Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
![]() |
ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับ พ.ร.บ. ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 นั้น นับเป็นกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการหลากหลายประเภท เฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจผลิตอาหาร ธุรกิจร้านอาหาร ฯลฯ ที่จำเป็นต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับกฏหมายฉบับดังกล่าว
หวั่นปัญหาที่เกิดโดยไม่ตั้งใจ
นายสกนธ์ กัปปิยจรรยากรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอสุกี้ไทย เรสเทอร์รองส์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ร้านสุกี้นีโอ และ ผลิตภัณฑ์ซอสน้ำจิ้มสุกี้ที่จำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด กล่าวว่า พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ถือเป็นกฏหมายที่สร้างความหนักใจให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก เพราะทำให้ต้องปรับเยอะ ทั้งในส่วนของการผลิตและการบริการ
“ความคิดเห็นส่วนตัว ในภาคการผลิตสามารถปรับได้ง่ายกว่า โดยนำมาตรฐานมาใช้เป็นบรรทัดฐาน ทั้งในเรื่องมาตรฐาน มอก. หรือ HACCP ซึ่งถ้าผู้ประกอบการ มุ่งมั่นที่จะปรับกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่กังวลมากกว่านั้นคือ ส่วนการบริการที่อาจจะเกิดปัญหาที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้”
![]() |
ในส่วนการให้บริการหน้าร้าน แม้เราจะยึดหลักสะอาด ปลอดภัย ตรวจสอบได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ อาทิ จิ้งจกตกลงมาจากเพดาน หรือแมลงสาบวิ่งเข้ามาในร้าน และทำให้ผู้บริโภคตกใจ จนเป็นมูลเหตุให้เกิดการฟ้องร้องได้ เป็นต้น ซึ่งถ้าเกิดปัญหาลักษณะดังกล่าว มันยากจะตรวจสอบ
“ฉะนั้นในภาพรวม สิ่งที่ต้องทำอย่าง ต่อเนื่องก็คือ การควบคุมตรวจสอบระบบการผลิตอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นคีย์สำคัญในการตรวจสอบหากเกิดปัญหาตั้งแต่ต้นทางการผลิต ที่มาของวัตถุดิบไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่ายจนถึงมือผู้บริโภค
ขณะที่ในส่วนภาคบริการก็ต้องคอยตรวจสอบ คอยเตือนพนักงานให้มีความรอบคอบ อย่าประมาทเลินเล่อกับปัจจัยลบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย”
![]() |
แต่ทั้งนี้จะมีเพียงผู้ประกอกการบางส่วนเท่านั้นที่สามารถปรับปรุงพัฒนาได้และมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ยังขาดความพร้อมซึ่งอาจจะต้องเสียโอกาส
มองให้ยาวๆ โอกาสส่งออก
ชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ ประธานกรรมการ บริษัท กำแพงแสน คอมเมอร์เชียล จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ตื่นตัวกับ พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยฉบับดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการลงทุนปรับตัวเพื่อหวังประโยชน์ในระยะยาว ในเรื่องโอกาสในการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“ตอนนี้นอกจากผู้ประกอบการในภาคการผลิตที่ต้องตื่นตัวปรับตัวเพื่อรับมือแล้ว ในกลุ่มผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ก็ปรับตัวรับมือโดยการตรวจสอบเข้มงวดเช่นกัน สำหรับบรรดาผู้ผลิตสินค้า และยิ่งถ้าเป็นโมเดิร์นรายใหญ่ที่มีเน็ตเวิร์กเวิรลด์ไวด์ ด้วยแล้ว ยิ่งต้องเข้มงวด เพราะสินค้าบางรายการนอกจากในไทยแล้ว ยังส่งออก ต่างประเทศด้วย”
ดังนั้นสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม หากสามารถปรับปรุงได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ก็ย่อมมีโอกาสเปิดตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ
ชูศักดิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้ว พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะเป็นใบเบิกทางในเรื่องของโอกาสทางการตลาดในต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะการส่งออกอาหารไปต่างประเทศนั้น ต้องมีการปรับปรุง ส่วนอื่นๆ อีกมาก เฉพาะอย่างยิ่งกฎระเบียบที่ประเทศผู้นำเข้าเป็นผู้กำหนด
“สำหรับผู้ประกอบการไทย จึงไม่อยากให้มองว่า พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยฯ เป็นอุปสรรค แต่ให้มองเป็นโอกาส ในการที่จะได้พัฒนาตัวเองเพื่อเข้าสู่ระบบมาตรฐาน เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดในระยะยาวทั้งกับผู้ผลิตและผู้บริโภค” ชูศักดิ์กล่าว
Make Money With Adsense Without Your Website. Apply now!







