แผนธุรกิจ สำหรับคนที่กำลังจะตกงาน และสำหรับผู้ที่สนใจธุรกิจอาหาร ผู้ประกอบการที่อยู่ๆออร์เดอร์ต่างประเทศก็ห่างหายไป หรือแม้แต่ผู้ที่ได้รับผลจากวิกฤตการณ์สถาบันการเงินของสหรัฐอเมริกา
สำนักงานเทคโนโลยี SMEs มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีโครงการวิจัยนำร่อง พร้อมแผนธุรกิจอาหารอยู่หลายโครงการที่น่าสนใจ สำหรับคนที่มองหาธุรกิจส่วนตัว หรือมองหาตลาดบลูโอเชี่ยน หรือแม้แต่การเตรียมหาโปรดักต์ดาวรุ่ง สำหรับธุรกิจในอนาคต โดยมี 10 ธุรกิจ ที่น่าสนใจต่อไปนี้
1.สารต้านอนุมูลอิสระจากงาดำ เป็นการผลิตและจำหน่ายสารสกัดบริสุทธิ์จากงาดำ หรือสาร Sesamine คุณภาพเกรด A เพื่อจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้สารสกัดบริสุทธิ์จากงาดำ นำไปเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ในแผนธุรกิจใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 11,110,000 บาท มีกำลังการผลิต การสกัดงาดำบริสุทธิ์ ใน 1 ปี เท่ากับ 4,320 ถุง ราคาขายถุงละ 8,500 บาท สามารถคืนทุนภายใน 3 ปี
2.เครื่องเทศอบแห้ง เครื่องเทศเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่มีมูลค่าปีละไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท ตลาดเครื่องเทศนับว่า ไม่เลวเลย เครื่องอบเครื่องเทศจึงมีความสำคัญ และเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นมานั้น สามารถรักษาคุณภาพของสี และกลิ่นได้ด้วยระบบไมโครเวฟสุญญากาศ มีคุณสมบัติในการอบแห้งที่เร็ว สีใกล้เคียงกับคุณภาพของวัตถุดิบ เกิดการสูญเสียน้อย ใช้เงินลงทุน 12,489,832.00 […]
Share on Facebook
“ได้คุยกับเขาทีไรก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนเก่ง ดูเขามีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำดีมาก ดีชนิดที่เรียกว่า รู้ลึก ไม่ใช่รู้แค่ธรรมดา แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมธุรกิจของเขาจึงไม่ประสบความสำเร็จสักที ทำมานานจนย่างเข้าเจเนอร์เรชั่นที่ 2 แล้ว ก็เห็นล้มลุกคลุกคลานอยู่ตรงนั้น อยากรู้จังว่าเพราะอะไร”
“มันน่าจะมาจากเรื่องเงินทุนหรือเปล่า บางทีคนที่เก่งก็ไม่ได้หมายถึงกับจะเก่งไปซะทุกด้าน เขาอาจเก่งเรื่องโปรดักต์ สามารถผลิตอะไรออกมาได้คุณภาพที่ดี แต่หากไม่มีทุนมากพอในการทำตลาด มันก็เป็นสาเหตุได้หรือพูดง่ายๆ เขาไม่เก่งพอทางด้านการเงิน” คนหนึ่งให้ความเห็น
“ก็อาจมีส่วนนะ เพราะเท่าที่รู้จักเขามา ไม่มีข้อสงสัยเรื่องความรู้ความสามารถ ในทางเทคนิคของเขาก็เป็นทรอปิคอลเอ็นจิเนียร์ คนหนึ่งนี่แหละ คือหลักใหญ่ใจความของความสนใจอยู่ที่วิวัฒนาการทางด้านเทคนิค สังเกตได้จากวิธีพูดจาของเขาจะหนักไปทางการแสดงให้เห็นว่าเขาลึกซึ้งและเข้าถึงเรื่องนี้ยังไง แต่สำหรับด้านอื่นดูเบาบางและตื้นเขินไปหน่อย” อีกคนเสริมขึ้นมา
“ขยายความหน่อยเกี่ยวกับที่ว่าด้านอื่นๆ นะ” คนที่หยิบยกเคสนี้ขึ้นมาพูดยังมองไม่เห็นภาพ
“ก็อย่างเรื่องด้านการตลาด ด้านการขาย และด้านไฟแนนเชียล”
