มีโอกาสได้เข้าไปชมพระเมรุอย่างใกล้ชิดก่อนถึงวันพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
รู้สึกเป็นบุญตายิ่งนัก
วันนั้นการก่อสร้างพระเมรุ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน และอาคารประกอบ อาทิ หอเปลื้อง, ทับเกษตร และอาคารประดิษฐานพระรูป 8 หลัง ทิม 8 หลัง พร้อมรั้วราชวัตรแล้วเสร็จเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เหลือรายละเอียดการตกแต่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
โดยเฉพาะบรรดาไม้ดอกสีฟ้าหลากสายพันธุ์จากโครงการหลวงและ กทม.ที่ยังไม่ถึงเวลานำลงประดับสวน ส่วนภูมิทัศน์อื่นๆ โดยรอบนั้นสวยงามเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว
ไม่แต่เพียงได้ชื่นชมด้วยตา แต่ยังได้ความรู้อเนกอนันต์จาก นาวาเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น สถาปนิกผู้ออกแบบพระเมรุในเรื่องที่ไม่เคยทราบมาก่อน
มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ได้ฟังมาและอยากนำมาเล่าต่อ สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวของการส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯสู่สวรรคาลัยตามโบราณราชประเพณี
ในการออกแบบพระที่นั่งทรงธรรมและพระเมรุ สถาปนิกได้ออกแบบระบบลิฟต์ไฮดรอลิกเตี้ยๆ แทนบันไดเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นลงได้โดยสะดวก ต่างจากการก่อสร้างครั้งก่อนๆ
นอกจากนั้นพระเมรุมาศทั้งของ “สมเด็จย่า” และ “สมเด็จพระพี่นางฯ” มีขนาดใหญ่กว่าในสมัยต้นรัตนโกสินทร์พอควร เนื่องจากต้องใช้พื้นที่ประดิษฐานหีบพระศพเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียงพระโกศจันทน์ และเฉพาะพระเมรุหลังนี้ยังออกแบบให้สามารถใช้ระบบเตาไฟฟ้าในการถวายพระ
เพลิงพระศพได้
ส่วนการออกแบบตกแต่งผนังภายในพระเมรุนั้น ช่างศิลป์ได้เลือกใช้สีที่ทรงโปรดของสมเด็จพระพี่นางฯ คือสีฟ้าเป็นพื้น โดยใช้เทคนิคสกรีนสีฟ้าลงบนผ้าทองย่นแล้วเขียนลวดลายเพิ่มเติมภายหลัง มีการออกแบบ
“ดอกแก้วกัลยา” ซึ่งเป็นดอกไม้พิเศษเฉพาะพระองค์ผสมผสานอยู่ในลวดลายอย่างลงตัว โดยเฉพาะช่อดอกแก้วกัลยาขนาดใหญ่ในฉากบังเพลิงและดอกเล็กๆ บนฉากบังเตา
การเขียนลวดลายผนังทั้งหมดทำเสร็จเรียบร้อยก่อนจึงนำมาติดตั้งแบบเดียวกับการติดตั้งวอลเปเปอร์
สีฟ้าของฉากที่เป็นพื้นหลังลวดลายนั้น เป็นสีฟ้าที่สวยจับใจ ให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่น นุ่มนวล อ่อนหวาน แต่ขณะเดียวกันก็เปล่งประกายเจิดจ้าด้วยแรงขับของสีทองอร่าม
เพดานเบื้องบนประดับโคมแก้วอัจกลับ ท่ามกลางลายประดับอ่อนช้อยและมวลหมู่เทวดา
เวลาต้องแสง พระเมรุทั้งหลังมลังเมลืองราวกับปราสาทสุวรรณแห่งสัตตบริภัณฑ์บรรพต
สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพที่ทุกคนรอคอยคือการเฝ้าชมขบวนเชิญพระโกศออกพระเมรุโดยพระยาน
มาศสามลำคานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันที่ 15 พฤศจิกายน […]






ความรู้ยอดนิยม