Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.



ปี 2551 นี้ถือเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 81 พรรษา

ในวันที่ 5 ธันวาคม

เป็น 81 พรรษาที่พระมหาราชาอันเป็นที่รักของทวยราษฎร์ทรงครองราชย์มาแล้ว 63 ปี โดยไม่มีวันไหนเลยที่ไม่ทรงงานเพื่อราษฎร

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เคยกล่าวไว้ว่า …หากเปรียบกษัตริย์เป็นพีระมิดชั้นสูงสุด พระองค์ก็ทรงเป็นพีระมิดหัวคว่ำ อยู่ข้างล่างทรงพระราชกรณียกิจหนักเพื่อราษฎร ต่างกับชั้นกษัตริย์อื่นที่เป็นพีระมิดหัวตั้ง รางวัลระดับสากลมากมายที่พระองค์ทรงได้รับทูลเกล้าฯถวายนั้น แสดงให้เห็นแล้วว่า เป็นความยิ่งใหญ่ในเรื่องของพระอัจฉริยะ จนชาวโลกรับรู้และยอมรับ ดังที่พระองค์เคยตรัสในวันขึ้นครองราชย์ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม” คุณธรรม จริยธรรม ทศพิธราชธรรม และความยุติธรรม

“พระองค์ทรงสร้างคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงให้กับแผ่นดินไม่ใช่สำหรับวันนี้ แต่ถึงลูกหลานด้วยเจตนารมณ์ที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยอย่าง

แรงกล้า”

ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 81 พรรษา DLife ขอหยิบโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมานำเสนอ 9 สิ่ง ด้วยระลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เป็น 9 ของขวัญจากพ่อหลวง ผู้ทรงงานหนักเพื่อราษฎรของพระองค์มาตลอด แม้ในยามที่พระพลานามัยของพระองค์ท่านทรงเริ่มเหนื่อยล้าตามพระชนมายุที่มากขึ้น

อายุ 81 ปี หากเป็นประชาชนคนธรรมดาคงเลือกเก็บเกี่ยวชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุข แต่เมื่อทรงเป็นพระมหากษัตริย์ แม้จะมีพระชนมายุ 81 พรรษา พระองค์กลับยังคงทรงงานหนักเพื่อราษฎร โดยไม่เคยมีสักวันที่พระองค์จะละทิ้งภาระสำคัญในการครองแผ่นดินโดยธรรมดังที่พระองค์เคยตรัส

แล้วประชาชนคนไทยอย่างเราๆ ล่ะ เคยคิดที่จะมอบของขวัญอะไรให้กับพระมหาราชาผู้ทรงงานหนักพระองค์นี้บ้าง !

บทเพลงพระราชนิพนธ์

“ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊ซหรือไม่เป็นแจ๊ซก็ตาม ดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเรา สำหรับข้าพเจ้า… ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงาม และทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภท เพราะว่าดนตรีทุกประเภทต่างก็มีความเหมาะสมตามแต่โอกาสและอารมณ์ที่แตกต่างกัน…”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชทานสัมภาษณ์ออกอากาศในรายการวิทยุเสียงอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องดนตรี เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2503

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช มีด้วยกันทั้งสิ้น 48 เพลง เพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง และคำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง มี 5 เพลง คือ Echo, Still on My Mind, Old-Fashioned Melody, No Moon และ Dream Island อีกทั้งยังโปรดเกล้าฯให้หลายท่านมาร่วมแต่งคำร้องประกอบเพลง

พระราชนิพนธ์ ในยุคแรกหลังจากที่เพลงพระราชนิพนธ์มีทำนองและคำร้องสมบูรณ์แล้วจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน นำไปบรรเลงในวงดนตรีกรมโฆษณาการ หรือวง

สุนทราภรณ์ เพื่อให้แพร่หลายไปในหมู่ประชาชน

เพลงพระราชนิพนธ์ที่พระราชทานไม่ได้มีเพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ความหมายของเพลงยังมีจุดหมายที่จะส่งเสริมและให้กำลังใจผู้ฟังอีกด้วย เช่น เพลง “ยิ้มสู้” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย เพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่คนตาบอด แล้วพระราชทานให้นำไปบรรเลงในงานสมาคมช่วยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ.2495

เพลงสุดท้ายที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ออกมาคือเพลง “เมนูไข่” เป็นเพลงแนวสนุกสนาน มีเนื้อร้องโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษาแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อ พ.ศ.2538

ล่าสุดมีการอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มาเรียบเรียงให้ถูกต้องตามแบบฉบับดั้งเดิม และขับร้องโดยศิลปินรุ่นใหม่ร่วมสมัย ในชื่อโครงการ H.M. Blue ร้องบรรเลงเพลงของพ่อ

เรือใบมด-ซูเปอร์มด-ไมโครมด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดกีฬาเรือใบเป็นพิเศษ แต่ในการทรงกีฬาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงโปรดซื้ออุปกรณ์ที่แพง ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดต่อเรือใบด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง และทรงประดิษฐ์อย่างถูกต้องตามหลักสากล โดยศึกษาแบบแปลนและข้อบังคับของเรือแต่ละประเภท จากตำราต่างๆ ทั่วโลกจนรู้จริงอย่างถี่ถ้วน และทรงประดิษฐ์ด้วยความละเอียดอ่อนถี่ถ้วน

เรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกที่ทรงต่อด้วยพระองค์เอง เป็น

เรือใบพระที่นั่งเอ็นเตอร์ไพรส์ โดยพระราชทานชื่อเรือว่า

“ราชปะแตน” และต่อมาทรงต่อเรือใบประเภทโอเคขึ้นอีก พระราชทานชื่อว่า “นวฤกษ์” ซึ่งเรือนวฤกษ์นั้นทรงนำมาใช้ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 นอกจากนี้พระองค์ยังทรงคิดค้น ออกแบบ และสร้างเรือใบขึ้นมาด้วยพระองค์เอง โดยพระราชทานชื่อว่า “เรือมด” เนื่องจากทรงมีรับสั่งว่า “ที่ชื่อมดนั้นเพราะมันกัดเจ็บๆ คันๆ ดี” ต่อมาทรงพัฒนาเรือแบบมดขึ้นมาใหม่ โดยพระราชทานชื่อว่าเรือใบ “ซูเปอร์มด” ซึ่งทรงออกแบบและต่อขึ้นด้วยพระองค์เอง โดยทรงต่อตามแบบสากลจากเรือใบประเภทม็อธ (International Moth Class) และจดลิขสิทธิ์เป็นสากล ในประเทศอังกฤษ

เรือใบซูเปอร์มด เป็นเรือใบขนาดเล็ก มีตัวเรือยาว 11 ฟุต กว้าง 4 ฟุต 11 นิ้ว ท้องแบน น้ำหนักประมาณ 34 กิโลกรัม คุณสมบัติการทรงตัวดี มีความเร็วมากขึ้น ตัวเรือคงทนแข็งแรง สู้คลื่นลมได้ดี และมีความปลอดภัยสูง เรือใบซูเปอร์มดถูกใช้ในการแข่งขันกีฬานานาชาติเป็นครั้งแรกในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ณ ประเทศไทย เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2510 และถูกใช้ในการแข่งขันกีฬานานาชาติทุกๆ ครั้งที่แข่งในประเทศไทย นอกจากนั้นในการแข่งขันหัวหินรีกัตต้า ก็จะมีการนำเอาเรือใบซูเปอร์มดมาลงแข่งขัน อีกทั้งเมื่อซีเกมส์ 2007 เรือใบซูเปอร์มดก็ได้ไปร่วมแข่งขันรายการแข่งเรือใบอีกด้วย

ฝนหลวง

ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนไทยมาตลอด จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ ได้ทรงพบเห็นท้องถิ่นหลายแห่งประสบปัญหาความแห้งแล้ง หรือขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการทำเกษตร เนื่องจากฝนได้ทิ้งช่วงนานหรือภาวะฝนทิ้งช่วง ภาวะฝนแล้งในแต่ละครั้งสร้างความเดือดร้อน และความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก

ดังนั้นในปี 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้มีพระราชดำริค้นหาวิธีการที่จะทำให้เกิดฝนตกนอกจากได้รับจากธรรมชาติ โดยนำเทคโนโลยีนำสมัยและทรัพยากรที่มีอยู่ประยุกต์กับศักยภาพของการเกิดฝนในเขตร้อน และต่อมาในปี 2499 ทรงพระมหากรุณาพระราชทานโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” ให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล รับไปดำเนินการศึกษา วิจัย และพัฒนากรรมวิธีการทำฝนให้เกิดผลโดยเร็ว

การทำฝนหลวงว่ามี 3 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1 ก่อกวน เป็นการกระตุ้นให้เมฆรวมตัวเป็นกลุ่มแกน เพื่อใช้เป็นแกนกลางในการสร้างกลุ่มเมฆฝน สารเคมีที่ใช้ ได้แก่ แคลเซียมคลอไรด์ แคลเซียมคาร์ไบด์ แคลเซียมออกไซด์ หรือสารผสมระหว่างเกลือแกงกับสารยูเรีย หรือสารผสมระหว่างสารยูเรียกับแอมโมเนียมไนเตรต ซึ่งจะก่อให้เกิดกระบวนการกลั่นตัวของไอน้ำในอากาศ

ขั้นตอนที่ 2 เลี้ยงให้อ้วน ใช้เกลือแกง สารประกอบสูตร ท.1 ยูเรีย แอมโมเนียไนเตรต น้ำแข็งแห้ง และอาจใช้แคลเซียมคลอไรด์ร่วมด้วยเพื่อเป็นการเพิ่มแกนเม็ดไอน้ำ ให้กลุ่มเมฆฝนมีความหนาแน่นมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 โจมตี ใช้ซิลเวอร์ไอโอได น้ำแข็งแห้ง เพื่อทำให้เกิดภาวะความไม่สมดุลมากที่สุดจะเกิดเป็นเม็ดน้ำขนาดใหญ่มากและตกกลายเป็นฝนในที่สุด

โดยทุกขั้นตอนจะต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในการตัดสินใจที่จะเลือกใช้สารเคมีในปริมาณที่พอเหมาะ ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงสภาพอากาศสภาพภูมิประเทศทิศทางและความเร็วของลม ตลอดจนกำหนดบริเวณหรือแนวพิกัดที่จะโปรยสารเคมีด้วย

กังหันชัยพัฒนา…ปั่นน้ำเสียเป็นน้ำดี

ปี 2532 กำเนิดสิ่งประดิษฐ์จากพระปรีชาสามารถ เพื่อการแก้มลพิษทางน้ำ ภายใต้ชื่อ “กังหันชัยพัฒนา”

กังหันชัยพัฒนา คือ เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย ซึ่งประกอบด้วยซองวิดน้ำ 6 ซอง แต่ละซองจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ห้องเท่าๆ กัน ทั้งหมดถูกติดตั้งบนโครงเหล็ก 12 โครงใน 2 ด้าน มีศูนย์กลางของกังหันที่เรียกว่า “เพลากังหัน” ซึ่งวางตัวอยู่บนตุ๊กตารองรับเพลาที่ติดตั้งอยู่บนทุ่นลอย และมีระบบขับส่งกำลังด้วยเฟืองจานขนาดใหญ่อยู่บนโครงเหล็กที่ยึดทุ่นทั้ง 2 ด้านเข้าไว้ด้วยกัน ด้านล่างของกังหันในส่วนที่จมน้ำจะมีแผ่นไฮโดรฟอยล์ยึดปลายของทุ่นลอยด้านล่าง ทำงานด้วยการหมุนปั่นเพื่อเติมอากาศให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี สามารถประยุกต์ใช้บำบัดน้ำเสียจากการอุปโภคของประชาชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งเพิ่มออกซิเจนให้กับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร

กังหันน้ำชัยพัฒนา ได้รับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2536 เป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และครั้งแรกของโลก ด้วยเหตุนี้จึงถือว่า วันที่ 2 ก.พ.ของทุกปีเป็น “วันนักประดิษฐ์” นับแต่นั้นเป็นต้นมา

แก้มลิง…คลายทุกข์น้ำท่วม

ของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยคลายทุกข์น้ำท่วมของชาวกรุง คือ “โครงการแก้มลิง”

โครงการแก้มลิงกำเนิดจากพระราชดำรัส 4 ธันวาคมตั้งแต่เมื่อ 13 ปีที่แล้ว เป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการขุดลอกคลองชายฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นคลองพักน้ำขนาดใหญ่ ก่อนระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยใช้หลักทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกหรือน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ ปัจจุบัน ขยายการดำเนินงานไปที่โครงการบรรเทาอุทกภัยตามพระราชดำริ (แก้มลิงหนองใหญ่) จังหวัดชุมพร และโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นอกจากปัญหาน้ำเยอะ (เกินไป) พระองค์ท่านยังพระราชทานแนวทางการแก้ปัญหาน้ำน้อย (เกินไป) อาทิ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนคลองท่าด่าน เขื่อนขุนด่านปราการชล ตลอดจนโครงการอ่างเก็บน้ำและฝายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

สะพานพระราม 8 …คลายความคับคั่ง

ชื่อสะพานพระราม 8 เพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ก็จริง แต่ทว่าดำริสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2538 นี่เอง

โครงการสะพานพระราม 8 เป็นหนึ่งในโครงการจตุรทิศ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครพิจารณาก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง บริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน บรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้ธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยทรงตระหนักถึงความคับคั่งของการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในอนาคต อีกทั้งเป็นการแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ระหว่างพื้นที่ฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีที่ยังขาดการเชื่อมต่อที่เพียงพอทำให้เกิดการคับคั่งของการจราจรบริเวณพื้นที่ด้านตะวันออกโดยเฉพาะกรุงเทพฯชั้นใน บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งต่อกับฝั่งธนบุรี โดยผ่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าและถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักเส้นหนึ่งของฝั่งธนบุรีที่มีปริมาณการจราจรคับคั่งให้สามารถคลี่คลายลงได้

นอกจากแก้ปัญหาจราจรแล้ว ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นย่ำไปจนถึง 4 ทุ่ม เราจึงได้เห็นสะพานแขวนกลางกรุงเปิดไฟเรืองรองเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยบริเวณใต้สะพานมีสวนสาธารณะให้นั่งพักผ่อน และเป็นลานกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ทั้งขี่จักรยาน ซ้อมเต้น

เล่นบอล ฯลฯ

มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โรงเรียนวังไกลกังวล

มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2538 นายขวัญแก้ว วัชโรทัย ในฐานะรองเลขาธิการพระราชวัง และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เสนอให้กรมสามัญศึกษาจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อช่วยเหลือนักเรียนตามถิ่นทุรกันดาร และโรงเรียนที่มีครูไม่ครบทุกกระบวนวิชา อีกทั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติในปีฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

สถานีวิทยุโทรทัศน์ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลฯได้ถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมในเรื่องการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ตามเวลาเรียนปกติของกรมสามัญศึกษา และในเวลาบ่ายและค่ำ ได้มีการสอนวิชาชีพระดับวิทยาลัยการอาชีพ เช่น วิชาการท่องเที่ยว วิชาการโรงแรม ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน) กฎหมาย และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ปัจจุบัน มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ได้ออกอากาศทั่วประเทศในส่วนของโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษากว่า 2,500 โรงเรียน

เศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกร

ชาวไทย โดยความเป็นมาเริ่มตั้งแต่พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2517

และพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธ.ค.2540 (ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ.2540) เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศไทย

โดยความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อมๆ กัน ดังนี้

1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกิดไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ

3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติ ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน

ต่อมาเศรษฐกิจพอเพียงจึงถูกบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2545-2549) และในปัจจุบัน เศรษฐกิจพอเพียงได้กลายเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการพัฒนาประเทศ

ทฤษฎีใหม่

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับทฤษฎีใหม่ที่ได้ทรงพระราชทานไว้เนื่องในวโรกาสต่างๆ พอจะสรุปความหมายของ “ทฤษฎีใหม่” (New Theory) น่าจะหมายถึง “แนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินถือครองประมาณ 10-15 ไร่ (อันที่จริงมีที่ดินถือครองมากกว่านี้ก็ได้ แล้วปรับเปลี่ยนทฤษฎีตามความเหมาะสม-จากผู้เรียบเรียง) สามารถมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอตลอดปี และใช้น้ำกับที่ดินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มีกินตามอัตภาพ คือไม่ได้รวยมาก แต่พอกิน ไม่อดอยาก โดยการแบ่งที่ดินถือครองออกเป็นสัดส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ร้อยละ 30 ของพื้นที่ สำหรับขุดสระ ส่วนที่ 2 ร้อยละ 60 ของพื้นที่ สำหรับทำนาปลูกข้าว ปลูกพืชไร่สวน และส่วนที่ 3 ร้อยละ 10 ของพื้นที่สำหรับเป็นที่บริการ เช่น ทางเดิน ที่อยู่อาศัย หรืออื่นๆ” (จากหนังสือ “ตามรอยพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่”, สุนทร กุลวัฒนวรพงศ์ เรียบเรียง, ส.น.พ.ชมรมเด็ก)

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่จะมีแนวคิดบางอย่างคล้ายกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เพราะเศรษฐกิจพอเพียงมิได้หมายถึงการปฏิเสธอุตสาหกรรมแล้ว กลับไปสู่เกษตรกรรม แต่เป็นการดำเนินชีวิตอย่างพอดีตามทางสายกลาง ภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ ส่วนทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางด้านการเกษตรที่เพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่การเกษตร รวมไปถึงการกระจายความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพียงชนิดเดียวด้วย :D

“…คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขาจะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งใหม่แต่เราอยู่อย่างพอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ ช่วยกันรักษาส่วนร่วม ให้อยู่ที่พอสมควร ขอย้ำพอควร พออยู่พอกิน มีความสงบไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้ไปจากเราได้…”

พระราชกระแสรับสั่งในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก่ผู้เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2517

คอลัมน์ STORY
โดย ทีมงาน DLife



Click here to get SuccessAdSense


Make Money With Adsense Without Your Website. Apply now!
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