Performancing Metrics

Custom Search
Page Ranking Tool

 Donate

ความรู้ล่าสุด

บริหารธุรกิจ….ถึงเวลาที่จะเป็น “วิชาชีพ”

นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ปัจจัยต่างๆ เกื้อหนุนให้ภาคเอกชนมีอัตราการเติบโตขึ้นมาแทนที่ภาครัฐ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมากับกระแสการค้าเสรี (Free trade) และระบบทุนนิยม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลงในปลายทศวรรษที่ 1980s และปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ที่เชื่อมโลกทั้งใบได้อย่างแนบแน่นขึ้นทุกวัน ยิ่งทำให้ธุรกิจเอกชนทั้งภายใน และระหว่างประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว

การเติบโตของธุรกิจเอกชนในขณะที่ฝีมือการทำงานของภาครัฐอ่อนปวกเปียกลงทุกที ทำให้ประธานาธิบดีเรแกนแห่งสหรัฐอเมริกาประกาศ “New Deal” ซึ่งเป็นนโยบายการลดอำนาจภาครัฐ และติดปีกศักยภาพของภาคเอกชนให้ขยายตัวและมีการประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อเป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ

แต่มาถึงปีนี้ ความเละเทะขนาดมหึมาที่ภาคเอกชนทิ้งไว้ให้กับทั้งโลกจนทำให้ทุกหัวระแหงกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

กลับกลายเป็นภาครัฐที่ต้องเข้ามาโอบอุ้มและรับประกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และทำท่าจะทำให้โลกกลับไปสู่ยุคที่ภาครัฐนำอีกครั้ง ซึ่งยังไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาการของโลกจะเป็นอย่างไรในกำมือของภาครัฐที่ขาดประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจขนาดใหญ่

วิกฤติเศรษฐกิจ 2008 เป็นวิกฤติที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาคมโลกอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบกว้างขวางและรวดเร็ว แต่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความเห็นแก่ตัวและความประมาทของนักธุรกิจบางกลุ่ม บางคน ทำให้คนเดินถนนทั่วไปได้รับความเสียหาย และที่สำคัญ เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นครั้งใด ประชาชนเดินถนนเหล่านี้นี่เองที่จะได้รับผลร้ายมากกว่านักธุรกิจใหญ่โตที่เป็นผู้ก่อวิกฤติหลายเท่าตัว…เพราะคนจนล้มบนพื้น ในขณะที่คนรวยล้มบนฟูก

ในวันนี้ สังคมจึงต้องกลับมาตรวจสอบจรรยาบรรณของบรรดา ซีอีโอ ทั้งหลาย รวมทั้งความเป็นวิชาชีพ หรือ “Profession” เหมือนกับแพทย์ วิศวกร หรือนักกฎหมาย ว่ามีอยู่หรือไม่ และหากไม่มี ควรจะมีเสียทีหรือไม่

เพราะจะว่าไปแล้ว วันนี้ผลของการตัดสินใจของบรรดาซีอีโอเหล่านี้ […]