Performancing Metrics

Google

WebWiseKnow.Com

Facebook Button (Find me there)

WiseKnow Blog

Google Buzz

WiseKnow.Com



NextMove Co., Ltd.



Virus Busters

กำจัดไวรัสคอมฯ

ถึงที่บ้านท่าน


ตกงานไม่ต้องตกใจ ยาดอง มาดใหม่ กำไรกว่าเก่า

Pinterest



ประชาชาติธุรกิจ-นิวบิซ เคยรายงานอาชีพคนขายยาดองในช่วงปี 2540 ปีที่ต้มยำกุ้งกำลังระบาด มีคนจากธุรกิจสตูดิโอตกงานเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในอาชีพคน สตูดิโอตกงานในเวลานั้นเลือก ก็คือ “ขายยาดอง” ข้างทาง เป็นอาชีพเสริม พร้อมๆ กับรับเป็นฟรีแลนซ์ถ่ายภาพตามที่คนจ้างมา

จำได้ว่า รายได้ในตอนนั้นวันละ 300-500 บาท มีทำเลขาย อยู่ริมถนนที่ที่คนไม่พลุกพล่านเท่าไร และยาดองในเวลานั้นเป็นของผิดกฎหมายสรรพสามิตเข้าข่าย พ.ร.บ.สุรา มาตรา 22, 23 มีการดัดแปลงสุราอีกทีหนึ่ง

ธุรกิจยาดองในตอนนั้นจึงไม่เกิด

แต่หลังจากสินค้าเพื่อสุขภาพบูม เราจะเห็นยาดองออกมาในลักษณะที่ขายเป็นสมุนไพร ให้ไปซื้อเหล้าดองเอาเองก็มี

แต่วันนี้ ธุรกิจยาดองสามารถทำให้ถูกกฎหมายได้ มีอากรแสตมป์สรรพสามิตปิดเรียบร้อย

นี่คือนวัตกรรมของยาดองไทย

ธนพิพัฒน์ บุญพัชรโสภณ ประธาน บริษัท บ้าน โกมารภัจจ์ จำกัด กล่าวว่า เริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ไทย ยาดอง” มาได้ ไม่ถึงเดือน ยาดองที่ว่านี้ทำมาจากเหล้าขาวดองกับสมุนไพร และนำมากลั่นอีกครั้งจนกลายเป็น เหล้าขาวโดยมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม

เพิ่งจะออกงานจำหน่ายและหาพันธมิตรในงานแสดง Thailand Health & Beauty ต้นเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา

เขาว่า ยาดองของโกมารภัจจ์แตกต่างจากยาดองอื่นๆ ตรงที่รสชาติกลอมกล่อมและใส่สมุนไพรกระต่ายจามลงไปในเหล้าขาวช่วยดับพิษเหล้า วัตถุประสงค์ก็เพื่อจะเปิดในลักษณะของสินค้าเพื่อสุขภาพจริงๆ

ธนพิพัฒน์เล่าว่า นอกจากตั้งเป้าหมายเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพแล้ว เขายังต้องการขยายกลุ่มของลูกค้าให้มากขึ้น แทนที่จะเป็นผู้ใช้แรงงานที่รับประทานแก้เมื่อยล้าจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน เขายังมองว่าถ้าทำให้สะอาดปลอดภัย คนกลุ่มบีก็น่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญ

แต่ในช่วงแรกกลุ่มคนที่เปิดรับได้ดี ก็คือกลุ่มคนเป็นนักดื่มอยู่แล้ว และบางส่วนก็ชอบลองของแปลก เช่น ชาวต่างชาติ เป็นต้น

ดังนั้นในช่วงแรก สินค้าจะกระจายได้ดีตามนิคมอุตสาหกรรม ศรีราชา กลุ่มนักท่องเที่ยว และสถานที่ท่องเที่ยว เช่นที่ภูเก็ต ร้านอาหารที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จะนำมาจำหน่ายร่วมด้วย ราว 15 สาขา

และนอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนกลุ่มใหม่ที่ไม่ต้องการมาดื่มที่ร้าน แต่จะซื้อเป็นขวดกลับไปดื่มที่บ้านเลยก็มี เพราะขี้เกียจมาบ่อยๆ

บางกลุ่มก็เป็นร้านค้าอาหารสมุนไพรสุขภาพ

“มีผู้ประกอบการไก่ย่างสมุนไพรบอกว่า มาส่งได้เลย เข้าตลาดได้เลย เขาไม่ต้องมาคิดพัฒนาเอามาต่อยอดได้เลย”

ธนพิพัฒน์มองตลาดแตกต่างจากที่คนอื่นมอง และเขายังมีการเตรียมการมานานพอสมควร กว่า 2 ปีในการเฟ้นหาสมุนไพร ที่เข้าตา

“สมุนไพรอย่างกระชายดำ คนมาทำมาก และตลาดมันเสียไปแล้ว บางคนก็ทำแล้วไม่มีคุณภาพ ถ้าเราทำเราก็เสียไปด้วย บางคนนำสมุนไพรมาปลูกใส่ปุ๋ย คุณค่าทางสมุนไพรก็เสียไป ทำให้มีบางแห่งที่นำไปใช้ได้ผล แต่บางแห่งก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะจากวิธีการปลูกและการเก็บรักษา

ตอนนี้ก็เลยหันมาใช้สมุนไพรที่คนยังไม่นิยมเท่าไรนัก แต่ก็ เป็นที่นิยมกันในหมู่ชาวเขา เช่น สมุนไพรแม่อุ้มลูกดูหนัง สาวพันปี ที่จะทำออกมาจำหน่ายก่อนในตอนแรก ส่วนที่เหลืออีกเกือบ 20 ชนิด อาทิ ขุนแผนสะกดทัพ พระยาเสร็จศึก สาวน้อยตกเตียง สาวน้อยผัวตามมา ฯลฯ มีสรรพคุณแก้ปวดเมื่อยที่จะค่อยๆ ทยอยออกตามมา

ทั้ง 20 ชนิดที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่นึกจะทำก็ต้องทำได้เลยแต่ต้องมีการวางแผนในเรื่องการเก็บเกี่ยวและสต๊อกที่จะทำให้มีสินค้า ต่อเนื่องตลอดเวลา

อย่างสมุนไพรเราเริ่มจากการจำหน่ายสมุนไพรให้จีน และทำเป็นยา เป็นอาหารเสริมก่อนที่จะพัฒนามาสู่ผลิตภัณฑ์ ตัวล่าสุดคือ “ไทย ยาดอง”

สำหรับยาดอง ธนพิพัฒน์รับซื้อสมุนไพรจากคนเก็บของป่า เอามาขายแต่ใช้เวลาถึงแปดปีในการพัฒนาระบบการซื้อ-ขายตรงนี้ชัดเจนและต่อเนื่อง

“เราให้ชาวเขาที่มีความรู้เรื่องสมุนไพร

เก็บบริเวณแนวป่าแถวราชบุรี กาญจนบุรี คือเมื่อเราเก็บไปเราจะให้เขาเพาะชำ และปลูกซ้ำที่เดิม แปดปีเขาเดินไปได้

เรื่อยๆ แต่พอวนที่เดิม ต้นก็โตพอที่จะเก็บใหม่ได้พอดี นี่อีก 2 ปีก็จะเริ่มเก็บได้แล้ว และบางส่วนที่เพาะไว้ก็โตเกินกว่าที่เราได้เก็บไปครั้งที่แล้ว”

ณ ตอนนี้กำลังการผลิตอยู่ที่เดือนละ 100 โหล แต่ตอนนี้ส่งเดือนละ 60 โหล ราคาส่งขวดละ 260 บาท ราคาขายปลีก 360 บาท

เขาว่า ตอนนี้เตรียมที่จะเปิดแฟรนไชส์ โดยคิดเฉพาะค่าบูทเท่านั้น บูทละ 15,000 บาท แต่ต้องมีการสต๊อกไม่ต่ำกว่า 2 โหล

“ตอนนี้คนที่รับไปจำหน่าย ขายเป๊กละ 20 บาท เราเน้นว่า ควรรับประทานไม่เกินวันละ 2 เป๊ก ก็จะช่วยคลายเส้นแก้ปวดเมื่อย ซึ่งปกติคนที่รับไปขายจะได้กำไรเท่าหนึ่งของที่รับมา ถ้าเทียบกับร้านยาดองทั่วไปที่ขายโดยไม่มีแบรนด์ เฉลี่ยแล้ววันละ 3,000 บาท”

สำหรับในช่วงแรก ตอนนี้อยู่ในระหว่างดูความต้องการที่แท้จริงก่อน ก่อนที่จะขยายโรงงานต่อไป

เพราะไม่ใช่แค่ในประเทศเท่านั้น แต่ โกมารภัจจ์มีทั้งตลาดจากที่ลาวติดต่อมาจะ ขอไปจำหน่าย และที่จีนเองก็เป็นตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

เขาว่าสมุนไพรไทยและยาดอง เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าเสียดายถ้าไม่สามารถทำให้ถูกกฎหมายได้ และนี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งของสินค้าไทยในมาตรฐานสากล




Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>