อย่างเขาชอบพูดเรื่องความวิเศษ ความเหนือชั้นโปรดักต์ของเขา ที่เขาคิดค้น เขาผลิต แต่เขาไม่เห็นจะพูดถึงเรื่องคอนเซ็ปต์ในการทำตลาดเจ้าโปรดักต์ตัวนี้ว่าเขาจะทำอย่างไร มีแผนอย่างไร
เขาพูดถึงจุดอ่อนของโปรดักต์คนอื่น ค่ายอื่น เมื่อเทียบกับของเขาในด้านเทคนิค ในด้านคุณภาพ ในด้านสมรรถภาพ แต่เขาไม่เคยสนใจหรือพูดถึงแง่การประเมินและวิเคราะห์ตลาดเลยว่ากลุ่มเป้าหมายของเขาคือใคร ของคู่แข่งเป็นใคร
เขาไม่สามารถบอกได้ว่าโปรดักต์ของเขาวางโพซิชันนิ่งไว้ตรงไหน ระดับไหน เขาบอกและตอกย้ำแต่ว่าโปรดักต์ของเขาดีกว่าของคู่แข่งที่มียอดขายมากกว่าหลายเท่าตัว เขาจึงตั้งราคาขายไว้ให้น้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อไม่ชัดเจนมันก็ทำให้การวางราคาโปรดักต์ของเขาไม่ลงตัวกับกลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่ามันเอฟเฟ็กต์ไปอีกหลายเรื่อง อย่างเช่นการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำแผนส่งเสริมการขาย การจัดจำหน่าย การบริการหลังการขาย และอื่นๆ อีกหลายแง่มุม ซึ่งในด้านนี้บอกตรงๆ ว่าเขาห่างชั้นจากคู่แข่งลิบลับ และเขาก็รู้ดีว่าเขาไม่มีมากพอจะใช้จ่ายตรงนี้ได้
นี่มันก็เห็นชัดๆ ถึงจุดของความล้มเหลวจุดหนึ่ง […]
Share on Facebook
“ตอนที่ผมหาพนักงานที่จะมาช่วยดูแลประสานงานตอนสัมภาษณ์ เด็กผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเรียนภาษาจีนมาแล้ว 1 ปี ผมก็เลยทดสอบด้วยการลองให้เขานับเลข ปรากฏว่าเขานับ 1-10 ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่พอถามว่าแล้ว 16 ภาษาจีนว่าอย่างไร เขากลับตอบไม่ได้” ศ.ดร.เขียน ธีรวิทย์ หนึ่งในผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องจีนมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ กล่าวติดตลก เมื่อพยายามจะฉายภาพปัญหาของมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาจีนในไทยที่กำลังเรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤต
เป็นวิกฤตที่ครั้งหนึ่ง “วิโรจน์
ตั้งวานิชย์” อาจารย์สอนภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เคยวิพากษ์ไว้ในรายการชีพจรโลกว่า “จะหาคนไทยที่เรียนภาษาจีนในประเทศไทยดีพอที่สามารถนำไปใช้ได้น้อยมาก” และหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนแล้ว ไทยอยู่ในลำดับสุดท้าย
แม้ที่ผ่านมา รัฐบาลจะกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยเป้าหมายปลายทางที่ตั้งไว้ คือ การกำหนดให้นักเรียนและนักศึกษาในระบบโรงเรียนทุกคนได้เรียนภาษาจีน ได้ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของนักเรียน นักศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี โดยจัดสรรงบประมาณระหว่างปี 2549-2553 ไว้เป็นจำนวนกว่า 528 ล้านบาท
แต่ดูเหมือนว่าก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ที่มีอยู่ดีขึ้นเท่าใดนัก ในทางกลับกัน การเร่งรีบโดยขาดการเตรียมการก็ยิ่งทำให้บรรดาโรงเรียนและสถาบันการศึกษาในทุกระดับเร่งรีบที่จะเปิดหลักสูตรโดยขาดความพร้อม
ปริมาณผ่าน คุณภาพตก
จากการศึกษาวิจัยการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ที่ทำการเรียนการสอนภาษาจีนทั้งในและนอกระบบทุกระดับ ในช่วงเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อศึกษาถึงจุดอ่อนและจุดแข็งที่จะนำไปสู่การปฏิรูปหลักสูตรต่อไปในอนาคตของศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั้นพอจะทำให้เห็นภาพบางอย่างปรากฏชัด โดยเฉพาะการเร่งรัดที่ทำให้อาจารย์กว่าครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องภาษาจีน จำเป็นต้องกลายมาสอนในวิชานี้ เพราะขาดแคลนอาจารย์ที่มีความรู้จริงๆ […]
Share on Facebook
เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสดีที่ได้ฟังเทศน์ที่วัดญาณเวศกวัน ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสวนพุทธมณฑล วัดนี้เป็นวัดที่ร่มรื่นและแลดูเป็นสถานที่ที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขทางใจอย่างยิ่ง สาระสำคัญที่ผมได้เรียนรู้จากการฟังเทศน์คือเรื่องของกำลังชีวิตทั้ง 4 ซึ่งเมื่อผมฟังพระท่านเทศน์จบ ผมก็ตั้งใจเลยทีเดียวว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฟังเทศน์ในครั้งนี้มาเผยแพร่ต่อให้ท่านผู้อ่านทั้งหลาย
ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่า เพราะเหตุใดผมถึงค่อนข้างที่จะใส่ใจอย่างมากกับหลักธรรมเรื่องเกี่ยวกับกำลังชีวิตทั้ง 4 นี้ สาเหตุก็เป็นเพราะว่าผมมองว่ากำลังชีวิตก็เปรียบเสมือนกำลังใจในการใช้ชีวิต ผมเห็นว่าสถานการณ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม มิใช่แต่เฉพาะในประเทศไทย แต่ทั่วโลกที่ผมมองว่านับวันจะมีแต่จะทำให้จิตใจมนุษย์ทั้งหลายนั้นหดหู่ลงไปเรื่อยๆ ความหดหู่แสดงให้เห็นถึงสภาวะจิตใจของมนุษย์ที่ไร้ซึ่งกำลังใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมไทย ณ ตอนนี้ผมมองว่าคนไทยเราไร้ซึ่งกำลังใจอย่างยิ่ง เพราะไม่รู้ว่าความแตกแยกระหว่างคนในสังคมจะจบเมื่อไร และจนบัดนี้ผมก็ยังมิเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดของคนไทยนั้นคืออะไร แต่ที่แน่ๆ คนไทยเราไม่รักกันเหมือนก่อน และความที่รักกันน้อยลงไปทุกวันๆ นี้ก็ยิ่งบั่นทอนกำลังใจของคนไทยไปเรื่อยๆ ท่านผู้อ่านคงจะทราบกันอยู่แล้วว่าเมื่อคนเรามีความรัก ย่อมทำให้เรามีกำลังใจ ผมเชื่อว่าคนเราทุกคนนั้นตื่นนอนตอนเช้าแล้วออกจากบ้านไปทำมาหากินหรือประกอบกิจการงานต่างๆ เราไม่ได้ตื่นมาเพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่เราตื่นมาเพื่อคนหรือสิ่งที่เรารัก อาทิ ตื่นมาส่งลูกไปโรงเรียน ตื่นมาทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ตื่นมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ แต่แล้วมาในวันนี้ความรักระหว่างคนไทยเราดูเหมือนจะน้อยลงไปทุกทีๆ ผมจึงสงสัยว่าแล้วคนไทยเราจะมีกำลังใจมากแค่ไหนกันเชียวในการตื่นขึ้นมาทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ อันเนื่องมาจากความรักในประเทศชาติ
เพราะฉะนั้น ผมขอใช้หลักธรรมเรื่องกำลังชีวิตทั้ง 4 ที่ผมได้เรียนรู้มาจากการฟังเทศน์ที่วัดญาณเวศกวัน มาประยุกต์กับหลักการในเรื่องของการจัดการความรู้และองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้คำแนะนำในการสร้างกำลังใจเพื่อให้คนไทยสามารถกลับมารักกัน หรือสมัครสมานสามัคคีกันได้อย่างเดิม
กำลังชีวิตทั้ง 4 ประกอบไปด้วย 1) ปัญญา 2) ความเพียร 3) ความซื่อสัตย์สุจริต 4) ความสงเคราะห์เกื้อกูล กล่าวถึง […]
Share on Facebook
ปัญหาวิกฤตการเงินของสหรัฐลุกลามบานปลายจนแทบจะเรียกได้ว่า ต่อให้คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการธุรกิจยังมีคำถามมากมายว่า โลกเราเกิดอะไรขึ้น ทำไมแบงก์ต่างชาติ ล้มกันระเนนระนาด ทำไมตลาดหุ้นทั่วโลกตกกันวินาศสันตะโร ซื้อหุ้นได้หรือยัง เมื่อไรปัญหาจะถึงจุดต่ำสุด ฯลฯ แต่คำถามที่มีคนมาถามผมแล้วทำให้ ผมย้อนนึกถึงอดีตได้มากที่สุดคือ “วิกฤตการเงินของสหรัฐครั้งนี้เริ่มจาก ภาคอสังหาริมทรัพย์เหมือนกับไทย ในอดีต… ตอนนั้นเราแก้ปัญหากันยังไง แล้วตอนนี้สหรัฐเขาแก้ปัญหากันยังไง มาถูกทางไหม ?”
ตอนนั้นก็ 10 ปีแล้ว ผมจำได้ว่าผม เรียนจบปริญญาเอกมาและต้องกลับมาชดใช้ทุนการศึกษาที่กระทรวงการคลัง โดยเริ่มบรรจุเป็นข้าราชการ ซี 5 ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ เนื่องจากตอนนั้นประเทศเราอยู่ในภาวะวิกฤตสถาบันการเงิน ผมจึงได้มีโอกาส ทำเรื่องนี้กับท่าน อดีต รมว.คลังฯ นายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ ซึ่งวันนี้ ก็ขอนำแนวทางการแก้ไขปัญหาของท่าน มาเล่าสู่กันฟังนะครับ
ดูๆ ไปแล้ววิกฤตที่เกิดกับไทย ในตอนนั้น หรือเกิดกับสหรัฐในตอนนี้ ก็เริ่มจากภาคอสังหาริมทรัพย์และลุกลามไปยังภาคการเงินเหมือนกัน โดยเหตุการณ์เริ่มจากราคาอสังหาฯที่มีความร้อนแรง มีผู้กู้เงินแบงก์จากภาคอสังหาฯ และ/หรือ ใช้อสังหาฯเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในการกู้จำนวนมาก ซึ่งถ้าราคาอสังหาฯ ยังร้อนแรงต่อไปก็ไม่มีปัญหาอะไร ใช่ไหมครับ แต่ถ้าราคาเริ่มมีการชะลอตัวและตกต่ำ จนทำให้ผู้ที่ไปกู้เงินแบงก์ไม่มีศักยภาพที่จะผ่อนชำระหนี้ และทำให้มีหนี้เสียหรือ NPLs เกิดขึ้นเต็มไปหมดนี่สิครับ เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสถาบันการเงิน
(ดูกราฟิก)
เพื่อให้การอธิบายต่อไปง่ายขึ้น […]
Share on Facebook
คำกล่าวที่ว่า ในความโชคร้ายก็ย่อมมีโชคดีเสมอ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยได้ลุกลามสร้างความระส่ำระสายไปทั่วโลก ยังนับว่าโชคดีที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ จากเดิมที่ราคาเคยพุ่งสูงสุดระดับราคา 147 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันราคาร่วงอยู่ในระดับ 63 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าเท่าตัว แม้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในนามกลุ่มโอเปกจะรวมหัวกันประกาศลดกำลังการผลิตลงจากเดิมอีก 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อพยุงราคาไม่ให้ตกลงต่ำกว่านี้อีกก็ตาม ดูเหมือนจะได้ผล ตรงกันข้ามราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมีแนวโน้มปรับตัวลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ยังไม่รู้ว่าจุดต่ำสุดจะอยู่ตรงจุดไหน ซึ่งเป็นไปตามปริมาณการใช้น้ำมันของโลกที่แท้จริงอันเนื่องมาจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกได้ชะลอตัวลงจนอาจจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างแท้จริง
สำหรับประเทศไทยผลจากราคาน้ำมันใน ตลาดโลกปรับตัว ผู้บริโภคเริ่มหายใจหายคอสะดวกมากขึ้น หลังจากที่ต้องเครียดกับราคาน้ำมันและราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นแทบทุกวัน มานานนับปี จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าภายใต้ความโชคดีก็มักจะมีผลเสียอยู่ด้วยเสมอ เพราะ ผู้บริโภคที่อัดอั้นกับราคาน้ำมันที่แพงมานาน เมื่อราคาลดลงก็อาจจะหลงเพลินบริโภคอย่างไม่บันยะบันยังใช้กันอย่างไม่ประหยัด ธุรกิจเอกชนหลายหน่วยงานเคยมีนโยบายรณรงค์ให้มีการใช้อย่างประหยัดเพื่อลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายก็อาจจะถูกละเลย
ที่สำคัญรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานจะต้องเป็นหัวหอกเดินหน้าดำเนินนโยบายสนับสนุนให้เกิดการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งนโยบายพลังงานทางเลือกเพื่อเป็นทางออกให้กับผู้บริโภคที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมลดสัดส่วนการใช้น้ำมันลง ที่ผ่านมาถือว่าได้ดำเนินการมาได้ระดับหนึ่ง ภาคเอกชนหลายรายได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซลและเอทานอลจากสินค้าเกษตร ขณะเดียวกันรัฐบาลสนับสนุนให้ภาคเกษตร เพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตร เช่น อ้อย และ มันสำปะหลังจนออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาสินค้าเกษตรลดต่ำลง เป็นภาระให้รัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมากเข้าไปแทรกแซงยกระดับราคา แต่เมื่อครั้นราคาพลังงานลดต่ำลง กระทรวงพลังงานจะต้องเร่งเข้าไปดูแลอย่างเร่งด่วนที่สุด อย่าปล่อยให้ภาคเอกชนที่ลงทุนไปแล้วต้องถูกทอดทิ้ง
อยากจะฝากรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ต้องให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนกับนโยบายพลังงานทางเลือกอย่างต่อเนื่อง ต้องสำนึกว่าราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงอย่างทุกวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ จีรังยั่งยืน ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสอนเราว่า วิกฤตการณ์น้ำมันเคยเกิดมาครั้งแล้วครั้งเล่า เราเคยประสบกับปัญหาและแก้ปัญหา อย่างซ้ำซาก เมื่อราคาน้ำมันแพงก็รณรงค์ให้ประชาชนประหยัด คิดค้นพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ครั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกต่ำก็เลิกล้มโครงการ พอเกิดวิกฤตใหม่ก็ปัดฝุ่นขึ้นใหม่อย่างนี้เรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น […]
Share on Facebook
ชั่วโมงนี้สังคมไทยเสมือนถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มหนึ่งสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนโยบายประชานิยม กลุ่มนี้ใส่เสื้อสีแดงและส่วนใหญ่เป็นคนระดับรากหญ้า เสียงของคนกลุ่มนี้มีประมาณ 13 ล้านเสียง วัดจากการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550
