เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ระดับนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ชี้วัดประสิทธิภาพและความก้าวหน้าด้านต่างๆ ของแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากนวัตกรรมจะนำมาซึ่งการคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นแล้ว มันยังช่วยฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชากรได้ด้วย
เมื่อความสำคัญของระดับนวัตกรรมในแต่ละประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีความพยายามจัดอันดับประเทศที่มีระดับนวัตกรรมสูงสุดขึ้น โดยจากการจัดอันดับล่าสุดในรายงานการวิจัยที่ชื่อ “The Global Takeoff of New Products : Culture, Wealth, or Vanishing Differences” โดย Deepa Chandrasekaran ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการตลาดจาก Lehigh University และ Gerard J. Tellis ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจาก University of Southern California”s Marshall School of Business พบว่า การเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วของตลาดโลก ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มี นวัตกรรมจำนวนมากได้รับความนิยมในแต่ละประเทศไม่พร้อมกัน ซึ่งความสามารถในการ รับเอาการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ ของประเทศต่างๆ นี้เองที่จะเป็นสิ่งชี้วัดระดับการมีนวัตกรรมของประเทศนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
จากผลการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Marketing Science เมื่อเดือนตุลาคม
ที่ผ่านมาพบว่าจากการทำสำรวจใน 31 ประเทศ เกี่ยวกับระยะเวลาที่แต่ละประเทศใช้ในการเปิดรับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่มาใช้อย่างกว้างขวางในผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ […]
Share on Facebook
มีสินค้าไทย 12 รายการที่ได้รับรางวัล DEmark ประจำปี 2008 จากประเทศไทย หลังจากนั้นก็คว้ารางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมที่ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือนักออกแบบผลิตภัณฑ์ไทยว่ามีขีดความสามารถในระดับสากล
ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางองค์การส่งเสริมออกแบบผลิตภัณฑ์ แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Industrial Design Promotion Organization) ได้มอบรางวัล Good Design (G-mark) 2008 ให้กับสินค้าไทยจำนวน 12 ผลิตภัณฑ์ จาก 18 รายการที่ไทยส่งเข้าประกวด และมีสินค้าจากทั่วโลกส่งเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 3,000 รายการ โดยคณะผู้จัดงานของประเทศญี่ปุ่นให้เหตุผลในการมอบรางวัลแก่สินค้าไทยว่าเป็นการออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการผสมผสานวัสดุทางธรรมชาติ
สำหรับสินค้าไทยที่ได้รับรางวัลจี-มาร์กในปีนี้ประกอบด้วย เฟอร์นิเจอร์ Summer Cabana ของบริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด, Anchalee Chair Set ของบริษัท Corner 43 Decor, Mali ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ของบริษัท มีปิยบุญ จำกัด, Nut […]
Share on Facebook
หนังสือ “ไขความลับ สู่ความสำเร็จ” หรือ Unlock the Secrets of Success เป็นหนังสือที่เขียนแบบอ่านสบายๆ ของ “ดร.ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี” ในสาระที่เขาบอกว่า
“เป็นแนวทางพัฒนาตัวเองแบบง่ายๆ ทำได้จริง เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จแบบ ยั่งยืน”
แม้มีปัจจัยมากมายที่ส่งผมต่อความสำเร็จของคน แต่สรุปได้ง่ายๆ เพียงแค่ 2 ประการ คือ การปฏิบัติงาน (performance) และการสนับสนุน (backup)
“ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่าง จากสิ่งมีชีวิตทั่วๆ ไป เพราะว่ามนุษย์เรารู้จักคิด รู้จักที่จะหามุมมองใหม่ๆ หรือมุมมองต่างๆ ให้กับตนเองตลอดเวลา”
ในการดำเนินชีวิตหรือการทำงานก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรารู้จักแบ่งปัน หรือช่วยเหลือ ผู้อื่นบ้าง ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นไม่เพียงตัวเราเท่านั้น แต่รวมถึงทุกๆ คน เราต้อง ไม่ลืมว่า ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้เพียงคนเดียว โดยปราศจากการสนับสนุนจากผู้อื่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ให้คิดเสียว่าความล้มเหลวหรือผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตและการทำงานเปรียบเสมือนวิตามินบำรุงหัวใจ ทำให้เราแข็งแรงและมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นฐานที่แข็งแกร่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด
คนที่ทำอะไรแบบเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำแล้วเลิกกลางคัน ล้มแล้วล้มเลยไม่ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ และบางครั้งอาจเฝ้าโทษฟ้าดินว่าทำให้ตนเองประสบกับความล้มเหลว คนอย่างนี้ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จตลอดไป
เขาเชื่อว่า “Fail sooner, succeed faster”
เช่นเดียวกับเรื่องมุมมองในตัวคน เรา ต้องปรับเปลี่ยนมุมมองของเราต่อ […]
Share on Facebook
ลองย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ของหลักการ เมื่อครั้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของสังคมยุโรปในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 ทำให้ Max Weber (1864-1920) นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ผู้วิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในโลกยุคสมัยใหม่ในขณะนั้น เสนอความคิดเห็นว่าระบบหรือหลักการการบริหารจัดการสังคมที่เป็นอุดมคติ (ideal type) เหมาะสมกับโลกยุคสมัยใหม่ คือ ระบบ bureaucracy (บูโรเครซี่) ซึ่งหมายถึงระบบหรือหลักการการบริหารจัดการแบบสำนักงาน (bureau เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “สำนักงาน” (office))
ที่ซึ่งมีหลักการสำคัญในเรื่องของการแบ่งงานกันทำตามความชำนาญเฉพาะด้าน (division of labor) โดยบรรดาบุคลากรมืออาชีพ (professionals) ที่ทำงานเต็มเวลาบนพื้นฐานของความชำนาญการ และมีกฎระเบียบที่กำหนดไว้เป็นกติกาที่เป็นทางการ ซึ่งคอยกำกับวิถีชีวิตการทำงาน เพื่อมิให้เกิดการเอาอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวของแต่ละคนมาปะปนกับการทำงาน
ในปี 1958 Michael Young นักสังคม วิทยาชาวอังกฤษ เขียนหนังสือชื่อ Rise of the Meritocracy นับจากนั้นคำว่า
meritocracy (เมอริโตเครซี่) ถูกนำมาใช้อ้างอิงถึงอย่างแพร่หลาย เพื่อกล่าวถึงระบบการเมืองการปกครอง รวมทั้งการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นให้มีการแต่งตั้งมอบหมายงานและหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่บุคคลโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ขีดสมรรถนะ ความสามารถ (talent and ability) แทนที่จะอยู่บนพื้นฐานของระบอบการใช้เส้นเล่นสายของเครือญาติ (nepotism), การเล่นพรรคเล่นพวก […]
Share on Facebook
อาจเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังเกิดความระส่ำ และกำลังแพร่ขยายเข้ามายังหลายๆ ประเทศในทวีปเอเชีย จึงเป็นเหตุให้ผู้นำ ในแต่ละองค์กรต่างพากันหาวิธีการในการป้องกัน
บ้างบางองค์กรเลือกปรึกษากับผู้นำ จากองค์กรอื่นๆ ขณะที่ผู้นำบางองค์กรเลือกปรึกษากับทีมที่ปรึกษา พาร์ตเนอร์ รวมไปถึงฝ่าย HR เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาอย่างละมุนละม่อม
ที่จะทำอย่างไรก็ได้ ที่จะรักษาคนเก่ง คนดี ให้อยู่กับองค์กรนานที่สุด
แน่นอนคำตอบย่อมไปในหลายทิศ หลายทาง ที่ต่างล้วนเป็นคำตอบที่แทบจะหาข้อสรุปไม่ได้ว่า หนทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่กำลังแพร่ขยายเข้ามาในองค์กรต่างๆ นั้น ผู้นำควรที่จะต้องแก้ด้วยวิธีใดกันแน่
เหตุนี้เอง สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จึงได้ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด และหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จึงจัดงานสัมมนาขึ้นในหัวข้อที่ชื่อว่า “Situational Leadership” หรือในชื่อภาษาไทย คือ “ผู้นำตามสถานการณ์”
ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ กรุงเทพฯ ระหว่างเวลา 09.00-16.30 น. โดยมี “ดร.โรแนล แคมป์เบล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Center of Leadership Studies เจ้าของลิขสิทธิ์ Situation Leadership […]
Share on Facebook
ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินกว่าจะคาดเดาอีกต่อไปสำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย จากปัจจัยทั้งเสถียรภาพการเมืองในประเทศ และผลพวงจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่กำลังลุกลาม และคาดว่าผลกระทบจะรุนแรงและชัดเจนขึ้นอีกเมื่อถึงปี 2552 ฉะนั้นถือเป็นความท้าทายขององค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ที่จะต้องปรับตัวรับมือกับ เหตุการณ์ครั้งนี้ การทยอยปลดพนักงาน การลดงบประมาณที่ใช้ในการโฆษณา และการพยายามตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นในทุกด้านของธุรกิจ จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของการขับเคลื่อนแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ซึ่งมีการคาดการณ์กันในวันนี้ว่า งบประมาณที่องค์กรจะใช้ในกิจกรรม CSR จะเป็นส่วนที่ลดลงก่อนเมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นที่มีความจำเป็นมากกว่า แม้ว่าในปีที่ผ่านมาองค์กรจำนวนมากจะประกาศจุดยืนในการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมก็ตาม
“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งในภาวะวิกฤตสิ่งแรกที่บริษัททำก็คือต้องพยายามลดงบประมาณรายจ่ายในส่วนต่างๆ ซึ่งงบประมาณในการทำ CSR ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะถูกลดลง อาจจะไม่ใช่ตัดทั้งหมด อย่างที่เคยมีสัดส่วน 10% ก็อาจจะถูกลดลง เหลือ 5% ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับคนทำงานCSR ในองค์กรรวมไปถึงองค์กรพัฒนาเอกชนที่กำลังมองหาช่องทางในการ ระดมทุนจากองค์กรธุรกิจในปีนี้” วรรณา ธรรมร่มดี ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ซึ่งดูแลนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ขององค์กร (CSR) ในภาพรวมของ กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน บนเวที Pre-workshop Session on Social Enterprise trainning at CSR Asia Summit 2008 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานประชุม […]
Share on Facebook
หากจะนับธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่วางหลักปักฐานบ้านไว้แน่นหนา
ก็อาจจะนับได้ว่า สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เข้าไปทาสี ตกแต่งภายใน ให้บ้านสวยงาม และอยู่อย่างสะดวกสบาย
แต่ “ธารินทร์” ก็ถูกประณามว่าเอาประเทศไปจำนองกับองค์กรการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
ส่วน “สมคิด” ก็ถูกตราหน้าว่าเป็นนักการตลาด และเป็นได้เพียง “ร่างทรง” ของ “ทักษิณ” ดังนั้นผลงานจึงถูกเงาของ “ทักษิณ” คอยทาบทับตลอดสมัย
ทั้งสองคนออกมาตรการที่เข้มข้น คนในประเทศต้องรัดเข็มขัด และส่วนราชการต้องประหยัดและกระเหม็ดกระแหม่
คนหนึ่งชัดเจนว่าต้องช่วย “รากหญ้า” อีกคนหนึ่งมีทฤษฎีว่าต้องรดน้ำที่ “ยอดหญ้า”
ยุค “ธารินทร์” จึงมีแต่คนล้มบนฟูก ส่วนยุค “สมคิด” ทั้งคนรากหญ้าและชนชั้นกลางได้รับประโยชน์ด้วย “เงิน กำลังจะหมุนไป”
คนในวงการการเงิน-การคลัง มอง 2 คนยลตามช่อง แล้วสรุปว่า “ทั้งธารินทร์และสมคิด ทำและคิดเหมือนกัน แต่หากทั้งสองคนลาโลก คนจะไปคารวะสมคิดมากกว่าธารินทร์”
คนมีบุญบารมีจึงปกครองผู้คนได้
หากไร้ทั้งบารมี ไม่มีทั้งอำนาจ ก็ไม่อาจครองใจผู้คน ทั้งยังไม่สามารถปกครองบ้านเมือง
เช่นเดียวกับตำแหน่งใหญ่ในคณะรัฐมนตรี “สมชาย” ที่ส่วนใหญ่ไร้บารมีและไม่มีอำนาจ ทั้งยังไม่อาจครองใจผู้คน
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ที่เป็นถึง “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” แต่บอกจากใจจริงว่า เขา “ไม่ชอบเรื่องการเมืองเลย”
อีกทั้งตำแหน่ง “หัว” […]
Share on Facebook
ในยามศึกสงคราม การแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด หรือแม้แต่การปลุกระดมมวลชนเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด กลยุทธ์สำคัญที่จะนำไปสู่ชัยชนะเหนือคู่แข่งได้ก็คือ “การสร้างความน่าเชื่อถือ” (propaganda) โดยการให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายของตนเอง
กลยุทธ์นี้ถูกนำมาใช้กันอย่างได้ผลถึงขนาดที่สามารถทำให้คนในสังคมเดียวกันแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่ายจนออกมาทำร้ายกันได้ มิหนำซ้ำต่างฝ่ายต่างเชื่อในความชอบธรรมของตนเอง ชนิดที่เรียกว่าฝ่ายตนทำอะไรก็ไม่ผิด แต่ฝ่ายตรงข้ามทำอะไรก็ดูจะผิดไปหมดทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ คนเหล่านี้อาจมีพื้นฐานจิตใจและค่านิยมคล้ายๆ กัน นับเป็นเครื่องยืนยันถึงพลานุภาพของกลยุทธ์การสร้างความน่าเชื่อถือ หรือ propaganda ได้อย่างน่าสะพรึงกลัว
propaganda จึงเปรียบเหมือนดาบสองคม หากใช้ในทางที่ถูกก็สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างมหาศาล ในทางกลับกันหากนำมาใช้อย่างผิดวิธี มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงได้เช่นเดียวกัน
การสร้าง propaganda นั้นมีขั้นตอนเช่นเดียวกับวางแผนกิจกรรมทางการตลาด นั่นคือต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเสียก่อนว่าจะทำไปเพื่ออะไร เช่น เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ การสร้างความนิยมในตัวศิลปิน ดารา นักร้อง หรืออื่นๆ นอกจากนั้นแล้วยังต้องมีการวาง positioning หรือตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจนว่าต้องการให้กลุ่มเป้าหมายมองสิ่งต่างๆ เหล่านั้นอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้ว หลังจากนั้นจึงจะกำหนดข้อความ (messages) หรือข้อมูล (information) ที่จะสื่อไปยังกลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีการต่างๆ ดังต่อไปนี้ครับ
@ การประชาสัมพันธ์ (public relation)
โดยทั่วไปแล้วการประชาสัมพันธ์สามารถให้ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือกว่าการโฆษณา เพราะถือว่าเป็นข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองโดยสื่อต่างๆ มาแล้วในระดับหนึ่ง ต่างจากโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการให้ข้อมูลจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการกระตุ้นให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆ หากแบรนด์สินค้าหรือบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับ โฆษณานั้นก็อาจใช้ไม่ได้ผล เพราะผู้บริโภคอาจเกิดความเคลือบแคลงใจในคำอวดอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นแล้วการประชาสัมพันธ์ยังสามารถให้ข้อมูลในเชิงลึกและครอบคลุมได้มากกว่าการโฆษณา […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม