![]()
หลังจากที่การพังพาบของบรรดาพี่เบิ้ม ในวงการเศรษฐกิจโลก จนหลายฝ่ายต่างออกมาเรียกร้อง ให้หาทางออก เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าวให้เร็วที่สุด
นอกจากความปลอดภัยทางการเงินในตลาดของจริงจะกลายเป็นหัวเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงแล้ว ตลาดออนไลน์ ก็เป็นอีกหัวข้อที่ถูกนำขึ้นมาวิเคราะห์กันในวงการด้วย www.pawoot.com เวบไซด์ด้านธุรกิจอีกเจ้าที่เขียนวิเคราะห์ถึงกระแส E-Commerce ในไทยและทั่วโลก ปี 51- ปี 52 เอาไว้
ภาพรวมของตลาดออนไลน์เมื่อปี 2007 ที่ผ่านมานั้น ตัวเลขการซื้อของออนไลน์ ในประเทศอเมริกาโดย comScore บอกว่า มีการซื้อขายผ่าน E-Commerce มากถึงเกือบ 4 ล้านล้านบาท ($123 พันล้านเหรียญ) เลยทีเดียว
ขณะที่รายงานของ สำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2550 พบว่า มูลค่าการซื้อของผ่านออนไลน์ของคนไทยมีสูงถึง 305,159 ล้านบาท โดยตัวเลขส่วนใหญ่ยังเป็นการซื้อของภาครัฐบาลเป็นหลัก (B2G – Business to Government) แต่ก็ทำให้เห็นได้ว่า การซื้อขายของผ่านทางออนไลน์ของไทย ได้เติบโตขึ้นอยากมากจากอดีต ซึ่งในปี 2549 มีตัวเลขการซื้อขายเพียง 220,924 ล้านบาทเท่านั้น
ล่าสุด ทาง NECTEC ได้เปิดเผยตัวเลข การสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประเทศไทยประจำปี 2551 พบกว่า คนไทยส่วนใหญ่เคยซื้อของผ่านทางออนไลน์มากขึ้น 45.9% จากปี 2550 พบว่ามีคนไทยประมาณ 20% เท่านั้นที่เคยซื้อของออนไลน์ สัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 25% ทำให้เห็นว่า แนวโน้มของการซื้อ-ขายของออนไลน์ของไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบจากปีก่อนๆ
หากดูสภาพของการค้าขาย E-Commerce ในช่วงนี้ อาจจะต้องแยกเป็น “การค้าขายภายในประเทศ” และ “การค้าขายกับต่างประเทศ” ซึ่งดูจากแนวโน้มของ การค้าขายบนโลกออนไลน์ของไทยในปัจจุบัน ถือว่ายังมีแรง และกระแสเข้ามามาก นั่นก็เพราะ “การเริ่มต้นทำการค้าขายทางออนไลน์สามารถทำได้ง่ายมากขึ้น”
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สินค้าประเภท การท่องเที่ยว เช่นการจองโรงแรม หรือ แพ็กเกจทัวร์ต่างๆ เป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการรัดเข็มขัดของชาวอเมริกัน (ที่ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่สร้างมูลค่าการซื้อ-ขายในออนไลน์ของตลาดโลกได้มากที่สุด) บวกจากกระแสการเมืองในช่วงนี้เข้าไปอีก ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นส่วนส่งให้การค้าขายทางออนไลน์ของตลาดในส่วนนี้ มีผลกระทบมาก และยอดขายอาจจะลดลงไปมากเลยทีเดียว
ทางออกในการรับมือของปัญหานี้ก็คือการเปิดตลาดใหม่เช่น ทางยุโรป หรือทางญี่ปุ่น ซึ่งยังมีกำลังซื้อ แต่ก็ต้องระวังอุปสรรค์บางอย่าง เช่น ภาษา และพฤติกรรมของผู้ซื้อ ที่อาจจะแตกต่างจากผู้ซื้อในกลุ่มประเทศอเมริกาอยู่มาก แต่หากคิดในทางกลับกันหากเราสามารถขยายตลาดเข้าไปทดแทนส่วนที่หายไปได้ ภายหลังจากที่ตลาดอเมริกาฟื้นตัวแล้ว ตลาดของคุณอาจจะใหญ่เพิ่มมากขึ้นที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ตลาดออนไลน์เองแล้ว ว่าจะตัดสินใจยังไง
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.












ความรู้ยอดนิยม