ผู้เขียนไปร่วมงานทำบุญถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนร่วมรุ่น (เตรียมอุดมศึกษา พญาไท) ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่วัดแห่งหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้
ถามไถ่ได้ความว่า เพื่อร่วมรุ่นทั้งหมดราว 600 คน เสียชีวิตไปแล้วเกือบ 100 คน ที่เหลือก็ชักหนาวๆร้อนๆไม่รู้ว่าคิวต่อไปจะเป็นใคร
แต่ก็ทำบุญให้เพื่อนไปแล้ว ขอให้ไปดี…มีสุข ในทุกชาติภาพเถิด
ในอนาคตจะมีคนสูงอายุมากขึ้น คนอายุ 75 ปี จะเดินกันขวักไขว่ แถมแข็งแรงด้วย
ลูกหลานจะทำอย่างไรกับพ่อแม่ที่สูงอายุมากขึ้น?
คนรุ่นใหม่นิยมความมีเสรีภาพ มีครอบครัวเดียว และมีอิสระมากขึ้น เขาจะแยกครอบครัวไปอยู่ลำพังกับคนรักของเขา (ทั้งแต่งงาน และไม่แต่งงาน) หรืออยู่ตามลำพังมากขึ้น และไม่อยากมีลูกมากหรือไม่อยากมีเลย
คนสูงอายุก็ต้องอยู่กันตามลำพัง
บางคนต้องอยู่คนเดียวเพราะคู่สมรสตายไป
ถ้ามีเงินทองก็อาจจะมีบริวารหรือคนใช้คอยดูแล ลูกหลานก็มาเยี่ยมบ้างถ้าเขาคิดถึง
แต่จะหวังให้เขาดูแลใกล้ชิดอย่างใน 50 ปีก่อนคงเป็นไปได้ยาก
โรคที่จะพบได้มากขึ้นในคนสูงอายุในอนาคตก็คือโรค 2D ได้แก่
1.Dementia โรค “หลงลืม” มักลืมโน่นลืมนี่ กินแล้วก็บอกว่าไม่ได้กิน ลืมแม้แต่ชื่ออาหารที่หยิบเข้าปากและวางอยู่ตรงหน้า โรคลืมนี้จะเป็นกันมาก ไม่มียาหรืออาหารใดๆช่วยได้ เชื่อกันว่าความเครียดสะสมในชีวิตที่ผ่านมา ร่วมกับมลภาวะที่ไม่ดี (เช่น อากาศไม่บริสุทธิ์ ควันพิษ สารพิษที่ปะปนในอาหารที่กินเข้าไป ฯลฯ) มีส่วนช่วยทำให้เซลล์สมองชำรุดได้มากขึ้น ทำให้เป็นโรคลืมได้มากขึ้นและเร็วขึ้น คนในสมัยก่อนไม่เห็นลืมง่ายแบบคนยุคนี้เลย บางคนแค่ 40 เศษๆ ก็ลืมแล้ว พอย่าง 60 เลยลืมแทบหมดตัว
สิ่งที่จะตามมาก็คือ จะมีคนหลงหายสาบสูญมากขึ้น กลับบ้านไม่ถูก ลืมคำพูด คำสัญญา หรือลืมแม้ทรัพย์สินของตัวเองที่ซ่อนหรือเก็บเอาไว้ เกิดการสูญหายได้หลายๆทาง
ที่สำคัญก็คือ จะเป็นที่ขบขันและเวทนาแก่ลูกหลาน ทำให้เขาเบื่อหน่ายได้ (โดยเฉพาะในกรณีไม่มีทรัพย์สมบัติจะยกให้เขา) โดยเขาลืมนึกไปว่าสักวันหนึ่งเขาก็จะลืมงายและยิ่งกว่าคนยุคนี้
2.Depression โรคซึมเศร้าเนื่องจากขาดคนสนใจดูแล ไม่มีคนพูดจาด้วย ต้องอยู่ลำพัง กิน นอน เดิน เที่ยว ตามลำพัง
สังคมไทยเป็นสังคมสงสารคนมีอายุ แต่ไม่รักคนมีอายุ ไม่อยากอยู่ใกล้หรือร่วมวงด้วย มักจะหาทางแยกให้พวกคนแก่ (หรือเรียกว่าคนมีอายุ) ออกจากกลุ่ม หลังจากทักทาย ไหว้ สวัสดีแล้ว
ทำให้คนสูงอายุไม่มีสังคมหรือสถานที่ที่จะไปพบปะพูดคุยกับใครๆได้
คนหนุ่มสาว หรือ เด็ก ก็ไม่อยากเสวนากับคนแก่
คนแก่กับคนแก่ด้วยกัน ก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องจากความหลงลืม หรือบางคนไม่ยอมลดอีโก้ตัวเอง ยังยึดติดสิ่งที่เคยมีเคยเป็นในอดีตมาก่อน ทำตัวไม่น่ารัก คบกันเองก็ยาก คบกับคนต่างวัยก็ลำบาก
จึงเป็นสาเหตุของความเหงาและโรคซึมเศร้า (Depression)
บางคนหันไปติดเหล้า
บางคนก็ซื้อยาแก้เหงา แก้เศร้ากินเอง ซึ่งก็ไม่ได้ประโยชน์ระยะยาวเลย เพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องการมีสังคม พบปะพูดคุย สังสรรค์กับคนถูกใจ
“การพูดคุย” จึงเป็นกิจกรรมที่มนุษย์ต้องการในทุกๆวัน โดยเฉพาะวัยสูงอายุที่มีโอกาสหาเพื่อนคุยได้น้อยลง
ผู้สูงอายุบางคนบอกว่า ถ้าพบคนคุยถูกใจ เป็นเพื่อนได้ วัยไหนก็ได้ ยินดีจะยกสมบัติให้ด้วยซ้ำไป
ถ้าใครจะคุยกับผู้สูงอายุ ต้องคุยเรื่องประสบการณ์ชีวิต
แต่ถ้าจะคุยกับคนหนุ่มสาวก็ต้องคุยเรื่องคอมฯ จนมีคำกล่าวว่า…
“หนุ่มสาว เก่งเรื่องคอมฯ (พิวเตอร์)
คนแก่ เก่ง เรื่องคน”
บทความวันนี้คงจะบอกว่า…
คนสูงอายุต้องเตรียมตัวช่วยตัวเอง พึ่งตัวเองให้มากขึ้น พร้อมจะดูแลช่วยเหลือเพื่อนร่วมวัย โดยเป็นเพื่อนคุย เพื่อนที่สร้างมิตรภาพได้มากขึ้น
และมีความภูมิใจตัวเองในเรื่องของคน และประสบการณ์ชีวิต ที่นำไปถ่ายทอดกับคนบางคนต่อไปได้
ส่วนคนรุ่นใหม่ก็เตรียมสร้างธุรกิจให้คนสูงอายุได้ใช้บริการ เช่นสถานที่พบปะ กิจกรรมที่เหมาะกับวัย ซึ่งจะได้ทั้งกุศลและเงินทอง
และต้องรู้จักวิธีพูดเพื่อสร้างมนุษยสัมพันธ์ให้ดีๆ ทั้งกับคนสูงอายุและคนทั่วๆไป จะทำให้อนาคตมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง
อย่าให้เหมือนคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในขณะนี้ ที่พูดไม่เป็น ยิ้มไม่เป็น
สังคมทั้งของคนแก่และคนหนุ่มสาว ก็จะเอื้ออาทรและเกิดประโยชน์ต่อกันได้ต่อไป
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม