Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
ขอพูดต่อถึงกลไกของการนอน (หลับ)
พูดกันแบบคร่าวๆชีวิตคนเราแบ่งออกเป็นสองตอน ตอนหนึ่งคือ ชีวิตที่ตื่นอยู่ (CONSCIOUSNESS) อีกตอนหนึ่งคือ ตอนที่เราหลับ (และฝัน)ชีวิตที่ตื่นอยู่นั้น คือตอนที่เราลืมตา รู้ตัวและมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ตอนที่เราหลับและฝัน ในด้านวิชาการเกี่ยวกับระบบประสาทและสมองนั้น เราจัดให้หลับและฝันเป็นเรื่องเดียวกัน เวลาเราหลับ เราไม่รู้ตัว สติสัมปชัญญะก็ทำงานไม่สมบูรณ์ เวลานั้นความรู้สึกของเรา (ถ้าฝัน) จะกระเจิดกระเจิง สติปัญญากระเจิดกระเจิง ความคิดหรือความฝันแปลกๆ บางครั้งสดใสมีความสุข บางครั้งน่ากลัว บ้าๆบอๆเรื่องร้อยแปดจะเข้ามาสู่สมองของเรา ขออธิบายถึงกลไกของสมองเวลาเราจะหลับสักนิด เมื่อความมืดหรือความเงียบหรือ ความรู้ตัวของตัวเราเริ่มผ่อนเบาลง เราจะรู้สึกหย่อนคลาย และปฏิกิริยาหลายสิบอย่างจะเกิดขึ้นในสมอง ขออธิบาย เรื่องความรู้ตัวของตัวเรา ที่ได้เน้นขีดเส้นใต้ไว้สักนิด ความรู้ตัวเช่นนี้เกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังตื่นอยู่ ส่วนมากจะเป็นตอนกลางวัน แต่สำหรับบางคนที่ต้องทำงานกลางคืน ความรู้ตัวหรือตื่นตัวของเขาจะเปลี่ยนกลับเป็นตรงกันข้าม ความคิดและนาฬิกาชีวิตตอนกลางวันก็จะกลับเปลี่ยนเป็นตรงกันข้ามเช่นกัน เรื่องนาฬิกาชีวิตที่เปลี่ยนไปนี้ จะคุยกันโดยละเอียดสำหรับผู้ที่ทำงานกะกลางคืน อีกกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ ถ้ามีมากกรุณา จ.ม.ติดต่อมาด้วย จะได้เขียนบทความโดยเฉพาะให้โดยละเอียด ความรู้ตัวของเรา (CONSCIOUSNESS) ที่ว่าเมื่อครู่นี้ ประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง ขออธิบายสั้นๆเป็นภาษาวิชาการสักนิด ได้แก่ 1. ชีพจร (PULSE RATE) ความรู้ตัวของเรา เช่นว่านี้ขึ้นอยู่กับระบบทำงานใหญ่ๆถึง 8 ระบบ ดังที่ได้ยกมาข้างต้น แต่แท้ที่จริงแล้ว เวลาที่เรากำลังตื่นอยู่นั้น ระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งสารเคมีต่างๆในร่างกายกว่า 40 อย่าง ต้องทำงานและมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องกันอยู่ตลอดเวลาที่เราตื่นอยู่ โดยเหตุนี้เมื่อตอนเราเริ่มง่วง ตาของเราหรี่ลงจวนจะหลับ ระบบต่างๆของร่างกายที่กำลังจะทำงานจะเหมือนกับหลอดไฟฟ้าที่ค่อยๆหรี่ลงจวนจะดับ นั่นหมายความกระแสไฟฟ้าในสมองเริ่มผ่อนลงๆแล้ว ตอนนี้แหละต่อมไพเนียลหรือต่อมกลางคืนจะเริ่มทำงาน ต่อมพิทูทารี่ก็เริ่มลดการทำงาน ยิ่งไพเนียลทำงานมากขึ้นเท่าไหร่ พิทูทารี่ก็ลดการทำงานน้อยลงๆมากยิ่งขึ้น ตอนนี้กระบวนของการหลับจะเริ่มขั้นตอนต่างๆ ขั้นที่หนึ่ง นั้นร่างกายจะเริ่ม ผ่อนคลาย และจะมีอาการเหมือนลอยเข้าลอยออก ระหว่างการง่วงและการตื่น ขั้นที่สอง ดวงตาจะเริ่มกลอกไปกลอกมาระหว่างตอนกลางและด้านข้าง ในขั้นตอนตอนนี้ ถ้า มีเสียงรบกวนแม้แต่นิดเดียว ก็จะสะดุ้งตื่นทันที ขั้นที่สาม เจ้าตัวจะผ่อนคลายลึกยิ่งขึ้น และก็หลับลึกมากกว่าเดิม ถ้ามีเสียงรบกวน ก็จะต้องเป็นการรบกวนดังมากหรือเขย่าตัว จึงจะรู้สึกตัวตื่น ขั้นที่สี่ หลังจากหลับได้ขั้นที่สาม ประมาณ 20 นาที เจ้าตัวจึงเข้าขั้นที่สี่ นั่นคือหลับลึกและหลับสนิทจริงๆ ทั้งหมดนี้เป็นการค้นคว้าในเรื่องหลับและฝันจากศาสตราจารย์สองท่าน คือ นายแพทย์ไมเคิล อัลดริช เป็นผู้เริ่มต้นค้นคว้าขึ้นก่อนจนได้พบหลักการและกลไกการทำงานของสมอง และแพร่กระจายให้ความรู้แก่วงการแพทย์ จนได้รับชื่อเสียง และมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งมิชิแกนได้จัดตั้งห้องทดลองและตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่นายแพทย์ผู้นี้ คือห้องทดลองการนอนผิดปกติแห่งนายแพทย์ไมเคิล อัลดริช ต่อมาศาสตราจารย์อีกท่านหนึ่ง เบธ เอ. มาโลว์ ก็ได้สืบทอดงานด้านค้นคว้าวิจัยต่อ เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการฝันนี้ วงการแพทย์ซึ่งเดิมเชื่อกันว่า เมื่อเรานอนหลับสนิทเท่านั้น เราจึงจะฝันว่าไม่เป็นความจริง เพิ่งจะมาพบความ จริงในตอนหลังสมัยของศาสตราจารย์ เบธ เอ.มาโลว์ ว่าเราฝันก็ต่อเมื่อเข้าขั้นที่สอง ตอนที่เราเริ่มหลับ แต่ยังหลับไม่สนิท และในระยะขั้นที่สอง เป็นระยะที่เราเริ่มหลับ แต่เราจะมีอาการกลอกตาไปมาทั้งทางซ้ายทางขวา การกลอกตาไปมานี้ เรียกกันว่า RAPID EYE MOVEMENT หรือ REM. และสรุปได้ในตอนนี้ว่า เราจะเริ่มฝันก็ต่อเมื่อเราหลับขั้นที่สอง และเราอยู่ในอาการของ REM. เท่านั้น นอกจากนั้น ก็ยังมีการพิสูจน์ความเชื่อที่หลายคนอ้างว่า เขาจะนอนหลับสนิทและเมื่อหลับสนิทแล้ว เขาจะไม่เคลื่อนไหวเลย นอนอยู่ท่าไหนก็จะนอนท่านั้นตลอดคืน เรื่องนี้ ศาสตราจารย์ เบธ เอ.มาโลว์ ก็พิสูจน์ ให้เห็นว่า ความเชื่อเช่นว่านั้นไม่จริง เพราะเขาได้ หาอาสาสมัครมานอนในห้องแล็บและให้ถ่ายภาพยนตร์เก็บไว้ ปรากฏว่าผู้ที่อ้างว่านอนหลับสนิทนั้น ต้องพลิกตัวกลับไปกลับมาอย่างน้อย 12 ครั้งต่อการนอนครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในชั่วชีวิตซึ่งแต่ละคนจะต้องใช้ชีวิตหรือเวลานอนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 20 ปี (ถ้าเขาตายเมื่ออายุ 60) พิสูจน์ได้ว่า การนอนเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของชีวิต และ การนอนมีอิทธิพลต่อสุขภาพกายและใจ มี อิทธิพลต่อความรู้สึกที่ทำให้เห็นว่าโลกนี้ชีวิตมีความสุข และมีความหวังในชีวิตมากน้อยประการใดด้วย |
Make Money With Adsense Without Your Website. Apply now!
ขอพูดต่อถึงกลไกของการนอน (หลับ)




