![]() |
เรามาเยือนพะเยาพร้อมกับงานแถลงข่าว “ยี่เป็งลอยโคม” การปล่อยโคมลอย 1 หมื่นดวง
เพื่อส่งเสด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
สู่สวรรคาลัย ประกอบการแสดงล้านนาโอเปร่าตระการตากลางกว๊านพะเยา
ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน ก่อนถึงวันยี่เป็งจริง คือ วันเพ็ญเดือนสิบสอง
ประเพณียี่เป็งนั้นเดิมทีความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตอนปล่อยโคมลอย แต่เป็น “การฟังเทศน์มหาชาติ” ในตอนเช้ามืดชาวบ้านจะนำอาหารไปถวายพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับญาติผู้ล่วงลับ และจะมีการเทศน์มหาชาติให้จบในวันนั้นทั้ง 13 กัณฑ์ พอกลางคืนก็จะปล่อยโคมลอย ซึ่งถือว่าเป็นการลอยทุกข์ลอยโศก
พะเยาเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่อาณาจักรล้านนา เดิมเมืองนี้มีชื่อว่าภูกามยาว หรือพยาว ก่อตั้งโดยพ่อขุนศรีจอมธรรม กษัตริย์แห่งราชวงศ์ลัวะจังคราชหิรัญนครเงินยางเชียงแสน และเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยพ่อขุนงำเมือง พะเยารวมอยู่กับจังหวัดเชียงราย จนในปี พ.ศ.2520 จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา ถือเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย
หากอยากรู้ประวัติความเป็นมาของพะเยาก็ต้องไปที่ “หอวัฒนธรรมนิทัศน์วัดศรีโคมคำ” อยู่ใกล้กับวัดศรีโคมคำ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมเอาประวัติศาสตร์พะเยาเข้าไว้ด้วยกันในที่เดียว ที่นี่แสดงโบราณวัตถุ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพะเยา มีโบราณวัตถุที่เป็นศิลปะล้านนาที่ผสมผสานกับสุโขทัยจนกลายเป็นศิลปะแบบพะเยา
ที่ทำให้เราหยุดใช้เวลานานที่สุดเป็น “หลวงพ่อพุทธเศียร” เศียรพระพุทธรูปหินทรายขนาดใหญ่ที่ค้นพบที่วัดสบร่องขุย สันนิษฐานว่าสร้างในช่วงประมาณ พ.ศ.1900-2200 ตามแบบศิลปะหินทรายสกุลช่างพะเยาที่ได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงาม แต่ไม่ใช่ว่าเราชื่นชมความงามหรอกค่ะ หากแต่เบื้องหน้าหลวงพ่อพุทธเศียรมีความท้าทายอันยิ่งใหญ่อยู่ตรงหน้า คือ แผ่นกระจกใบใหญ่ที่ตั้งเอาไว้ ให้อธิษฐานด้วยการตั้งเหรียญบาท แล้วไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ เพราะงานนี้ทดสอบสมาธิและความนิ่งกัน แต่ไหง… ทุกคนใช้เวลาไม่นานก็ตั้งเหรียญได้ ในขณะที่เราเกือบถอดใจ ไม่ต้องคิดแล้วว่าจะอธิษฐานว่าอะไร เพราะจิตใจมัวแต่งมุ่งมั่นกับการวางเหรียญอย่างแน่วแน่
ใกล้กับหอวัฒนธรรม คือ “วัดศรีโคมคำ” หรือ วัดพระเจ้าตนหลวง ที่ชาวพะเยาถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนที่ใหญ่ที่สุดในล้านนา ขนาดหน้าตักกว้าง 14 เมตร สูง 16 เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2034 แล้วเสร็จในปี 2067 แต่ไม่ได้สร้างวิหารครอบองค์ พระเจ้าตนหลวงเองก็นั่งตระหง่านอย่างสงบมาตลอด จนราวปี 2465 พระครู ศรีวิราชวชิรปัญญา เจ้าอาวาสวัด ได้อาราธนาท่านครูบาศรีวิชัยจากจังหวัดลำพูนมาเป็นประธานในการก่อสร้างวิหาร
อ.วิมล ปิงเมืองเหล็ก ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด และอาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา เล่าจากบันทึกของพระครูศรีวิราชวชิรปัญญาว่า ทำให้เห็นถึงกุศโลบายของครูบาศรีวิชัยในการสร้างวิหาร ซึ่งท่านได้ตอบตกลงที่จะช่วยเหลือ แต่เป็นอีก 1 ปีให้หลัง โดยขอให้ทางพระครูศรีวิราชวชิรปัญญาเตรียมไม้ อิฐ ปูน รัก เอาไว้ แล้วท่านก็เดินทางจากลำพูนมา แทนที่ครูบาฯจะเดินทางมาตัดตรง ท่านกลับเดินอ้อมเขา ระหว่างทางท่านได้ชาวบ้านผู้ศรัทธาจะมาช่วยสร้างวิหารให้พระเจ้าตนหลวงจำนวนมาก และวิหารก็สร้างเสร็จใน 1 ปี วิหารได้สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะในแบบของครูบาศรีวิชัย โดยมีการสอดกลอน และได้สร้างตุงกระด้างขึ้นประดับถวายพระเจ้าตนหลวงอีกด้วย
สำคัญที่สุดในการเดินทาง หากไม่ไป “กว๊านพะเยา” ก็เหมือนจะมาไม่ถึงพะเยา ยามเย็นเราจึงลงเรือพายล่องชมทิวทัศน์ในกว๊านพะเยา แล้วก็ได้มีโอกาสไปไหว้พระที่ วัดติโลกอาราม ซึ่งเป็น 1 ใน 20 วัดโบราณที่จมอยู่ใต้กว๊านพะเยาแห่งนี้ เช่นเดียวกันหากอยากชมกว๊านพะเยาในมุมสูง ก็ขับรถขึ้นไปยังดอยบุษราคัม ที่ตั้งของ “วัดอนาลโย” แหล่งวิปัสสนาอันแสนเงียบสงบ ที่เมื่อมองลงมาจะเห็นกว๊านพะเยาอยู่ลิบๆ (ว่าแล้วเราก็ทำทั้ง 2 อย่างนั่นแล…สะใจดี)
ถามว่าทำอย่างไรจึงจะชมกว๊านพะเยาได้สวยที่สุด คือต้องชมยามเย็นขณะที่พระอาทิตย์อัสดง ปล่อยให้ลมเย็นจากกว๊านพัดหน้า แทะไก่ย่างไปพลาง…ชิลอย่าบอกใคร
หอวัฒนธรรมนิทัศน์วัดศรีโคมคำ ตั้งอยู่บน ถ.พหลโยธิน ต.เวียง อ.เมือง เปิดให้เข้าชม ทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. (ค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 40 บาท/ผู้ใหญ่ 20 บาท/เด็ก 10 บาท) โทร. 054-410-058
แวะทานของว่างบนดอยบุษราคัม ก่อนขึ้นไป วัดอนาลโย ที่ “แซนปูเล่ โรส” ร้านอาหารเล็กๆ ที่ซ่อนตัวกลางภูเขา บรรยากาศเขียวครึ้มเย็นสบาย แล้วอย่าลืมสั่งข้าวตังหน้าตั้งและสลัดไก่ทอดมากินด้วยเน้อ (สอบถาม โทร. 08-1180-4475)
สามารถล่องเรือชมกว๊านพะเยา และไหว้พระที่วัดติโลกอาราม ซึ่งอยู่กลางกว๊านพะเยาได้ในอัตราคนละ 20 บาท
คอลัมน์ DESTINATION
โดย sunaonne…เรื่อง/ภาพ
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.













ความรู้ยอดนิยม