เพิ่มยอดขายด้วยการลงโฆษณากับบัมคิว คลิกที่นี่



Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.



ปีนี้ลมหนาวมาเร็ว อากาศที่เย็นสบายอาจช่วยให้ความร้อนรุ่มของคนไทยผ่อนคลายลงบ้าง ไม่มากก็น้อย

เมื่ออากาศเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมก็เริ่มเปลี่ยน แม้ไม่จริงเสมอไป แต่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป

อดีตขุนคลังผู้นำทางความคิดที่หายเงียบไปนาน ศาสตราภิชานสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ยอมปรากฏตัวขึ้นเวทีพูด เรื่อง “จุดเปลี่ยนประเทศไทย”

“เรากำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ต่างกับอเมริกาที่ได้ประธานาธิบดีคนที่ 44″

อเมริกาเป็นลัทธิเสรีนิยม ค้าขายแบบเสรีกับพันธมิตรในแถบอาเซียนมาอย่างยาวนาน ทั้งเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และเวียดนาม ขณะที่ประเทศไทยดูเหมือนจะใช่ แต่เรายังไม่มีที่ยืนในตลาดนี้

สิ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยรอดจากเงื้อมมือวิกฤต เราต้องรีฟอร์มการเงินรับนโยบายใหม่ของ “บารัก โอบามา” ผู้นำผิวสีคนแรกของประวัติศาสตร์โลก เพราะปี 2552 ภาวะเศรษฐกิจจะถดถอย แม้ไม่เลวร้ายเท่าปี 2540 ไทยก็ไม่ควรประมาท ต้องพัฒนาภาคเกษตรกรรมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เป็น “สินค้า” ที่ดีที่สุด

เพื่อก้าวสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างไม่อายใคร?

ส่วนเรื่องน่าอายยิ่งกว่าคลิปวิดีโอ ประเด็นนี้อดีตขุนคลังไม่ได้พูด แต่ weekly talk

ทอล์กเองคือ ความอืดอาด ล่าช้าของรัฐบาลไทย (ทุกยุค) ที่มีต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค จะลงมือแต่ละครั้งไม่ติดเรื่องโน้นก็เจอเรื่องนี้

สัจธรรมรถไฟฟ้าเมืองไทย ไม่ช้าก็แพง ไม่เร็วก็คอร์รัปชั่น จะโหมทำทีก็ไม่มีเงิน จะกู้เงินก็โดนเงื่อนไขล็อก จะปล่อยเงินในระบบก็กลัวสภาพคล่องตึง เมื่อเงินในระบบหดหาย แน่นอนดอกเบี้ยก็แพงขึ้น ฯลฯ

หวนกลับมาดูภาคเอกชนผู้สวมหัวใจสิงห์ที่มาพร้อมกับลมหนาว วิสิน พูลวรลักษณ์ แห่งเมโทร แฟชั่น ประกาศทุ่มทุนวัดดวง เทเงินไปพันล้านบาท พัฒนาพื้นที่โรงหนังเมโทรเดิม ให้เป็นแหล่งรวมแฟชั่นค้าส่งแห่งใหม่ ใช้ชื่อเดียวกับบริษัทว่า “เมโทร แฟชั่น”

เพราะตลาดค้าส่งเสื้อผ้าย่านประตูน้ำที่มีมูลค่าถึง 3 หมื่นล้านนั้น ช่างเย้ายวนใจยิ่ง เฉพาะทำเลประตูน้ำก็กินส่วนแบ่งตลาดแฟชั่นค้าส่งไปแล้วครึ่งหนึ่ง จากตลาดรวมทั้งหมด 6 หมื่นล้าน เมื่อทายาทตระกูลเก่าพกความเชื่อมั่นมาระดับนี้ ความสำเร็จคงไม่ไกลเกินเอื้อม

ขึ้นชื่อว่า นักธุรกิจ ทุกคนก็อยากอยู่รอดและปลอดภัย จะเลือดโชกบ้างไม่เป็นไร ขออย่าขาดออกซิเจน ไม่งั้นตายทันที

และต้องตายแน่ๆ หากกำลังซื้อในตลาดหดหายไป ล่าสุด คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาลให้ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 1 ปี สำหรับผู้ที่มีรายได้ปีละไม่เกิน 1 แสนบาท เพื่อเพิ่มกำลังซื้อในระดับครัวเรือน ทั้งขอให้รัฐบาลพิจารณาอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้ลดการจัดเก็บจาก 30% ของกำไรสุทธิ เหลือในระดับที่ประเทศคู่แข่งจัดเก็บคือ 20-25%

ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลจะทำอย่างไร

แต่ที่ทำได้เลยไม่ต้องรอ เพราะมันมากับลมหนาว นั่นคือการรับมือกับไข้หวัดนก โรคร้ายซึมลึกที่ทำลายวงจรสัตว์ปีกและอาหารการกินในบ้านเรา บทเรียนจากอดีตยังอยู่ในความทรงจำ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขประกาศการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในขณะนี้

ทั้งหมดเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่หลังจากนั้นแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นหรือแย่ลง ธรรมชาติก็ช่วยไม่ได้ :D

คอลัมน์ WEEKLY TALK

Click here to get SuccessAdSense



Make Money With Adsense Without Your Website. Apply now!

เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