Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
“แม่สอน 2 เรื่อง คือ ให้ประหยัด และให้ยืนอยู่บนขาตัวเอง…”
นับเป็นบุญของเราที่ได้รับพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่าจากพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย โดยพระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี เพื่อให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่าง มั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
แต่น่าเสียดายที่คนไทยอีกจำนวนมากกลับไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สังคมไทยจึงยังเต็มไปด้วยคนที่หิวกระหายวัตถุ อยากได้อยากมีโดยไม่พิจารณาเหตุผล ไม่สนใจความเหมาะสม ถูกต้อง และในท้ายที่สุดนำไปสู่การเบียดเบียนกันและกันในสังคม
คนที่เราพบเห็นกันโดยทั่วไปในสังคมจำนวนมาก เต็มไปด้วยความต้องการทางด้านวัตถุและความอยากได้ใคร่มีอย่างไม่จำกัด นำไปสู่สังคมของการบริโภค สะสมวัตถุ คนดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ แข่งขัน แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน หนักเข้าก็กลายเป็นสังคมของการกู้หนี้ยืมสิน กลั่นแกล้ง ทุจริต คดโกง ทำทุกอย่างไม่ว่าจะด้วยเล่ห์หรือด้วยกล
หลายคนหลงมัวเมากับวัตถุจนไม่อาจเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงของการเสพวัตถุต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง เช่น คนบางคนซื้อนาฬิกาข้อมือมาใส่เพื่อใช้ดูเวลา แต่คนบางคนซื้อนาฬิกาข้อมือหรูๆ มาเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ นาฬิกาข้อมือที่จะใช้จึงมีครอบครองเพียงเรือนเดียวไม่พอ ต้องมีหลายรุ่นหลายดีไซน์เพื่อให้สวยเท่อินเทรนด์
คนบางคนซื้อโทรศัพท์มือถือมาเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร แต่คนบางคนซื้อโทรศัพท์มาเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์แสดงฐานะ อวดเบ่งกับคนรอบข้าง โทรศัพท์ที่จะใช้จึงจำเป็นต้องมีราคาแพง ทันสมัย รุ่นใหม่ล่าสุด
คนบางคนซื้อรถมาเพื่อใช้เป็นพาหนะขับขี่เดินทางไปในที่ต่างๆ แต่คนบางคนซื้อรถมาเพื่อใช้แสดงชนชั้นของตนในสังคม ยกระดับหน้าตา รถที่จะใช้จึงเป็นรถขนาดเล็กแบบประหยัดไม่ได้ต้องเป็นรถใหญ่หรูหราราคาแพง
คนที่หลงใหลในวัตถุจะชอบแสวงหา สิ่งต่างๆ มากมาย วิ่งตามความต้องการ ของตนเอง อยากได้ใคร่มีในสิ่งใดก็จะพยายามหามาครอบครองเพื่อสร้างความรู้สึกสุขใจ ความรู้สึกสุขใจที่ผูกติดกับการรับรู้ของคนอื่นรอบตัว เพราะที่ทำที่ใช้อยู่ก็เพื่อให้คนรอบข้างยอมรับนับถือว่าเป็นชนชั้นมีฐานะระดับแถวหน้าในสังคม
แต่เนื่องจากความต้องการของตนเองที่มีอยู่มากมายหลายด้าน ความต้องการเหล่านั้นไม่เคยอยู่นิ่งและไม่มีที่สิ้นสุด คนแบบนั้นจึงจำเป็นต้องวิ่งแสวงหาไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน
เมื่อได้วัตถุที่ต้องการมาครอบครองแล้ว ก็อาจเกิดความรู้สึกสุขใจ แต่ความรู้สึกสุขใจนั้นมีอยู่ได้ไม่นานก็จางหายไป เพราะเมื่อวัตถุที่นิยมไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป เป็นวัตถุตกรุ่นล้าสมัย วัตถุนั้นก็ไม่สามารถจะนำพาความสุขให้เกิดขึ้นได้ในใจเหมื่อนเมื่อครั้งก่อน ความทุกข์ใจเริ่มมาเยือน ความต้องการใหม่ก็บังเกิดขึ้น เดือดร้อน เจ้าตัวที่จะต้องตอบสนองความต้องการใหม่ที่เกิดขึ้นมาทดแทนนี้ด้วยการวิ่งแสวงหาวัตถุชิ้นใหม่มาครอบครองเพิ่มเติม
เมื่อมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ออกมาวางขาย เมื่อมีนาฬิการุ่นใหม่เปิดตัว เมื่อมีรถรุ่นใหม่ในโชว์รูม เมื่อนั้นความอยากได้ใคร่มีก็จะเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเป็นอย่างนี้อีกเรื่อยไปตราบเท่าที่หัวใจของคนคนนั้นยังไม่รู้จักคำว่าพอ มีสองก็มีสามมีสี่มีห้าต่อไปเรื่อยๆ บริโภควัตถุอย่างสิ้นเปลือง สร้างปัญหาให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรู้ไม่เท่าทัน
ทั้งหมดทั้งปวงเริ่มต้นมาจากการที่ไม่รู้จักคำว่าพอเพียง
ต่างจากคนที่มีหัวใจพอเพียงโดยสิ้นเชิง คนเหล่านี้ใช้เหตุผลพิจารณาความถูกต้องเหมาะสม ดำเนินชีวิตอย่างมีสติและปัญญา ค้นพบความสุขสงบที่เกิดขึ้นในใจของตนเองได้อย่างแท้จริงด้วยหลักการพื้นฐานของความพอเพียงที่เรียบง่ายและชัดเจน
ความพอเพียงประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อมๆ กัน ได้แก่
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
โดยการตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน
เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน ความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ และเงื่อนไขคุณธรรมที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
คนที่มีหัวใจพอเพียงจะดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุมีผล บริโภควัตถุด้วยปัญญา ไม่สุดโต่ง ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเข้าใจสัจธรรมของชีวิต ไม่เดือดร้อนดิ้นรนแสวงหาวัตถุตามกิเลสและตัณหาที่ครอบงำ ซึ่งทำให้ขาดสติในการใช้ชีวิต ก่อเวรสร้างกรรมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อหัวใจดวงใดมีความพอเพียง หัวใจดวงนั้นก็จะหลุดออกจากพันธนาการที่ทำให้คนคนนั้นได้พบกับความสุขสงบในจิตใจที่ แท้จริง
“คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อยลง
เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย
ถ้าทุกประเทศมีความคิด-อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ
มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง
หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง
ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา (4 ธันวาคม 2541)
คอลัมน์ Hr Corner
โดย วิชัย อุตสาหจิต คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
Make Money With Adsense Without Your Website. Apply now!




