วิเคราะห์…เกมอึดรัฐบาล-ทหาร-พันธมิตร เมื่อประเทศชาติ-ประชาชน-ศก.ประเทศถูกจับเป็นตัวประกัน บ้านเมืองไร้ขื่อแป จับตาสงครามครั้งสุดท้าย ฝ่ายไหนลงมือก่อนมีสิทธิ์”แพ้”
ทั้งรัฐบาล ทั้งรัฐสภา คล้ายไม่มี “ตัวตน”
คำสั่ง-ข้อเสนอ-กฎหมาย-คำสั่งศาล ล้วนไม่ถูกนำไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ
การบัญชาการเหมือนไม่บัญชาการ คำสั่งเหมือนไม่ใช่คำสั่ง บ้านเมืองไร้ขื่อแป
ประเทศตกอยู่ในภาวะเหมือนไม่มีนายกรัฐมนตรี มีแต่เพียง “หัวหน้าราชการ” ที่ชื่อ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เท่านั้น ?
แม้กฎหมายที่สำคัญที่สุด “พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน” ในพื้นที่วิกฤต 2 แห่ง ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ก็ยังไม่สามารถ “บังคับใช้”
ความเดือดร้อนแสนสาหัสของนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ และความเสียหายของนักธุรกิจที่ไม่สามารถใช้ระบบขนส่งที่สนามบิน “นานาชาติ” ไม่ได้รับการเหลียวแล
กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรี “สายตรง” จากตระกูล “ชินวัตร” ไม่เคยปรากฏตัวเข้าไปแก้ปัญหา ตลอดเวลาที่เกิดวิกฤต “การบิน”
ปฏิบัติการของฝ่ายบริหารที่โดดเดี่ยวของ “นายสมชาย” จึงเป็นเพียง “พิธีกรรม” ที่แสดงให้เห็นเป็นสัญลักษณ์ว่ายังคงมี “รัฐบาล” ดำรงอยู่
ทั้งภารกิจการประชุม“คณะรัฐมนตรี เคลื่อนที่”ที่ จ.เชียงใหม่ และการประชุมหัวหน้าส่วนราชการผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ล้วนเป็นงานรูทีนที่ฝ่ายที่ปรึกษา “จัดฉาก” เพื่อให้ “นายสมชาย”ยังมีตัวตนบนพื้นที่สาธารณะ
ยุทธวิธีของการต่อสู้กับฝ่ายพันธมิตรฯ โดยใช้ “ตำรวจ” กดดันฝ่ายทหารของ “สมชาย” […]
Share on Facebook
บทวิเคราะห์ “ธีรยุทธ” ฉบับเต็ม ซัดรัฐบาล “ชายกระโปรง” ชี้รากเหง้าปัญหามาจาก “พญายมหน้าเหลี่ยม”
โดย ธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ความเป็นไปและภาพรวมของวิกฤติ
1. 3 ปีมาแล้วที่ประเทศไทยมีอุบาทว์พญายมหน้าเหลี่ยมเข้าแทรก จะมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก คาดว่าจะเกิดวิปริตอาเพทอีกนาน
2. นักวิชาการได้เตือนล่วงหน้าว่าถ้าทักษิณและพปช. ดิ้นรนแก้รัฐธรรมนูญล้มล้างความผิดตัวเอง เพื่อกลับมาสู่อำนาจใหม่ จะเกิดวิกฤติรอบสองซึ่งเสียหายร้ายแรงกว่าเดิม
3. รัฐบาลชาย กระโปรง คิดแต่จะอยู่ในอำนาจเพื่อจ้องหาผลประโยชน์ ใช้ลีลายึกยักในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนวิกฤติบานปลาย รัฐบาลชาย กระโปรง จะทำบาปมหันต์ถ้าเลือกใช้วิธีการระดมมวลชนมาปะทะกันเป็นสงครามกลางเมือง
4. การต่อสู้ของพันธมิตรได้ทำให้ความขัดแย้งการเมืองไทยกลายเป็นความขัดแย้งทางอุดมการณ์ พันธมิตรคัดค้านการคอร์รัปชั่นการซื้อเสียงของนักการเมือง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นปัญหาที่ปล่อยให้คาราคาซังมานานของการเมืองไทย ฝ่ายรัฐบาลส่วนใหญ่อยู่กับการซื้อเสียงและแสวงประโยชน์ตนเอง แต่อ้างประชาธิปไตย ซึ่งก็เป็นความถูกต้อง เนื่องจากต่างฝ่ายต่างอ้างอุดมการณ์ที่ถูกต้องคนละส่วน ปัญหาจึงแก้ได้ยาก พันธมิตรใช้วิธีแข็งขืนกฎหมาย ฝ่ายรัฐใช้อำนาจป่าเถื่อนเข้าตอบโต้ พันธมิตรก็ใช้วิธีผิดกฎหมายสุดขั้วยิ่งขึ้นด้วยการปิดสนามบิน ความขัดแย้งขยายตัวไป เกิดเป็นทัศนคติที่โน้มเอียง เป็นอคติและขาดสติยับยั้งมากขึ้นทุกทีในทุกๆ ส่วนของสังคม
รากเหง้าและสถานะของวิกฤติปัจจุบัน
1. การเมืองไทยที่เกิดวิกฤติยืดเยื้อรุนแรงและรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนทุกๆ ฝ่ายเผชิญกับความเสียหายมหาศาล เป็นผลกรรมของเราเองที่ปล่อยให้โครงสร้างพื้นฐานของการเมืองไม่สมดุลอย่างแรง ไม่แก้ปัญหาแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่คำนึงแต่ผลประโยชน์ตน ไม่เคยสนับสนุนให้ภาคสังคมและประชาชนเข้มแข็ง ภาคราชการและทหารที่ยอมสยบต่อนักการเมือง ชนชั้นนำไม่เคยใส่ใจการเมืองและชนชั้นรากหญ้าซึ่งยากจนอยู่ในวัฒนธรรมอุปถัมภ์ จนตกอยู่ในกับดักการซื้อเสียงของนักธุรกิจการเมือง ภาคสังคมวิชาการ สื่อมวลชน ก็ไม่มีพลังพอจะถ่วงดุลระบบธุรกิจการเมืองที่เข้ามาฉกฉวยประโยชน์จากประชาธิปไตยได้ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม