การแข่งขันของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาคงจะทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ตราสินค้านั้นมีความสำคัญต่อความอยู่รอดมากน้อยแค่ไหน ? เนื่องจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เสนอขายในตลาดนั้นมีทั้งการตั้งชื่อแบบไทยๆ หรือแม้แต่ชื่อให้ทันสมัยมีภาษาฝรั่งผสมอยู่ด้วย และชื่อที่เป็นภาษาต่างประเทศล้วนๆ ฯลฯ ทั้งหมดนี้บอกอะไรกับลูกค้าบ้าง ดิฉันเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจเท่านั้นที่มีคำตอบอยู่ในใจ
แต่สำหรับผู้บริโภคแล้วการจดจำชื่อสินค้าและบริการนั้นมีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าชื่อแบรนด์จะเชยหรือทันสมัยแค่ไหน หากไม่สามารถสร้างความแตกต่างและความคุ้นเคยกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ดิฉันคิดว่าชื่อที่ตั้งขึ้นมานั้นก็เปล่าประโยชน์ ฉบับนี้ดิฉันจึงขอนำเสนอเรื่องการตั้งชื่อตราสินค้า แม้ว่าในช่วงนี้อาจไม่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ออกแบรนด์ใหม่ๆ สู่ตลาดมากนักก็ตาม แต่เชื่อว่าการแตกไลน์ของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นั้น มักมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ หรือแม้แต่การเปลี่ยนชื่อสินค้าก็ตาม
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ดิฉันอยากจะฝากให้ผู้ประกอบการได้ตระหนักว่า การตั้งชื่อแบรนด์หรือตราสินค้าใหม่ๆ นั้นจะต้องคำนึงถึงความเป็นเอกลักษณ์และมีความแตกต่างจาก คู่แข่ง ทั้งรูปแบบตัวอักษร สัญลักษณ์ โลโก้ ฯลฯ ควรให้ความสำคัญกับการออกแบบ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การตลาดเป็นไปด้วยดีและสามารถสร้างความจดจำให้ กับลูกค้า
ดังนั้น ผู้ที่กำลังมีแนวคิดที่จะรีแบรนด์หรือออกสินค้ารุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดต้องติดตามอ่านต่อว่าการกำหนดตราสินค้าเพื่อสะดวกต่อการขายและการให้บริการลูกค้านั้น ต้องมีทิศทางในการตั้งชื่ออย่างไร
- มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ตราสินค้าที่ดีจะต้องมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ไม่เหมือนใคร ไม่เลียนแบบใคร หรือตั้งชื่อให้ใกล้เคียงกับสินค้าอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกค้าสับสน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีนักลงทุนที่สร้างตราสินค้าให้ใกล้เคียงกับยี่ห้อที่ดังๆ แต่จากการวิจัยเรื่องการจดจำของผู้บริโภคที่ดิฉันมีโอกาสลงภาคสนามด้วยตนเอง ทำให้ทราบว่าการตั้งชื่อสินค้าใหม่ให้ใกล้เคียงกับแบรนด์ที่ทำการตลาดหนักๆ แล้วเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคนั้น ไม่ได้เป็นผลดีต่อนักลงทุนนัก เพราะลูกค้าจะซื้อเฉพาะแบรนด์ดัง แล้วมองว่าแบรนด์ใหม่ที่ชื่อใกล้เคียงนั้นเป็นสินค้าปลอม ซึ่งถือว่าเป็นการไม่คุ้มกับการลงทุนเลย
- ง่ายต่อการจดจำ การตั้งชื่อสินค้าใหม่จะต้องเน้นเรื่องชื่อที่ง่ายต่อการจดจำของผู้บริโภค ไม่ว่าจะตั้งชื่ออย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรตระหนักเสมอว่า เมื่อทำการตลาดออกไปแล้วลูกค้าจะต้องจดจำตราสินค้าได้ ดังนั้นชื่อที่เรียกผลิตภัณฑ์จะต้องเป็นคำที่สั้น ง่ายต่อการออกเสียง ซึ่งจะทำให้ลูกค้าจำได้ง่ายกว่าชื่อที่ยาวๆ เพราะจะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในการสั่งซื้อสินค้า หากเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆ และประชาชนใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันก็จะดีมาก เนื่องจากจะทำให้เพิ่มความคุ้นเคยและจดจำได้ง่ายกว่า ไม่ต้องกังวลว่าการตั้งชื่อแบบไทยๆ จะทำให้เชย เพราะแบรนด์ไทยที่โด่งดังและติดตลาดที่ใช้ภาษาไทยก็มีให้เห็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันการตั้งชื่อแบบฝรั่งก็อาจทำได้ในสินค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
- ชื่อบ่งบอกถึงผลิตภัณฑ์ การสร้างตราสินค้าให้มีความสัมพันธ์กันระหว่างผลิตภัณฑ์กับชื่อ จะเป็นประโยชน์ต่อการทำการตลาดไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะจะเป็นการสร้างความจดจำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากตราสินค้านั้นบ่งบอกถึงคุณลักษณะของสินค้า หรือแม้แต่บ่งบอกถึงสรรพคุณและคุณประโยชน์ เช่น การนำเอาชื่อของปลาชนิดหนึ่งมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นจากปลา เช่น ปลากระป๋องหรือน้ำปลา ซึ่งนำเอาชื่อปลาที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตมาตั้งชื่อสินค้า เป็นต้น
อย่าลืมนะคะว่า การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดจะต้องคำนึงถึงอนาคตของสินค้าว่าจะช่วยทำให้ลูกค้าจดจำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งทั้งหมดที่ดิฉันเขียนในฉบับนี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่สำคัญต่ออนาคตของตรา สินค้าทั้งสิ้น ดังนั้นการตั้งชื่อและออกแบบให้แบรนด์ติดตลาดจะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของธุรกิจเลยทีเดียว !
คอลัมน์ จุดแกร่งเอสเอ็มอีไทย
โดย ผศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.












ความรู้ยอดนิยม