Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

“เน็ตบุ๊ก” ครองเมือง ใครไม่มีตกยุค

       กระแส “เน็ตบุ๊ก” สุดร้อนแรงค่ายคอมพ์เปิดโปรดักส์ชิงตลาดเต็มรูปแบบ
       
        ของจริงบทพิสูจน์เกมการตลาดที่ต้องชิงไหวชิงพริบตอบสนองคนรุ่นใหม่
       
        ใครไม่อยากตกยุคต้องมี อนาคตไม่ต่างจากปรากฏการณ์มือถือที่ทุกคนต้องพกพา
       
        “เราเห็นเหตุการณ์การใช้โทรศัพท์มือถือที่มีผู้ใช้มือถือกันแทบทุกคนในปัจจุบัน เน็ตบุ๊กก็เช่นกันกำลังสร้างแรงจูงใจให้คนมีคอมพิวเตอร์พกพาไว้ใช้ติดตัว”
       
        เป็นคำกล่าวของเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และว่า ปรากฎการณ์กระแสความนิยมของเน็ตบุ๊กในปีนี้ทั่วโลกคาดการณ์ว่าน่าจะจบที่ตัวเลขประมาณ 10 ล้านเครื่อง และปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าที่มีการคาดการณ์ว่าเน็ตบุ๊กทั่วโลกน่าจะทะลุ 40 ล้านเครื่อง
       
        ภาพกระแสความต้องการใช้งานเน็ตบุ๊กเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนขณะนี้เรียกได้ว่าครองเมือง เนื่องจากสามารถตอบสนองความต้องการของ “ซิตี้ไลฟ์สไตล์” ได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมวันนี้ค่ายคอมพิวเตอร์ทุกค่ายได้ทุ่มเทเต็มที่กับการทำตลาดเน็ตบุ๊ก
       
        อย่างในงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008 ที่เพิ่งจะปิดฉากไปเมื่อวันที่ 13-16 พฤศจิกายนที่ผ่าน เน็ตบุ๊กคือพระเอกตัวจริงของงานที่ช่วยสร้างยอดขายให้กับสินค้าโน้ตบุ๊กจนมียอดการซื้อรวมถึง 42,000 เครื่องภายในระยะเวลาเพียง 4 วันจาก 9 ค่ายคอมพิวเตอร์
       
        ในช่วงนี้จึงมีผลิตภัณฑ์ใหม่ของเน็ตบุ๊กออกมาวางจำหน่ายไว้ล่อตาล่อใจผู้ซื้อที่กำลังมองหาอุปกรณ์ไฮเทคตัวนี้มาไว้ใช้งาน ซึ่งแต่ละค่ายมีจุดเด่นจุดต่างในเรื่องของเกมการตลาดและผลิตภัณฑ์ และนี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญอีกครั้งของวงการไอทีว่าใครจะเหนือกว่าใครในการแข่งขันในตลาดเน็ตบุ๊ก
       
       มาร์เก็ตติ้งอินโนเวชั่น
       ขายแบบโทเทิ่ลโซลูชั่น
       
        การขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊กในช่วงนี้เห็นได้ชัดว่ามีการสร้างมาร์เก็ตติ้งอินโนเวชั่นใหม่ๆ มาจูงใจมากกว่าการขายด้วยตัวโปรดักส์เพียงอย่างเดียว อย่างเอเซอร์จับมือกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น ภายใต้แคมเปญ “Unlimted Net SIM FREE […]

ความเชื่อมั่นทั่วโลกลดฮวบ เศรษฐกิจทรุดคนไทยแห่รัดเข็มขัด

       นีลเส็น(ประเทศไทย) บริษัทผู้นำด้านการวิจัยทางการตลาดและข้อมูลชั้นนำที่มีเครือข่ายทั่วโลก เผยผลสำรวจออนไลน์จากผู้บริโภค 26,000 คน ใน 52 ประเทศทั่วโลก ที่ใช้บริการอินเตอร์เน็ตตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน – 6 ตุลาคม 2551 ในประเด็นที่เกี่ยวกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ข้อกังวล และการจับจ่ายเงิน แสดงถึงผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าผู้บริโภคทั่วโลก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกลดต่ำสุดในรอบ 3 ปี
       
        ทั้งนี้ผลการสำรวจดังกล่าวได้เริ่มจัดขึ้นในระหว่างวิกฤตการณ์เงินทั่วโลก พบว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกลดลงมาแตะที่ระดับ 84 จากเดิมที่อยู่ในจุดสูงสุด 99 เมื่อปี 2549 จากจำนวน 52 ประเทศที่ทำการสำรวจ จะเห็นว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคใน 43 ประเทศ หรือคิดเป็น 83% ลดลงจากการสำรวจในครึ่งปีแรก โดย 62% คิดว่า โอกาสทางด้านการงานข้างหน้าจะไม่ค่อยดี และมากกว่าสองในสามเชื่อว่าภายใน 12 เดือนข้างหน้าไม่เหมาะสมที่จะซื้อสิ่งของที่พวกเขาต้องการ ทว่าประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว กลับพบว่ายังมีความเชื่อมั่นในทางบวก โดยดูจาก อินเดียเป็นประเทศที่ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นสูงที่สุดอันดับหนึ่งในโลก บราซิลและจีนมีระดับความเชื่อมั่นที่สูงขึ้น ส่วนรัสเซียถูกจัดอยู่ในลำดับที่ห้าของโลก ซึ่งประเทศดังกล่าวจัดอยู่ในสิบลำดับแรกที่มีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจภายในประเทศของตน
       
       “ […]

รวยแบบ′เถ้าแก่น้อย′เด็กหนุ่มหาเงินพันล.ปั้นแบรนด์ดังบุกตลาดโลก

จากเด็กหาเงินจากเล่มเกมที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ลองผิดลองถูกปั้นแบรนด์สาหร่าย”เถ้าแก่น้อย” กระทั่งวางขายในเซเว่นฯและกระจายไปตปท. จนยอดขายทะลุพันล้าน

รั้งไม่ยุดฉุดไม่อยู่ซะแล้วสำหรับผลิตภัณฑ์สาหร่าย“เถ้าแก่น้อย” จากล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งสร้างยอดขายทะลุ500ล้าน ปีนี้น่าจะเฉียดพันล้านและ2พันล้านในปีหน้า ไม่ธรรมดาแน่นอน
 
ก่อกำเนิดธุรกิจปลุกปั้นสินค้า จนสามารถสร้างแบรนด์เป็นที่รู้จักแพร่หลายเป็นอย่างยิ่งในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยสำหรับผลิตภัณฑ์สาหร่ายในนาม “เถ้าแก่น้อย” และกำลังก้าวไกลพาสินค้าสัญชาติไทยไปไกลถึงตลาดโลก
 
ปีที่แล้ว (2550) “สาหร่ายเถ้าแก่น้อย” มียอดขายทะลุ 500 ล้านบาทไปแล้ว

ปีนี้ยังคาดด้วยว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และยังวางเป้ายอดขายปีหน้าไว้สูงถึง 2,000 ล้านบาทอีกต่างหาก!!
 
พิจารณาจากรายได้ยอดขาย ในแง่ธุรกิจคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กหนุ่มวัยยังไม่เต็ม 24 ปีด้วยซ้ำ
เป็นความสำเร็จที่ไม่มีใบรับรองจากสถานศึกษา

       อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์

“เถ้าแก่น้อย-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์“ตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน หลังเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยไปได้แค่เทอมเดียว
 
วุฒิการศึกษาที่มีติดตัวในปัจจุบันจึงมีแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น
 
อิทธิพัทธ์เล่าว่า  ตอนอยู่ ม.4, 5, 6 ไม่ค่อยได้เรียน เพราะติดเกมออนไลน์ เล่นกับคนที่อยู่อเมริกา ทำให้มีรายได้จากการเล่นเกมตั้งแต่ ม.4 ม.5 ก็ไม่ได้ขอเงินป๊ากับม้าแล้ว เพราะหาเงินจากการเล่นเกมเดือนหนึ่งได้ 2-3 แสน 
 
ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมาก่อน ตั้งแต่เด็กเคยฝันว่า อยากเป็นนักธุรกิจ เห็นคุณพ่อเวลาเดินไปไหน มีคนหวัดดีครับเฮีย เท่ดี เลยอยากทำ อยากเป็น พอเริ่มโต เริ่มเกเร […]

“ยูพีเอส”ไม่หวั่นเศรษฐกิจทรุด เท180ล.ดอลล์ผุดฮับที่เสิ่นเจิ้น

ยูพีเอสฉลองครบรอบ 20 ปีในเอเชีย เตรียม 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่เสิ่นเจิ้น เสริมธุรกิจในเอเชียพร้อมลดระยะเวลาการขนส่ง คาดเปิดบริการได้ต้นปี 2553นายเดเรค วูดวาร์ด ประธานยูพีเอส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริษัทจัดส่งพัสดุภัณฑ์และธุรกิจบริการซัพพลายเชนและเฟรตที่ให้บริการหลากหลายครบวงจรระดับโลก กล่าวว่า ถึงแม้เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังชะลอตัวลง แต่ยูพีเอส กลับมั่นใจว่าเศรษฐกิจในจีนและประเทศอื่นๆ ในเอเชียยังคงเติบโตต่อไป ดังนั้นในโอกาสยูพีเอสฉลองครบรอบ 20 ปีของการดำเนินธุรกิจในเอเชีย ได้ร่วมมือกับเขต การปกครองส่วนท้องถิ่นเสิ่นเจิ้น จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าทางอากาศ (hub) แห่งใหม่ในภูมิภาคเอเชีย ใช้เงินลงทุนกว่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะเปิดบริการในต้น ปี 2553 หลังจากได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีน

การย้ายฮับในเอเชียไปยังเสิ่นเจิ้นจะทำให้ยูพีเอสสามารถให้บริการแก่ลูกค้าในจีนและเอเชียได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงการก่อสร้างฮับแห่งใหม่นี้คือสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจระหว่างประเทศแถบเอเชียด้วยกัน ทั้งนี้การย้ายศูนย์กระจายสินค้า (ฮับ) ในเอเชียไปยังเสิ่นเจิ้นจะทำให้ยูพีเอสสามารถลดระยะเวลาในการขนส่งภายในประเทศแถบเอเชียได้อย่างน้อยหนึ่งวันทำการ ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจของลูกค้า

ฮับของยูพีเอสที่เสิ่นเจิ้นก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ 89,000 ตารางเมตร หรือ 958,000 ตารางฟุต โดยมีพื้นที่ทางลาดขึ้นลงเพื่อ ลำเลียงสินค้าถึง 150,000 ตารางเมตร หรือ 1.6 ล้านตารางฟุต พร้อมด้วยส่วนดำเนินการด้านพิธีศุลกากร ระบบจัดแยกประเภทสินค้า ระบบจัดการคลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บสินค้า

ในระยะแรกสามารถดำเนินการกระจายสินค้าได้ถึง 18,000 […]

31 ขาสร้างทีม

8-9 วินาทีกว่าๆ ถามหน่อยว่าคนเราจะทำอะไรได้มากมายแต่จะเชื่อหรือไม่…แค่เวลาที่ว่านี้สร้างอะไรได้อย่างน่ามหัศจรรย์

และหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์นั้น คือ “ความสามัคคี”

ไม่ว่าสมัยไหนใครๆ ก็ชอบพูดว่าคนไทยทำงานเป็นทีมไม่ได้ แต่…8-9 วินาทีกว่าๆ ในระยะทาง 50 เมตรที่เกิดขึ้นตรงหน้า เป็นภาพที่ลบล้างคำสบประมาทไปได้สิ้น…

เวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่หัวใจ 30 ดวงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวมุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน

ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ “สพฐ.-ฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี” ที่ต้องการปลูกฝังให้รู้รักสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้จักการอยู่ร่วมกัน และการทำงานเป็นทีมให้กับเด็กไทย การปลูกฝังนี้จึงต้องเริ่มกันตั้งแต่ตัวน้อยๆ

จากผลวิจัยเกี่ยวกับพัฒนาการและช่วงวัยของเด็กในประเทศญี่ปุ่นพบว่าเด็กที่มีอายุเฉลี่ย 10-12 ปี หรือไม่เกิน ป.6 กำลังเหมาะในการเล่นกีฬาชนิดนี้ ด้วยสรีระร่างกายมีการพัฒนา เริ่มมีกล้ามเนื้อกระดูกเริ่มแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นเพียงพอ

อีกทั้งเด็กวัยนี้ยังเปิดกว้างพร้อมที่จะเรียนรู้การทำงานเป็นทีม ยังไม่รู้สึกถึงความต่างระหว่าง ชาย-หญิง จึงเหมาะสมที่สุดที่จะปลูกฝังรากฐานความคิดให้กับพวกเขา

ความตั้งใจนี้จึงทำให้มีการแข่งขันกระจายไปถึง 8 สนามทั่วประเทศ เพื่อหาทีมเจ้าลมกรดที่ทำเวลาดีที่สุด 30 ทีม จาก 500 โรงเรียน เพื่อเข้าแข่งขันในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ที่จะมีขึ้นในวันเด็กแห่งชาติปี 2552

แต่กว่าที่จะได้เข้าไปเป็น 1 ใน 30 ทีมได้นั้น แต่ละทีมต้องงัดหลากกลยุทธ์มาใช้ ในรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค ประจำภาคเหนือตอนบน ที่สนามแข่งขันโรงเรียนมงต์ฟอร์ตวิทยาลัย […]

แนะกลยุทธ์ตลาดฝ่าปัญหาให้ “ธาราดา”

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคอลัมน์กรณีศึกษาได้นำเสนอเรื่องราวของคุณตราสิทธิ์ โรจนเกษตรชัย อดีตวิศวกรที่ตัดสินใจลงเงินหุ้นกับเพื่อนเปิดกิจการร้าน “ธาราดา” ซึ่งเป็นโชว์รูมขายเครื่องประดับสำหรับการตกแต่งภายใน ของอาคาร ซึ่งเน้นผลิตภัณฑ์สั่งทำที่ไม่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป อาทิ แจกัน งานแกะสลัก เฟอร์นิเจอร์มีดีไซน์ ฯลฯ และรับงานตกแต่งภายในควบคู่กันไปด้วย

4-5 เดือนหลังจากเปิดตัวกิจการร้านธาราดา ตราสิทธิ์พบว่าตำแหน่งที่ตั้งของตลาดต้นไม้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มิหนำซ้ำการจัดให้มีตลาดนัดซึ่งเจ้าของตลาดใช้เป็นกลยุทธ์ดึงคนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในตลาด นอกจากจะไม่ดึงคนที่ไม่ใช่แล้ว หลายๆ ครั้งสินค้าในตลาดนัดก็คล้ายคลึงกับสินค้าบางอย่างในร้าน และที่สำคัญคือร้านค้าในตลาดนัดเข้ามาบดบังทัศนียภาพของร้านค้าดั่งเดิมที่มีการลงทุนตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ดังนั้นรายได้หลักที่เข้ามาในร้านขณะนี้จึงมาจากงานเข้าไปรับตกแต่งภายในอันเนื่องมาจากคอนเน็กชั่นที่มีอยู่เป็นทุนเดิม

อาจารย์บุริม โอทกานนท์ ประธานสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อแนะนำต่อกรณีปัญหาของตราสิทธิ์ว่า หากจะพูดถึงบุคลิกสำคัญของคนที่เป็นเจ้าของกิจการ คือนักแสวงหาโอกาสมีความกล้าที่จะเสี่ยงทันทีที่เห็นโอกาส อาจกล่าวได้ว่ามีคุณสมบัติตรงนี้แต่จุดอ่อนของตราสิทธิ์ในการลงทุนครั้งนี้ คือ เรื่องของความรู้ การประเมินโอกาส การรู้จักกับตลาด ความรู้ทางการตลาด และที่สำคัญคือ core competency หรือแก่นธุรกิจของธุรกิจที่ทำนั้นอยู่ตรงไหน

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการลงทุนไปแล้วและโอกาสทางธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์วัสดุแต่งบ้าน สำนักงาน ก็ยังคงไปได้ดีโดยเฉพาะตัวสินค้าที่เน้นในเรื่องของคอนเซ็ปต์และการดีไซน์ แต่สิ่งที่ตราสิทธิ์จะต้อง ระมัดระวังคือผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังกระหน่ำอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วและอาจจะอยู่ยาวไปจนถึงกลางปีหน้าในแง่ของจิตวิทยา คือ ลูกค้าในประเทศอาจจะชะลอการซื้อหรือการลงทุนไปบ้างไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน แต่เพราะเกิดอาการวิตกกังวลไม่แน่ใจต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

แต่เหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเป็นไม่นาน เพราะเมื่อลูกค้าเริ่มมีการปรับตัวหรือประเมินสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ชัดเจน ก็มีโอกาสจะกลับมาบริโภคเหมือนเดิม เพราะยิ่งในสถานการณ์วิกฤตองค์กรยิ่งต้องมีการลงทุนหรือมีการปรับองค์กรให้แตกต่างจากคู่แข่ง แต่จะดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของความระมัดระวัง

อาจารย์บุริมกล่าวว่า สิ่งที่วิเคราะห์ ข้างต้นไม่ได้เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้กับ ตราสิทธิ์ แต่ต้องการฉายภาพปรากฏการณ์ที่เกิดเพราะเป็นโจทย์ให้ตราสิทธิ์ได้หาโอกาสจากเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น […]

ปัญหา อุปสรรค และโอกาส กฎหมายว่าด้วยสินค้าไม่ปลอดภัย

ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับ พ.ร.บ. ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 นั้น นับเป็นกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการหลากหลายประเภท เฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจผลิตอาหาร ธุรกิจร้านอาหาร ฯลฯ ที่จำเป็นต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับกฏหมายฉบับดังกล่าว

หวั่นปัญหาที่เกิดโดยไม่ตั้งใจ

นายสกนธ์ กัปปิยจรรยากรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอสุกี้ไทย เรสเทอร์รองส์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ร้านสุกี้นีโอ และ ผลิตภัณฑ์ซอสน้ำจิ้มสุกี้ที่จำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด กล่าวว่า พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ถือเป็นกฏหมายที่สร้างความหนักใจให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก เพราะทำให้ต้องปรับเยอะ ทั้งในส่วนของการผลิตและการบริการ

“ความคิดเห็นส่วนตัว ในภาคการผลิตสามารถปรับได้ง่ายกว่า โดยนำมาตรฐานมาใช้เป็นบรรทัดฐาน ทั้งในเรื่องมาตรฐาน มอก. หรือ HACCP ซึ่งถ้าผู้ประกอบการ มุ่งมั่นที่จะปรับกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่กังวลมากกว่านั้นคือ ส่วนการบริการที่อาจจะเกิดปัญหาที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้”

ในส่วนการให้บริการหน้าร้าน แม้เราจะยึดหลักสะอาด ปลอดภัย ตรวจสอบได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ อาทิ จิ้งจกตกลงมาจากเพดาน หรือแมลงสาบวิ่งเข้ามาในร้าน และทำให้ผู้บริโภคตกใจ จนเป็นมูลเหตุให้เกิดการฟ้องร้องได้ เป็นต้น ซึ่งถ้าเกิดปัญหาลักษณะดังกล่าว […]

ชุมชน DIY ในโลกที่ “มากกว่า”

เมื่อมี “สิ่งที่ดี” ย่อมต้องมี “สิ่งที่ดีกว่า” ฉะนั้นในโลกที่หมุนเร็วจี๋อย่างทุกวันนี้ ความคาดหวังและความต้องการของผู้บริโภคนับวันย่อมสูงขึ้น จากเมื่อก่อนถ้าต้องการซื้อของสักชิ้นอาจจะดูแค่ราคา ดีไซน์ แต่ตอนนี้ ผู้บริโภคในฝั่งตะวันตก ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ไปไกลกว่านั้นโดยต้องพิจารณาว่าสินค้าเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ใช้แรงงานเด็กหรือไม่ รวมไปถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การทำมาค้าขายในโลกยุคใหม่ จึงมีอะไรที่ “มากกว่า” และ “เกินคาดคิด” เสมอ

เหมือนที่ในแวดวงเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แบรนด์หรู ในยุคหลังๆ ที่แข่งกันออกสินค้ารุ่น “ลิมิเต็ด” (limited) ซึ่งแต่ละรุ่นมีเพียงไม่กี่ชิ้นในโลก ไม่นานนักสินค้าแบรนด์ธรรมดาที่มนุษย์เงินเดือนพอจะมีเงินควักกระเป๋าจ่าย ก็พร้อมใจเข็นรุ่น “ลิมิเต็ด” ออกมายั่วน้ำลายบรรดาผู้บริโภค

แต่ถึงวันนี้แค่ของที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นในโลก อาจจะดึงดูดใจลูกค้าไม่พอ เพราะในโลกยุคที่คนมีความเป็นตัวตนมากขึ้น ในวันนี้จึงเห็นสินค้าทั้งแบรนด์ดังบ้าง ไม่ดังบ้าง ต่างออกสินค้าที่ให้ผู้บริโภคสามารถดีไซน์ได้เอง เรียกว่าถ้าเป็นเสื้อก็มีเพียงตัวเดียวในโลก ถ้าเป็นรองเท้าก็เป็นคู่เดียวในโลก อะไรประมาณนั้น

เรื่องนี้ “เจฟเฟอรี่ ซิลเวอร์แมน” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ “preschoolians” ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งไม่นานมานี้เพิ่งมีบริการใหม่ที่บรรดาคุณพ่อคุณแม่สามารถออกแบบรองเท้าให้ลูกได้เอง โดยไม่ซ้ำแบบใคร อธิบายว่า “จากการที่อยู่ในอุตสาหกรรมรองเท้ามามากกว่า 20 ปี ผมได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ผู้คนต้องการไม่เพียงสินค้าที่มีอยู่ไม่กี่คู่ หรือรุ่นลิมิเต็ดเท่านั้น แต่ลูกค้าต้องการส่งผ่านความเป็นตัวตนของพวกเขาสู่ของที่ตัวเขาเองและลูกๆ จะสวมใส่”

“Keds Studio” […]