Performancing Metrics

Custom Search

น.สพ.นพกฤษณ์ จันทิก สัตวแพทย์ผู้ถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท



Donate



เมื่อครั้งงาน Emporium Pet-a-Porter : Pet Passion Week 2008 เราได้มีโอกาสพบกับนายสัตวแพทย์ผู้หนึ่งซึ่งเป็นสัตวแพทย์ผู้ถวายงานการรักษาสุนัขทรงเลี้ยงประจำวังไกลกังวล อันเป็นสิ่งที่เขามีความภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขา…

“นายสัตวแพทย์นพกฤษณ์ จันทิก”

ชายหนุ่มเล่าถึงการเข้ามาถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทในฐานะสัตวแพทย์ผู้ถวายงานการรักษาสุนัขทรงเลี้ยงประจำวังไกลกังวล เริ่มจากการรักษาสุนัขทรงเลี้ยงในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ซึ่งเกิดจากความบังเอิญ และหลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเข้าช่วยถวายงานดูแลรักษาสุนัขทรงเลี้ยงในวังสวนจิตรลดา

ส่วนการเข้าไปถวายงานสุนัขทรงเลี้ยงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หมอหนุ่มได้เข้าไปก่อนที่จะมีคุณทองแดง เนื่องจากพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี อยู่ใกล้กับพระตำหนักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงมาตามสัตวแพทย์ให้ไปวาง health program โดยวางโปรแกรมให้กับสุนัขทรงเลี้ยงของทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในนามของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

“เวลาที่เราเข้าไปถวายงาน เราเข้าไปดูเป็นทีม ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว อย่างเวลาที่สุนัขมีปัญหาโรคผิวหนัง ผมก็ติดต่อหมอผิวหนังให้ หรือถ้าสุนัขของพระองค์ท่านเจ็บไข้ได้ป่วย เราจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เราจะมีการประชุมเพื่อวางแผนการรักษาในรายนั้นๆ ให้รอบคอบและรัดกุม แล้วถวายงานทั้งคณะ ผมเป็นคนประสานงาน แต่ถ้าเป็นโรคข้อกระดูกหรือผ่าตัดผมจะดูเอง เพราะผมเป็นหมอผ่าตัด แต่ก็มีอาจารย์เข้ามาช่วยหลายคน เป็นการทำงานเป็นทีม”

เราอาจจะรู้จักโครงการในพระราชดำรินับร้อยโครงการ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่หลายคนยังไม่ทราบ คือพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นเรื่องที่ชายหนุ่มอยากนำเอามาเล่าให้ประชาชนได้รับรู้กันอย่างกว้างขวาง

“เราคุ้นเคยกับโครงการในพระราชดำริต่างๆ เอาชื่อโครงการของพระองค์ท่านที่เกี่ยวกับปวงชนชาวไทยมาพูด 3 วันก็ไม่จบ เพราะว่าเยอะมาก แต่จะมีใครรู้บ้างนอกจากสิ่งที่ท่านพระราชทานให้คนไทยแล้ว ยังได้พระราชทานให้กับสัตว์ด้วย แรกเลยคือท่านพระราชทานเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรฯ ต้องย้อนกลับไปปีที่มีหนังสือพระราชนิพนธ์ทองแดง เสื้อทองแดง คนจะสงสัยว่าทำไมท่านต้องมาทำเสื้อ ท่านจะเอาเงินไปทำอะไร จุดประสงค์ของท่านคือ ท่านอยากให้ทองแดงได้ช่วยเพื่อน ถ้าเราได้อ่านหนังสือของท่าน เราจะรู้ว่าทองแดงมาจากแม่แดง ซึ่งเป็นหมาจรจัดจากไหนไม่รู้ ทองแดงพื้นเพไม่มีสัญชาติ การที่ทองแดงได้เข้ามาถวายตัว ถือว่าทองแดงมีบุญ ท่านอยากให้ทองแดงได้ช่วยเพื่อน ฉะนั้นโครงการอันแรกที่ท่านพระราชทาน คือ เครื่องมือแพทย์

…ชุดแรก ที่พระราชทานมา คือ เครื่องกระตุ้นหัวใจและเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เครื่องเอกซเรย์ฟัน ทราบไหมครับว่าหมาที่ต้องทนปวดฟันแล้วกินข้าวไม่ได้มีเยอะมาก แล้วสุขภาพก็ทรุดโทรม สมัยก่อนเราใช้เครื่องเอกซเรย์เครื่องใหญ่ก็ใช้ไม่ได้ แต่พอมีเครื่องเฉพาะก็ทำอะไรได้เยอะขึ้น ตอนนี้พูดได้เลยว่าในวิชาเรื่องทันตกรรมสุนัขมี 3 อย่างที่ทำไม่ได้ คือ ทำฟันปลอม ครอบฟัน และรากฟันเทียม นอกนั้นทำได้หมด อุดฟัน ตัดเขี้ยว ขูดหินปูน และรายการที่ 3 คือ เครื่องให้น้ำเกลืออัตโนมัติ บางครั้งหมาที่เข้ามาในห้องฉุกเฉินเวลาจะให้น้ำเกลือเราต้องมานั่งนับหยดน้ำเกลือ เพราะนั่นคือวินาทีชีวิตของหมา พอมีเครื่องตัวนี้ใส่โปรแกรมก็ให้น้ำเกลือได้ตามอัตราของมัน

…ชุดที่ 2 ก็เป็นเครื่องมือใหญ่ เครื่องเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ในคนเปลี่ยนได้มานานแล้ว แต่ในสัตว์เราทำน้อย ค่าใช้จ่ายแพงมาก หมาที่ทนทุกข์กับโรคข้อสะโพกเสื่อมมีเยอะ โดยเฉพาะพวกหมาตัวใหญ่ๆ ตอนนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อ และเครื่องผ่าตัดตา โรคต้อกระจก จอประสาทตา สามารถผ่าตัดได้ 2 คน สุดท้ายของหมวดแรกประมาณ 3 ล้านกว่าบาท คือ เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ เป็นการวัดการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อต่างๆ”

“2.พระองค์ท่านพระราชทานเงินของทองแดง 2 ล้านบาท ให้เป็นกองทุนชื่อ “กองทุนสัตว์ป่วยอนาถา” สมัยก่อนเวลาที่เจ้าของสัตว์นำสัตว์มารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์แล้วไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา โรงพยาบาลก็แบกภาระตรงนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจ คือ ท่านรับสั่งว่าให้ใช้เงินนี้และไม่ต้องมารายงาน เพราะเชื่อใจในความซื่อสัตย์ของหมอ เดิมพวกเราก็ตั้งใจอยู่แล้ว แล้วยิ่งท่านไม่คาดหวังให้เราจะมารายงาน เราก็ยังถวายรายงานทุกปี แล้วก็ถ่ายรูปสัตว์ป่วยที่มาใช้กองทุนทุกรูป เจ้าของสัตว์ป่วยก็ยิ้ม ทุกคนก็ซาบซึ้ง ส่วนเครื่องมือแพทย์พระราชทานผมจะติดคำว่า “พระราชทาน” ไว้ข้างเครื่อง เจ้าของบางคนเห็นแล้วยกมือไหว้ เห็นแล้วเป็นความรู้สึกที่อธิบาย

ไม่ได้เลย”

“3.ทรงมีพระราชดำริเรื่องสุนัขจรจัดทำ “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน” ท่านพระราชทานเงินจากทองแดง 4 ล้าน เนื่องจากอยากให้เมืองไทยมีศูนย์จัดการสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ จะให้ที่นี่เป็นศูนย์ต้นแบบแล้วกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการ เราแบ่งเป็นโซนๆ เอามากักโรค รักษาก่อน ฟื้นฟู ทำหมัน ฝังไมโครชิป เรียบร้อยแล้วเราจะมีโชว์รูมให้คนมาดู ให้คนมารับเอาหมาไปเลี้ยง ในต่างประเทศครอบครัวหนึ่งอยากมีหมาเลี้ยง เขาไม่ไปเพ็ทช็อปนะ เขาจะไปที่ shelter ก่อน เพื่อไปดูหมาที่นั่น แล้วเอาหมามาเลี้ยง ถ้าทำได้เมืองไทยจะมีความศิวิไลซ์ขึ้น และจะลดปัญหาหมาจรจัดได้”

“การแก้ไขปัญหาหมาจรจัดดีที่สุดต้องให้หมามีบ้าน หลายต่อหลายคนแปลความหมายผิด ทุกคนคิดว่าพระเจ้าอยู่หัว เอาทองแดงมาเลี้ยงเนื่องจากทองแดงเกิดจากแม่ที่เป็นหมาจรจัด เผอิญมีคนมาดูแลอุปการะ คนก็คิดว่างั้นชั้นก็ขับรถไปตามที่มีหมาเป็นกลุ่มๆ เอาข้าวไปหยอดไว้ให้ แปลว่าชั้นได้เลี้ยงหมาจรจัดแล้ว แต่ไม่ใช่นะครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงนำสุนัขจรจัดเข้ามาเลี้ยงในบ้าน ทำให้เขามีบ้านแล้วความเป็นสุนัขจรจัดก็จะหมดไป

…50% ของหมาจรจัดที่วิ่งอยู่เนี่ย เป็นหมาบ้านที่ถูกปล่อยแล้วไปออกลูกออกหลานตามถนน ถ้ามัวแต่ไล่ทำหมันแล้วไปปล่อยที่เดิมก็ไม่จบ หมา 1 ตัวออกลูกน้อยที่สุดประมาณ 5-6 ตัว แล้วลูก 5-6 ตัว ออกลูกๆๆ อีกเป็น 1,000 ตัว แล้วจะไล่ตัดวงจรไหวไหม มันต้องช่วยกันทำหลายฝ่าย ตอนนี้มี พ.ร.บ.ออกมาแล้ว ทำหมันก็ต้องทำ แล้วก็เอาหมาเข้าบ้านอีกทาง”

นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังพระราชทานสระสุวรรณชาด ที่ ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อให้เป็นการบำบัดสุนัขที่มีปัญหาข้อสะโพกเสื่อม และที่ต้องแก้ไขด้วยธาราบำบัดอีกด้วย

“เวลาสัตว์ป่วยไม่รู้จะไปว่ายที่ไหน ถ้าไปว่ายของเอกชนชั่วโมงละ 300-400 แล้วต้องว่ายทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละหลายๆ ครั้งก็ไม่ไหว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็เลยพระราชทานเงินทองแดงให้มาสร้างสระนี้ 2 ล้านกว่าบาท ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นหัวพ่นฟองอากาศ เหมือนสระจากุซซี่ เพื่อรักษาหมาที่มีปัญหาเรื่องโรคระบบประสาท เช่น หลังหัก เพราะเวลาที่พ่นน้ำ และฟองอากาศเหมือนการนวด กระตุ้นให้เส้นประสาททำงาน อีกส่วนหนึ่งเป็นสระว่ายน้ำสำหรับหมาที่มีปัญหาข้อกระดูก”

นี่คือเสี้ยวเล็กๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้แก่สัตว์เลี้ยง

การได้เข้ามาถวายงานรักษาสุนัขทรงเลี้ยงประจำวังไกลกังวลของนายสัตวแพทย์ผู้นี้ สำหรับเขาแล้วเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว

“ผมถือว่าผมถึงจุดสูงสุดในการทำงานสัตวแพทย์ จะมีสัตวแพทย์สักกี่คนที่ได้เข้าไปรับใช้ใกล้ชิด ผมมีหลักอันหนึ่งว่า ถึงแม้เราไม่สามารถทำอะไรกับพระวรกายของท่านได้ เพราะนั่นคืองานของแพทย์ แต่เราได้ถวายงานในสิ่งที่ท่านทรงรัก นั่นคือจุดสูงสุดที่ผมตายตอนนี้ก็ไม่เสียดายแล้ว ผมไม่ต้องจบด็อกเตอร์หรือมีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ต้องได้โนเบิลไพรซ์ แค่ผมได้เข้าไปรับใช้ใกล้ชิดในสิ่งที่ท่านรักก็พอแล้ว

…และผมเชื่อคนไทย 65 ล้านคน ทุกคนล้วนอยากรับใช้ในหลวงด้วยกันทุกคน” :D

Profile

น.สพ.นพกฤษณ์ จันทิก เป็นลูกชายคนโตของ กล้านรงค์ จันทิก จบการศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยรับราชการเป็นสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรศาสตร์ ปัจจุบันเป็น

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์สวนหลวงสัตวแพทย์

คอลัมน์ Exclusive Interview
โดย sunaonne






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>