ย้อนกลับไปเสียงของกลุ่มนี้เคยพุ่งสูงถึง 16 ล้านเสียง ในคราวการเลือกตั้ง 6 ก.พ. 2548
แฟนพันธุ์แท้กลุ่มนี้ติดตามข่าวสารผ่าน “ความจริงวันนี้” ช่องเอ็นบีที
อีกกลุ่มหนึ่งเป็นชนชั้นกลางและชนชั้นสูงที่ต่อต้านระบอบทักษิณ ซึ่งปรากฏตัวชัดเจนเป็นกลุ่มพลังมวลชนในช่วงปี 2548 และเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่อยมา ก่อนจะรวมตัวในนาม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” โดยกลุ่มนี้อาจนับรวม ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปด้วย ฐานเสียงของกลุ่มนี้อยู่ในกรุงเทพฯ ภาคใต้ และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ฐานเสียง ของกลุ่มนี้น่าจะอยู่ประมาณ 10 ล้านขึ้นไป
แฟนพันธุ์แท้กลุ่มนี้ติดตามข่าวสารผ่านเคเบิลทีวี “เอเอสทีวี”
อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มใหญ่ ที่ไม่ชอบทักษิณและไม่ได้ต่อต้านทักษิณ แบบกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งคาดกว่ากลุ่มนี้จะเป็นพลังเงียบที่มีจำนวนมากที่สุด กลุ่มนี้จะรวมเอาคนที่อยู่ในระดับรากหญ้าจนถึงชนชั้นกลางเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก
หากพิจารณาผ่านโครงสร้างของสังคมไทย (ตามตาราง) ที่จัดทำโดย ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ อาจทำให้เข้าใจกลุ่มคนที่สนับสนุนและคัดค้านระบอบทักษิณได้ดีขึ้น และอาจเป็นตัวบ่งชี้อนาคตการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า รวมถึงชี้ว่าใครจะปกครองประเทศ
ดร.ผาสุกวิเคราะห์ว่า ปัจจุบันคนงานอุตสาหกรรมหรือชนชั้นกรรมกรซึ่งหมายถึง ผู้ที่ทำงานประจำอยู่กับวิสาหกิจใหญ่กลางเล็กนั้นมีอยู่เพียงร้อยละ 8 ของกำลังแรงงานทั้งหมด
ขณะที่ชนชั้นกลางที่รวมหมายถึงคนงานนั่งโต๊ะ […]
Share on Facebook
คนสีแดงคลื่นสีเทา เคลื่อนไหว จัดตั้ง ไปพร้อมเพรียงกันอย่างเป็นระบบ
ไม่มี “แนวต้าน” แนวรับ มีแต่รุกกับรุกเท่านั้น
รุกไปถึงระบบ “ศาล” ถึงขนาดคิดการใหญ่ จะ “ปฏิรูป” กระบวนการยุติธรรม ทั้งแผง
รุกไปถึงการ “ล้ม” ระบบ ด้วยแนวร่วม “โล่มนุษย์” ประชาธิปไตย ในแบบของ “ชนชั้นรากหญ้า” ที่ท้าทาย “ชนชั้นนำ”
แผนการมีตั้งแต่การสร้างกระแสสอดประสานกัน ระหว่างแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับคนในรัฐบาล ตั้งแต่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ไปจนถึง “โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี”
ความขัดแย้งระดับ “สงครามเย็น” ทั้งใต้ดิน บนดิน ที่มีแนวรุกรบระดับหัวหอกเป็น อดีตรักษาการ “หัวหน้าพรรค” ไทยรักไทย “จาตุรนต์ ฉายแสง”
พร้อมด้วย อดีตรัฐมนตรี “จักรภพ เพ็ญแข” และ วีระ มุสิกพงศ์ กับคู่หู จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน
เปิดหน้า เปิดชื่อ แสดงพลัง สื่อ “สัญลักษณ์” ด้วย “เสื้อแดง”
สำทับด้วย “จดหมาย” […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม