Performancing Metrics

Custom Search

เรื่องกังวลของคนเป็น…แม่

เรื่องร้ายกาจที่จะทำร้ายจิตใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้มากที่สุดเรื่องหนึ่งนั่นคือ การที่ได้รับทราบว่าลูกที่เกิดมานั้นผิดปกติทั้งทางอวัยวะสรีระร่างกายไปจนถึงสมองอย่างที่เรียกว่า ดาวน์ซินโดรม หรือปัญญาอ่อน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะปัจจุบันมีการพบว่า ในเด็ก 800,000-900,000 คนที่กำลังจะเกิดขึ้นมา จะมีเด็กที่มีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมมากถึง 1,000 คน

เป็นจำนวนตัวเลขที่ไม่น้อยสำหรับพ่อแม่และเด็ก ที่จะต้องออกมาเผชิญชะตากรรมเช่นนี้

ตัวเลขนี้จะขึ้นอยู่กับการตั้งครรภ์ที่สัมพันธ์กับอายุของแม่ที่จะเพิ่มมากขึ้นตามอายุโดยจะมีจุดเปลี่ยนอย่างแรงที่จะเพิ่มความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้นเมื่อคุณแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป

แต่…สำหรับประเทศไทยกลับพบว่า ลูกดาวน์ฯกลับเกิดจากคุณแม่อายุน้อยมากกว่า นั่นเป็นเพราะคุณแม่อายุมากจะให้ความสำคัญถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับลูก

และจะดีหรือไม่ ถ้าพ่อแม่จะได้รู้ก่อนว่าลูกที่กำลังจะเกิดมานั้นต้องเผชิญกับภาวะเหล่านี้หรือไม่

ปัจจุบันเทคโนโลยีเพื่อการเตรียมความพร้อมเหล่านี้ เขามีบริการแล้ว

พ.ญ.ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า “เทคโนโลยี” ในการตรวจเช็กทารกในปัจจุบันสามารถตรวจวินิจฉัยได้ตั้งแต่ก่อนคลอด สามารถเช็กความผิดปกติได้หลายอย่าง

ตั้งแต่ความผิดปกติของสรีระ โรคต่างๆ รวมทั้งโรคที่ถ่ายทอด ทางพันธุกรรมอย่างโรคโลหิตจาง ทาลัสซีเมียได้ รวมถึงการเป็น ดาวน์ฯด้วย

และด้วยมีการพบว่า เปอร์เซ็นต์ของเด็กดาวน์ฯที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดจากแม่ที่อายุน้อย ดังนั้นจึงมีการคิดค้นวิธีการสำหรับ คุณแม่อายุน้อยขึ้น ด้วยกรรมวิธีการที่เรียกว่า “การคัดกรอง”

“การคัดกรอง” เหมาะสำหรับคุณแม่ที่อายุยังไม่ถึง 35 ปี ด้วยการตรวจเลือดแม่ รวมกับน้ำหนัก อายุ เชื้อชาติ ร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์ทั้ง 2 มิติและ 4 มิติ

แล้วเช็กด้วยซอฟต์แวร์เพื่อคำนวณดูหาความเสี่ยงที่เด็กจะเป็นดาวน์ฯ ดูค่าความหนาของต้นคอของทารก เพราะเด็กดาวน์ฯมักมีต้นคอหนา โดยจะเห็นได้ตั้งแต่อยู่ในท้อง

วิธีการนี้ถ้าตรวจในระหว่าง 3 เดือนแรกหรือ […]

คัดแยก…ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ก้าวต่อไปของ…วงษ์พาณิชย์

ณ วินาทีไม่มีธุรกิจไหนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ! รวมถึงธุรกิจรีไซเคิลขยะด้วยที่เวลานี้ วัตถุดิบนานาชนิด ทั้งเศษเหล็ก กระดาษ พลาสติก หนังสือพิมพ์ ขวด ฯลฯ จากที่เคยราคาพุ่งสูงสุด กลับตกต่ำสุดๆ ในช่วงเวลาเพียง 2-3 เดือน ทำเอาบรรดาหน่วยเศรษฐกิจย่อยๆ อย่างรถซาเล้งรับซื้อของเก่า จนถึงร้านรับซื้อของเก่ารายใหญ่ๆ ต่างย่ำแย่ขาดทุนไปตามๆ กัน เพราะสินค้าที่รับซื้อเข้ามาในราคาสูงๆ ก็ต้อง ปล่อยขายราคาสูงกว่าเพื่อให้ได้กำไร แต่พอราคามันตกฮวบฮาบ ของที่ซื้อมาแพงระบายไม่ทัน

ภาวะขาดทุนจึงเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการโดยส่วนใหญ่ แต่ทว่าไม่เกิดขึ้นกับเครือข่ายแฟรนไชส์รีไซเคิลขยะวงพาณิชย์ที่ปัจจุบัน มีอยู่ 446 สาขาทั่วประเทศ

ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการบริษัท โรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล วงษ์พาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้ขยะทั่วโลกราคาตกหมด รวมถึงขยะในประเทศไทยด้วย ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

“สหรัฐอเมริกามีอิทธิพลมาก เพราะเป็นผู้บริโภครายใหญ่ พอธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์มีปัญหา บ้านขายไม่ออก วัสดุและสินค้าทุกอย่างที่เกี่ยวกับบ้านก็มีปัญหาตามไปด้วยเหมือนโดมิโน แม้กระทั่งผู้ผลิตรายใหญ่อย่างประเทศจีนก็ได้รับผลกระทบตลาดลดลงเหลือ 30% เท่านั้น” ดร.สมไทยกล่าวและว่า แต่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการในเครือข่ายแฟรนไชส์วงษ์พาณิชย์ที่มีอยู่ 446 สาขา ทั่วประเทศได้รับผลกระทบน้อยมาก

ทั้งนี้เพราะแนวทางการทำธุรกิจของเรายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เราไม่ได้สอนให้แฟรนไชส์โลภ กักตุนสินค้า […]

บาร์สำหรับ “เจ้าตัวน้อย”

วันก่อนมีโอกาสไปนั่งฟัง ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ อดีตผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร สมัยที่ผ่านมาในฐานะที่อยู่ในแวดวงนักวิชาการด้านบริหารธุรกิจอยู่หลายปี เขาบอกชัดเจนว่าถ้าลองมองย้อนดูบริษัทที่อยู่มาเป็น 100 ปีได้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจเก่ง หากแต่มีปรัชญาที่ดีในการทำธุรกิจนั้นๆ เพราะถ้ามีหลักยึดที่มั่นคงไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น หรือเมื่อจำเป็นต้องปรับตัวก็จะปรับตัวไปบนหลักยึดที่เชื่อ ในขณะที่คนที่ขาดหลักปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ เมื่อเจอกับอะไรเข้าก็หมุนไปตามกระแสนั้น ในที่สุดก็จะนำไปสู่หายนะ

จะว่าไปสำหรับบริษัทใหญ่ๆ ที่มั่นคงเรามักจะเห็นการกำหนดปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ และมีคุณค่าหลักที่เอาไว้ให้คนในองค์กรได้เดินไปในทิศทางเดียวกัน แต่มักยังเห็นไม่มากนักสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

แต่ถ้าข้ามฝั่งกลับไปในต่างประเทศจะเห็นสิ่งที่ว่านี้ แม้กระทั่งร้านเล็กๆ ก็มักมีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่เขียนไว้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งร้าน “บาร์อาหารสำหรับ เด็กเล็ก” อย่าง “พอมเม่ เบบี้” ที่หยิบยกมาเล่าให้ฟัง ในวันนี้

แม้จะเป็นธุรกิจที่ไม่ใหญ่โตมากนัก แต่เขาก็มีหลักปรัชญาในการทำธุรกิจที่ว่า “คือช่วงเวลาของความสดใหม่” เพราะร้านค้าแห่งนี้จะเน้นที่ความสด ใหม่ ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพสำหรับเด็ก โดยฝีมือ

การปรุงของเชฟระดับ 5 ดาวอย่าง “ลอเรนท์ บราซิเออร์”

เชฟบอกว่า “ยิ่งอาหารสามารถมีอายุยาวนานเท่าไร นั่นก็หมายถึงการต้องใช้ความร้อนที่สูงมากๆ ในกระบวนการทำ ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการทำลายคุณค่าทางอาหารให้เสียไป”

ฉะนั้น นอกจากผลิตภัณฑ์ “อาหารเหลวสำหรับเด็ก” ของ “พอมเม่ เบบี้” จะทำมาจากผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่สดใหม่แล้ว วัตถุดิบทุกอย่างต้องปลอดสารพิษ โดยเลือกสินค้าออร์แกนิกมาใช้ในการปรุงเท่า นั้น เชฟยังมีเทคนิคในการปรุงที่ให้ความสำคัญกับรสชาติไปพร้อมๆ […]

ตกงานไม่ต้องตกใจ ยาดอง มาดใหม่ กำไรกว่าเก่า

ประชาชาติธุรกิจ-นิวบิซ เคยรายงานอาชีพคนขายยาดองในช่วงปี 2540 ปีที่ต้มยำกุ้งกำลังระบาด มีคนจากธุรกิจสตูดิโอตกงานเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในอาชีพคน สตูดิโอตกงานในเวลานั้นเลือก ก็คือ “ขายยาดอง” ข้างทาง เป็นอาชีพเสริม พร้อมๆ กับรับเป็นฟรีแลนซ์ถ่ายภาพตามที่คนจ้างมา

จำได้ว่า รายได้ในตอนนั้นวันละ 300-500 บาท มีทำเลขาย อยู่ริมถนนที่ที่คนไม่พลุกพล่านเท่าไร และยาดองในเวลานั้นเป็นของผิดกฎหมายสรรพสามิตเข้าข่าย พ.ร.บ.สุรา มาตรา 22, 23 มีการดัดแปลงสุราอีกทีหนึ่ง

ธุรกิจยาดองในตอนนั้นจึงไม่เกิด

แต่หลังจากสินค้าเพื่อสุขภาพบูม เราจะเห็นยาดองออกมาในลักษณะที่ขายเป็นสมุนไพร ให้ไปซื้อเหล้าดองเอาเองก็มี

แต่วันนี้ ธุรกิจยาดองสามารถทำให้ถูกกฎหมายได้ มีอากรแสตมป์สรรพสามิตปิดเรียบร้อย

นี่คือนวัตกรรมของยาดองไทย

ธนพิพัฒน์ บุญพัชรโสภณ ประธาน บริษัท บ้าน โกมารภัจจ์ จำกัด กล่าวว่า เริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ไทย ยาดอง” มาได้ ไม่ถึงเดือน ยาดองที่ว่านี้ทำมาจากเหล้าขาวดองกับสมุนไพร และนำมากลั่นอีกครั้งจนกลายเป็น เหล้าขาวโดยมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม

เพิ่งจะออกงานจำหน่ายและหาพันธมิตรในงานแสดง Thailand Health & Beauty ต้นเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา

เขาว่า ยาดองของโกมารภัจจ์แตกต่างจากยาดองอื่นๆ ตรงที่รสชาติกลอมกล่อมและใส่สมุนไพรกระต่ายจามลงไปในเหล้าขาวช่วยดับพิษเหล้า วัตถุประสงค์ก็เพื่อจะเปิดในลักษณะของสินค้าเพื่อสุขภาพจริงๆ

ธนพิพัฒน์เล่าว่า นอกจากตั้งเป้าหมายเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพแล้ว เขายังต้องการขยายกลุ่มของลูกค้าให้มากขึ้น […]

กรณีศึกษาความสำเร็จองค์กรมีดีไซน์ บัตรเคทีซี-เอ็มเค สุกี้

คงเป็นดั่งคำกล่าวของ “รศ.เกศินี วิฑูรชาติ” คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่พูดถึงแนวคิดการปฏิวัติองค์กรในยุคเผชิญวิกฤตโลก เนื่องในงานครบรอบการสถาปนา 70 ปี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในหัวข้อ “The Corporation of Design” หรือ “องค์กรมีดีไซน์” ดังมีเหตุผลว่า…The Corporation of Design เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่ผ่านการค้นคว้าและวิจัยมาอย่างเข้มข้น เพื่อแสวงหาหนทางในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ ยิ่งเฉพาะในภาวะที่โลกกำลังผันผวนอย่างหนัก

นอกจากนั้น “รศ.เกศินี” ยังกล่าวถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมในการรับมือที่จะต้องสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง มีรากฐานธุรกิจที่มั่นคง เพราะจะทำให้องค์กรสามารถยืนหยัดและก้าวเดินไปได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เพียงแต่ต้องหาคำตอบให้ได้เท่านั้นว่าจะเดินกันอย่างไร

และจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

ขณะเดียวกัน “รศ.ดร.พิภพ อุดร” ผู้นำเสนอเรื่อง “The Corporation of Design” หรือ “องค์กรมีดีไซน์” ก็กล่าวว่า องค์กรดีไซน์เป็นการตกผลึกทางความคิดที่ต้องการจุดประกายให้เหล่าบรรดานักธุรกิจหันมาประเมิน และมองตัวเองใหม่

“เพื่อพัฒนาให้องค์กรมีความพร้อม รองรับกระแสวิกฤตโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง”

ที่สำคัญ “รศ.ดร.พิภพ” ยังเสนอทางเลือกในการก้าวสู่ความเป็นองค์กรมีดีไซน์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “HODTREN” ที่จะต้องมี 6 ขั้นตอน คือ

หนึ่ง human centered คือ […]

“ใหญ่” เลือกได้ ?

ผู้มีตำแหน่งใหญ่โตขององค์กร คนหนึ่ง เดินเข้ามาในออฟฟิศ พร้อมกับกำกระดาษอยู่ในมือ เมื่อเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก็หยุดยืน จ้องตาไปยังพนักงานที่ยืนต้อนรับอยู่หลังเคาน์เตอร์ พร้อมกับพูดว่า

“เหยียบ…เหยียบ”

พนักงานประชาสัมพันธ์คนที่ยืนอยู่ ตรงนั้นเงยหน้าขึ้นจากงานที่กำลังทำง่วนอยู่ ไม่แน่ใจว่าท่านผู้นั้นกำลังหมายถึงอะไร ก็เลยถามเพื่อความแน่ใจ

“อะไรนะคะท่าน”

“เหยียบ…เหยียบ” ท่านผู้นั้นยืนยันคำพูดเดิม แต่น้ำเสียงเริ่มขุ่นขึ้น

“เหยียบเหรอคะ…ประทานโทษท่านหมายถึงอะไรคะ” พนักงานคนนั้นยังไม่เข้าใจ จึงต้องถามอีกครั้ง

ท่านผู้นั้นยืนยันคำพูดเดิม “เหยียบ…เหยียบ” ด้วยเสียงตะคอก สายตาเริ่มถมึงทึง

พนักงานคนนั้นจนปัญญา ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าท่านผู้นั้นหมายถึงอะไรและต้องการอะไร เกิดอาการงุนงงและเริ่มหวาดกลัวต่อท่าทีที่เกรี้ยวกราดเพิ่มขึ้นของท่านผู้นั้น

ท่านผู้นั้นชูมือที่กำกระดาษไว้ขึ้น แล้วทำท่าโบ้ยหน้าไปทางถังขยะที่ตั้งอยู่ด้านหลัง แล้ววาดมือที่ชูขึ้นทำท่าเตรียมพร้อมขว้างกระดาษก้อนนั้น แล้วพูดคำเดิมว่า “เหยียบ…เหยียบ”

พนักงานคนนั้นจึงถึงบางอ้อ เพิ่งเข้าใจว่าท่านผู้นั้นหมายถึงอะไร จึงเดินไปเหยียบที่เปิดฝาถังขยะเพื่อให้ท่านผู้นั้นได้ขว้างกระดาษก้อนนั้นทิ้งลงถังขยะไป

เออ…เอาเข้าไป มันจะอะไรกันนักหนา แค่จะทิ้งขยะยังต้องท่ามากซะขนาดนั้น ก็จะพูดจาสื่อสารกันให้ชัดเจนไปเลยไม่ได้หรือไง หรือไม่ก็เดินไปทิ้งเองซะเลยจะดีกว่ามั้ย ทำไมจะต้องทำให้มันยุ่งยากลำบากซะจนเกินเหตุ (หมายเหตุ-ท่านผู้นั้นขว้างไม่ลงถัง และพนักงานต้องหยิบทิ้งเอง)

บางท่านอาจจะคิดว่าเรื่องที่เล่าข้างต้นเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เห็นจะต้องซีเรียส ไม่เห็นจะเป็นประเด็นที่ต้องนำมาขบคิดให้รกสมอง

หากจะมองอย่างนั้นก็อาจเป็นได้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เล็กๆ ที่ยังไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับใคร

แต่ถ้าหากพิจารณาให้ดีแล้ว จะเห็นว่าเหตุการณ์อย่างนั้นเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดและวิธีแสดงออกของผู้บริหารท่านนั้นได้เป็นอย่างดี

นี่ขนาดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ท่านผู้นั้นยังท่ามากซะขนาดนี้ แล้วถ้าเรื่องที่เป็นเรื่องล่ะจะเป็นอย่างไร คงจะมีท่ามากเป็นหลายร้อยกระบวนท่า

คนทำงานกับท่านผู้นั้นคงต้องตั้งรับกระบวนท่าเหล่านั้นกันไม่หวาดไม่ไหว วันนี้จะเอาอย่างนี้ วันพรุ่งนี้จะเอาอีกอย่าง วันนั้นบอกอย่างนี้ อีกวันก็บอกอีกอย่าง ต้องคาดเดากับความไม่แน่นอน ต้องรองรับอารมณ์ที่ปรวนแปร ต้องปรับตัวทำงานกับคนเอาแต่ใจ ต้องทำใจกับความลื่นไหลขาดหลักการ ต้องยอมลงให้กับอำนาจที่ถูกใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง

“นี่คุณ ใครเป็นคนบอกให้ทำอย่างนี้ ก่อนจะทำอะไร คิดซะบ้าง” (ก็พี่เป็นคนสั่งเอง จำไม่ได้แล้วหรือ […]

แค่ IQ-EQ ไม่พอ !! อัจฉริยะยุคนี้ต้องมี 6Q

คหนึ่งเราเคยพูดถึงการพัฒนา IQ (ความฉลาดทางปัญญา) ไปควบคู่กับ EQ (ความฉลาดทางอารมณ์) ฝึกให้คน เก่ง ดี และมีความสุขไปพร้อมๆ กัน แต่หากจะใช้ 2Qs นี้มาพัฒนาตนเองในสถานการณ์บ้านเมืองที่วุ่นวายและปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ คงไม่พอที่จะทำให้คนเป็นอัจฉริยะอย่างมีความสุขได้ ยุคนี้คนที่จะมีอัจฉริยภาพสูงสุดต้องวัดกันถึง 6Qs ซึ่งนอกเหนือจาก 2Qs ที่ว่า ยังมี AQ ความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส MQ ความสามารถทางจริย ธรรม HQ ความสามารถในการมีสุขภาพที่ดี และ SQ ความสามารถทางจิตวิญญาณ ที่คนอยากเป็นอัจฉริยะต้องมีให้ครบ

ผศ.ธีรศักดิ์ กำบรรณารักษ์ อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สิ่งที่คนในสังคมปัจจุบันขาดอย่างมาก คือ ความสามารถทางจริยธรรม หรือ MQ เคยมีการสำรวจพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าอะไรที่นักการเมืองจะมีการทุจริต คอร์รัปชั่น หากนักการเมืองคนนั้นมีผลงาน ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้นก็จะมีผลกระทบไปถึงเรื่องอื่นๆ เพราะมีความคดโกงเป็นพื้นฐาน ในขณะที่เด็กรุ่นใหม่ก็ขาด AQ หรือความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ไม่อดทน ในแข่งขันโอลิมปิกวิชาการพบว่าเด็กไทยเก่งแต่ได้เหรียญมาน้อย เพราะเมื่อเจอข้อสอบยากก็จะหมดกำลังใจที่จะทำต่อ ในขณะที่เด็กของจีนหรือเวียดนามได้รางวัลเยอะมาก […]

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการทำงาน “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัดจริงหรือ ?”

ในชีวิตการทำงานของคนคนหนึ่ง ย่อมต้องเจอะเจอกับผู้บังคับบัญชา หรือ ผบ. หลายคนเปลี่ยนแปลงไปแต่ละช่วงเวลา บางช่วงที่เจอ ผบ. ดีก็โชคดีไป บางช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก เจอ ผบ. ไม่ดี ก็โชคร้าย ถือว่าโชคใครโชคมัน ดวงใครดวงมัน หมอลักษณ์ ฟันธง หรือหมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม ก็ช่วยไม่ได้

ผมโชคดี เจอ ผบ.ดีมาโดยตลอด บางคนดีจนน่าจะเป็นพระได้ ใครเจอหน้าก็เรียกว่า “หลวงพ่อ” โกรธไม่เป็น วันๆ อารมณ์ดีตลอด เพียงแต่ท่านยังรับประทานอาหาร 3 มื้อ บางวันมีข้าวต้มรอบดึกแถมให้อีก ผมได้แบบอย่างมาบ้างนิดหน่อย เหตุที่ไม่รับมามากเพราะกลัวจะเป็นพระเพราะผมยังไม่อยากบวช

ผบ.คนแรกของผม คือพ่อกับแม่ สอนเสมอให้ขยันขันแข็ง ทำงานทั้งวันอย่าขี้เกียจ กวาดบ้าน จัดบ้าน หุงข้าว ขายของ เช้ายันเย็น ผมเลยนึกถึงคำพูดของปู่เย็น เฒ่าทรนง ผู้เพิ่งล่วงลับไปที่พูดว่า “หอยมันไม่มีมือมีเท้า มันยังหากินได้ นับประสาอะไรกับคนที่มีทั้งมือทั้งเท้า ทำไมจะหากินไม่ได้” ตัวผมเองพอเรียนจบมหาวิทยาลัย ได้เป็นปลัดอำเภอ รู้สึกว่าเท่มาก แต่ไม่ค่อยมีตังค์ ผมได้เข้าเรียนเป็นนักเรียนปลัดอำเภอที่วิทยาลัยการปกครอง เรียกชื่อย่อว่า […]