เบิ้ม ในวงการเศรษฐกิจโลก จนหลายฝ่ายต่างออกมาเรียกร้อง ให้หาทางออก เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าวให้เร็วที่สุด
นอกจากความปลอดภัยทางการเงินในตลาดของจริงจะกลายเป็นหัวเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงแล้ว ตลาดออนไลน์ ก็เป็นอีกหัวข้อที่ถูกนำขึ้นมาวิเคราะห์กันในวงการด้วย www.pawoot.com เวบไซด์ด้านธุรกิจอีกเจ้าที่เขียนวิเคราะห์ถึงกระแส E-Commerce ในไทยและทั่วโลก ปี 51- ปี 52 เอาไว้
ภาพรวมของตลาดออนไลน์เมื่อปี 2007 ที่ผ่านมานั้น ตัวเลขการซื้อของออนไลน์ ในประเทศอเมริกาโดย comScore บอกว่า มีการซื้อขายผ่าน E-Commerce มากถึงเกือบ 4 ล้านล้านบาท ($123 พันล้านเหรียญ) เลยทีเดียว
ขณะที่รายงานของ สำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2550 พบว่า มูลค่าการซื้อของผ่านออนไลน์ของคนไทยมีสูงถึง 305,159 ล้านบาท โดยตัวเลขส่วนใหญ่ยังเป็นการซื้อของภาครัฐบาลเป็นหลัก (B2G - Business to Government) แต่ก็ทำให้เห็นได้ว่า การซื้อขายของผ่านทางออนไลน์ของไทย ได้เติบโตขึ้นอยากมากจากอดีต ซึ่งในปี 2549 มีตัวเลขการซื้อขายเพียง 220,924 ล้านบาทเท่านั้น
Share on Facebook
เอฟบีไปแฉ เชื่อมีเครือข่ายอาชญากรออนไลน์ในพื้นที่กว่า 24 ประเทศ กำลังให้ความสนใจที่จะเจาะเข้ามาในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท และ หน่วยงานราชการของสหรัฐฯ เผยศูนย์กลางการเงินโลกวอลล์สตรีทก็โดนเจาะพรุนเช่นกัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จำนวนสายลับออนไลน์และการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลบนอินเตอร์เน็ตได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปีที่ผ่านมา อันเป็นเหตุให้ตัวเลขความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังบ่อนทำลายความมั่นคงของสหรัฐฯอีกด้วย
ชอว์น เฮนรี ผู้ช่วย ผู้อำนวยการเอฟบีไอ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มเครือข่ายอาชญากรออนไลน์กำลังเพิ่มจำนวน ขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อทรงประสิทธิภาพที่จะทำให้เข้าถึงเหยื่อได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และเป็นจำนวนมากภายในพริบตา
เขาให้รายละเอียดด้วยว่า ขณะนี้มีประเทศ กว่า 2 โหล หรือ 24 ประเทศ ที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในการเจาะเข้ามาในเครือข่ายของบริษัทและหน่วยงานราชการสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม นายเฮนรีปฏิเสธที่จะให้ รายละเอียดว่ามีประเทศใดบ้าง บอกเพียงว่ากำลังกังวลกับพฤติกรรมและสมรรถนะของรัสเซียและจีน ในการเจาะข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงและแทรกซึมเข้าสู่เครือข่ายของสหรัฐอเมริกา
หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนคือ พฤติกรรมสายลับออนไลน์รัสเซีย ซึ่งจอร์เจียกล่าวหาว่ารัสเซียทำสงครามออนไลน์ควบคู่ไปกับการโจมตีทางทหาร เมื่อครั้ง 2 ประเทศมีเหตุเบาะแว้งกัน ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
เอฟบีไอแถลงด้วยว่า เอฟบีไอกำลังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับตำรวจในประเทศอื่นๆ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวกลายเป็นปัญหาระดับนานาชาติไปเสียแล้ว
การโจมตียอดนิยมคือการโจมตีที่เรียกว่า บ็อทเน็ท (botnets) ซึ่งวิธีการก็คือ การที่ซอฟต์แวร์ต้นเหตุจะแพร่ไวรัสออกไปยังคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคลและองค์กร และสร้างเครือข่ายที่สามารถขโมยข้อมูลหรือสั่งปิดระบบทั้งหมดได้
วิธีต่อมาเรียกว่า สเปียร์ฟิชชิ่ง (spearfishing) ซึ่งแฮกเกอร์จะ ก๊อบปี้อีเมล์พนักงานในบริษัทไว้ เพื่อส่งเมล์ไปขอข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม