ถ้าอายุของคุณถึง 60 แล้ว แปลว่าคุณนอนมาแล้วถึง 20 ปี
วันนี้ขอคุย เรื่องเบาๆ แต่ว่า หนัก สำหรับชีวิตของเรา คือ การนอน ขอแบ่งเป็น 3 ตอนนะครับ
1. กลไกและความสำคัญของการนอน
2. การสร้างสุขภาพที่ดีด้วยการนอนที่ถูกต้อง
3. โรคภัยไข้เจ็บบางอย่างที่ทำให้นอนไม่หลับ
ขอต่อจากการขึ้นหัวไว้ว่า ถ้าคุณอายุ 60 คุณได้นอนมาแล้วถึง 20 ปี
ในจำนวน 20 ปีนี้ เราคงจะหลับและฝันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 300,000 ครั้ง
หลับและฝันนี้เป็นของคู่กัน เราจะไม่คุยกันถึงเรื่องการทำนายฝันนะครับ
แต่จะขอคุยสักนิดเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับการนอนที่ว่า เราควรจะนอนคืนละ 8 ชั่วโมง นั่นเป็นความเชื่อซึ่งเราแนะนำหรือสั่งสอนกันมานานแล้ว
ขอแทรกความเห็นเกี่ยวกับการนอนแบบชีวจิตสักนิดว่า เราไม่เน้นเรื่องระยะเวลาของการนอนว่าต้องเป็น 8 ชั่วโมง
แต่จะเน้นถึงคุณภาพของการนอนว่า ระยะเวลาของการนอนนั้นไม่สำคัญ กี่ชั่วโมงก็ได้ แต่คุณภาพของการนอนอยู่ที่ว่า ต้องนอนหลับลึกและหลับสนิท
เมื่อหลับลึกและหลับสนิทแล้ว ระยะเวลาของการนอนจะบอกเราเองว่า เราจะตื่นเองเมื่อนอนเต็มอิ่มแล้ว ตื่นเมื่อไหร่ก็ได้
การนอนเต็มอิ่มหมายความว่า นอนเพียง 5 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมงก็ได้ ระยะเวลาเช่นนี้จะเป็นการนอนในช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว ร่างกายจะตื่นขึ้นมาเองด้วยความสดชื่นและแข็งแรง
และสิ่งสำคัญยิ่งก็คือ เมื่อร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ หลับสนิทและหลับลึกแล้ว เราก็จะได้รับยาวิเศษเป็นของแถม ซึ่งหลั่งออกมาจากต่อมพิทูทารี่ในสมอง
ยาวิเศษนั้นก็คือ GROWTH HORMONE
โกร้ธ ฮอร์โมนตัวนี้ โดยธรรมชาติจะหลั่งออกมาตลอดเวลาตั้งแต่ วันที่คุณคลอดมาจากครรภ์มารดา ฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยให้คุณเจริญเติบใหญ่เป็นหนุ่มเป็นสาว
เมื่อเจริญวัยเต็มที่แล้ว (ประมาณอายุ 18-20 ปี) โกร้ธ ฮอร์โมนจะเริ่มหลั่งน้อยลง ในตอนนั้นร่างกายของคุณจะเจริญเต็มที่ ไม่สูงไม่ใหญ่โตไปกว่านั้น
บางคนถ้าการปฏิบัติตัวของเขาผิดปกติระหว่างที่กำลังเจริญวัย เช่น กินผิด นอนผิด ไม่เคยออกกำลังกายเลย และเครียดอยู่ตลอดเวลา ระหว่างนั้น โกร้ธ ฮอร์โมนก็จะไม่หลั่งออกมาเลย
คนเหล่านี้มักจะดูแก่เกินวัย แก่เร็ว ป่วยง่าย ร่างกายไม่แข็งแรง
อายุเพียง 30-40 ปี แต่จะดูแก่เหมือนคน 40-60 ปี
นั่นเพราะเขาปฏิบัติตัวผิดๆ (รวมทั้งนอนผิดด้วย) โกร้ธ ฮอร์โมนจึงไม่หลั่งเลย เพราะตามปกติแล้วถึงแม้อายุจะ 40-50 ปี โกร้ธ ฮอร์โมนก็จะมีหลั่งออกมาบ้าง
ถ้าเราจะมองย้อนกลับตามวงจรของการนอนก็จะได้สูตรง่ายๆว่า นอนผิด (ไม่หลับลึก ไม่หลับสนิท) > โกร้ธ ฮอร์โมนไม่หลั่ง> แก่เร็ว>ป่วยง่าย> อายุสั้น
ขอให้มาดูกลไกของร่างกายและสมองแต่ละวันดูสักนิด
โดยธรรมชาติ เมื่อพระอาทิตย์ตก ความมืดเคลื่อนเข้ามา ในสมองของเรามีต่อมสำคัญอยู่ต่อมหนึ่ง ชื่อว่า ต่อมไพเนียล (PINEAL) ต่อมไพเนียลนี้จะหลั่งฮอร์โมน เมลาโทนินออกมา เมื่อความมืดเข้ามาถึง
ขอเล่าด้วยภาษาง่ายๆเกี่ยวกับสมองสักนิดครับ สมองของเราแบ่งออกเป็นหลายส่วน นับเป็นพันๆส่วน ถ้าจะเอากันให้ละเอียดส่วนต่างๆของสมองนี้ ต้องทำงานร่วมกัน ประสานงานกัน ทดแทนกัน และควบคุมซึ่งกันและกัน
ที่จะทำงานประสานกันได้ทุกส่วนนี้ เพราะสมองมีคลื่นกระแสไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ติดต่อกันได้ ทำงานทดแทนกันได้ และควบคุมกันได้ ก็เพราะพลังงานจากกระแสไฟฟ้านี้แหละ
ขอแบ่งง่ายๆว่าสมองทำงานออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่ง คือ ส่วนที่รู้ตัวและทำงานตลอด (ACTIVE) อีกส่วนหนึ่งจะหยุดพักในขณะที่ส่วนที่รู้ตัวต้องทำงาน
ตกลงสมองเราก็แบ่งออกเป็นพวกที่ทำงานตอนกลางวัน อีกพวกหนึ่งทำงานตอนกลางคืน
พอพวกกลางคืนทำงาน พวกกลางวันก็ได้พัก
เมื่อต่อมไพเนียลขับฮอร์โมนเมลาโทนินออกมา เมลาโทนินก็จะทำงานร่วมกับซีโรโทนิน ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับนักการ เป็นผู้ส่งสารและติดต่อกับส่วนต่างๆของสมอง
พอเมลาโทนินออกมาทำงานก็เหมือนพนักงานเข้าเวรดึก เวรกลางวันก็ได้พัก สมองส่วนต่างๆเหมือนกับอยู่ใต้สวิตช์ไฟใหญ่จะเริ่มหรี่ไฟของตนลง นั่นก็คือการนอนหลับจะได้เริ่มต้นแล้ว
สมองส่วนอื่นๆที่ยังทำงานอยู่ก็ลดการทำงานลง
เมื่อเป็นเช่นนี้ สมองส่วนอื่นก็เหมือนคนงานที่ได้พัก อาบน้ำอาบท่าทำความสะอาดให้ตัวเอง แล้วหลายๆส่วนของสมองก็ต้องพัก นั่นก็คือ สมองส่วนหนึ่งได้นอนไปพร้อมๆกับการพักหย่อนคลายของร่างกายด้วย
การนอนและการพักผ่อนทำความสะอาดของสมองและร่างกายพร้อมกันไปนี้สำคัญมากหรือไม่
ตอบได้คำเดียวครับ สำคัญ และสำคัญมากๆด้วย
ขอเล่าถึงการทดลองแบบพิเรนทร์ๆสักนิดหนึ่งว่า ถ้าไม่นอนแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายและสมอง
เมื่อปี 1959 มีผู้ประกาศวิทยุผู้หนึ่ง ชื่อปีเตอร์ ทริปป์ เขามีสถานีวิทยุอยู่ที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก
เขาประกาศว่า เขาจะออกอากาศแบบมาราธอน คือ ไม่ยอมนอนเลยเป็นเวลา 200 ชั่วโมง
นั่นก็คือ เขาจะต้องทำงานประจำของเขา คือประกาศและพูดไปตลอดเวลา 200 ชั่วโมง หรือประมาณ 9 วันโดยไม่นอนเลย
ผู้คนสนใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการแพทย์ต้องการจะทดสอบว่า เขาจะมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง
สองสามวันแรก ทริปป์ยังคงปฏิบัติงานได้ตามปกติ แต่วันต่อๆมา เขาเริ่มมีอาการว้าวุ่นทางสมอง โดยเฉพาะเกิดภาพหลอนและทำอะไรเหมือนคนบ้าๆ (ข้อสังเกตจากผู้ควบคุม)
แต่ทริปป์ไม่รู้ตัวว่า เขามีอะไรผิดปกติไป อยู่ๆเขาก็จะตะโกนออกมาว่ามีแมลงชนิดต่างๆคลานและบินอยู่เต็มห้องออกอากาศ ต่อมาเขาอ้างว่ามีผู้ชายซึ่งมีตัวหนอนเต็มตัวคลานจะเข้ามาทำร้ายเขา และยังกล่าวหาว่าคนที่เอาน้ำมาให้เขาดื่มพยายามเอายานอนหลับใส่ให้เขากิน
และในวันสุดท้ายเมื่อเขาอยู่ครบ 200 ชั่วโมง แพทย์จะเข้าไปตรวจร่างกาย เขาก็ร้องตะโกนว่ามีสัปเหร่อจะเอาเขาไปป่าช้า
นี่คือความสำคัญของการไม่ได้นอน หรือนอนผิดๆ ยังมีตัวอย่างอีกมากมายครับ แต่คราวนี้ขอหยุดไว้แค่นี้ก่อน
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม