อาจจะเป็นเพราะคนเรามีช่วงชีวิตที่ยาวนานมากขึ้น จึงทำให้ผู้คนพยายามสรรหากรรมวิธีสารพัดอย่างมาทำให้ ชีวิตอยู่ได้อย่างมีสุข
การคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้ยาวนานขึ้น ก็นับได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่คนให้ความสำคัญอย่างมาก จึงทำให้มีการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อความงามออกมาหลายหลาก
จนอาจเรียกนวัตกรรมเวชกรรมความงาม เหล่านั้นเป็น “พู่กันของความงาม”
ปัจจุบันพู่กันที่ว่านี้ มีการนำคลื่นวิทยุความถี่พิเศษ “เรดิโอ ฟรีเควนซี่” (RF-Radiofrequency) และเลเซอร์ มาใช้เพื่อกระตุ้นและเสริมสร้างส่วนที่หย่อนคล้อยให้ยืดหยุ่นกระชับ แทนการผ่าๆ ดึงๆ เพื่อให้หนังหน้าตึงเป๊ะราวกับหนังกลองเช่นแต่ก่อน
แถมยังลบร่องรอยของวัยโรย รอยเหี่ยว ตีนกา จุดด่างดำ กระ ฝ้าแดด เส้นเลือดฝอย รอยสิว รอยแผลเป็น ถุงใต้ตา ฯลฯ ให้ใสกระจ่าง หายไปได้ราวกับเสก
น.พ.สถาพร จินารัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม กล่าวว่า “มีการพบว่าคลื่นวิทยุและแสงอินฟราเรดจะทำให้ คอลลาเจนใต้ผิวของคนเราที่ยืดออกมาแล้วหดตัวได้ ทั้งยังทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งอุณหภูมิพอเหมาะที่ทำให้คอลลาเจนเปลี่ยนแปลงนั้นจะอยู่ที่ 40-50 องศาเซลเซียส เรียกว่าถ้าโดนผิวก็ไหม้ นี่คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดนวัตกรรม RF ขึ้น”
และนวัตกรรมล่าสุดที่เกิดขึ้นนั้น มีชื่อเรียกว่า “ดูอัล เยลโล่” (Dual Yellow) ที่ทรู เอสท์ นำมาใช้ในเมืองไทยเป็นแห่งแรก
นวัตกรรมนี้เป็นการนำเอาแสง 2 สี คือ แสงสีเขียว 518 นาโนมิกเตอร์ […]
Share on Facebook
สินค้าแฟชั่นคือหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่นักคิดนักวิเคราะห์ต่างออกมาส่งเสียงเตือนว่า จะเป็นหมวดสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องมาจากพิษวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนน้อยที่สุดและมักจะเป็นรายจ่ายแรกๆ ที่ถูกตัดออกไปทุกครั้งที่เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ
ดร.พัลลภา ปิติสันต์ ประธานสาขาการจัดการธุรกิจ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แนะนำและให้มุมมองถึงวิธีการปรับตัวและเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการขนาด SME ที่อยู่ในแวดวงสินค้าแฟชั่นประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจขณะนี้ว่า
ธรรมชาติของผู้บริโภคในยามที่มีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นในประเทศ ลูกค้าทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับผลกระทบต่างก็จะระมัดระวังในการจับจ่ายมากขึ้น มีการคิดก่อนตัดสินใจซื้อมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะหยุดซื้อ ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่นจะสามารถอยู่รอดได้ในนาทีนี้ก็จะต้องอยู่รอดด้วย นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การดีไซน์ และเจาะจงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน ดร.พัลลภาได้หยิบยกเรื่องราวของร้านขายเสื้อหลังการบินไทยที่ชื่อว่า ร้าน Varitta มาเล่าให้ฟังเป็นกรณีศึกษา ว่า
ร้าน Varitta เป็นร้านขายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของสตรีมีชื่อแบรนด์ว่า Varitta ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับร้าน ร้านออกแบบตัดเย็บและจัดจำหน่ายเอง ร้านตั้งอยู่บริเวณหลังการบินไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านจับจ่ายซื้อสินค้าแฟชั่น อาหารของกลุ่มคนที่ทำงานออฟฟิศละแวกนั้น
ความน่าสนใจของกรณีศึกษานี้ คือ ลูกค้าของร้านธีระดายังคงมีการซื้อสินค้าจากร้านอยู่อย่างต่อเนื่อง จนถึง ณ วันนี้ยอดขายสินค้าของทางร้านก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด คุณ ธีระดา สุพันธมาตย์ ได้เล่าให้ฟังถึงวิธีการดำเนินธุรกิจของร้านเสื้อ Varitta ว่า
ประการแรก ร้าน Varitta มีการโฟกัสกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้าของร้านไว้ค่อนข้างชัดเจน คือ กลุ่มคนทำงาน เป็นผู้ใหญ่ที่อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งคนกลุ่มนี้มักจะเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์ที่มั่นคง
ประการที่ 2 ร้าน Varitta เป็นร้านที่ออกแบบตัดเย็บและขายสินค้าเอง […]
Share on Facebook
หลายคนมีการตั้งคำถามว่า กับสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังไม่ปกติ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มไม่สู้ดี เฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาคนตกงาน อำนาจซื้อลด มีธุรกิจไหนบ้างที่ยังแฮปปี้อยู่ดีมีสุข และมีสุขภาพแข็งแรง
มีธุรกิจหนึ่งที่สามารถตอบได้ในเวลานี้ก็คือ ธุรกิจอาหาร !
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเฟื่องฟู ตกต่ำ ถดถอย หรือเจริญเติบโตขนาดไหน อาหารยังเป็น สิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต ฉะนั้นธุรกิจอาหารยังเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและสามารถสร้างให้เกิดการเจริญเติบโตได้ แม้ว่าตัวเลขการเติบโตอาจจะไม่สูงนักก็ตาม
ธีรภพ ศิรประภาธรรม กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โชคดี อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ติ่มซำ นึ่งสด “โชคดีติ่มซำ” กล่าวว่า ตลอดทั้งปี ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเจอปัญหาหลายๆ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปัญหาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง น้ำมันแพง กำลังซื้อหด ฯลฯ ซึ่งการดำเนินธุรกิจของโชคดีติ่มซำก็ได้รับผลกระทบบ้างเพราะไม่สามารถขยายสาขาได้ตามเป้าหมาย แต่ในภาพรวมของธุรกิจยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและมีอัตราการเติบโต
“เดิมตั้งเป้าขยาย 6 สาขา แต่สามารถเปิดสาขาใหม่ได้ 4 สาขา อย่างไรก็ตามยังถือว่ามีการเติบโตที่ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการลงทุนเท่าไรนัก แต่บริษัทก็ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อย ตัดสินใจลงทุนซื้อธุรกิจของแฟรนไชส์โชคดีติ่มซำ ซึ่งแต่ละสาขาใช้เงินลงทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท โดย ทั้ง 4 สาขาที่เปิดใหม่เป็นของ แฟรนไชซีทั้งหมด”
ที่สำคัญ 1 ใน […]
Share on Facebook
ใครคือคนที่จะประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นเป็น “ผู้ประกอบการ” บางคนอาจบอกว่า คนเก่ง บางคนอาจมองว่าเป็นคนคิดต่าง แต่ดูเหมือนว่าคุณสมบัติทั้ง 2 ข้อ แทบจะไม่มีคุณค่าใดๆ เลย หากพวกเขาเหล่านั้นไม่มี “โอกาส” และ “ที่ยืน” ในสังคม ทว่า “โอกาส” กลับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่
การที่ดีไซเนอร์หน้าใหม่สักคนจะแจ้งเกิดสินค้าและชื่อของตัวเองบนเวทีธุรกิจนั้น ทำได้ยากเกินทน ถ้าไม่ใช่ที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ หรือสวนจตุจักร ช่องทางการขายส่วนใหญ่ก็คงอยู่บนออนไลน์ แต่ตอนนี้มีต้นแบบธุรกิจหนึ่งในแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ที่ชื่อ “beehive co-op” พยายามจะลดช่องว่างแห่งโอกาสนี้ และเปิดพื้นที่ให้กับดีไซเนอร์หน้าใหม่ และสร้างตลาดใหม่ให้เหล่าดีไซเนอร์ได้ แจ้งเกิด และมีรูปแบบธุรกิจที่ไม่ใช่แบบเจ้าของร้านและลูกค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ดีไซเนอร์แต่ละคนเหมือนเป็นเจ้าของร้านร่วมกัน จะว่าไปก็เหมือนๆ กับรูปแบบของสหกรณ์ตามที่เขาเรียกชื่อ แบรนด์ตัวเอง
พื้นที่ในร้านหรือโชว์รูมของ “beehive” ซึ่งวางจำหน่ายสินค้าตั้งแต่เครื่องประดับ กระเป๋า ของใช้ เซรามิก ของแต่งบ้านที่ทำจากโลหะ ฯลฯ
โดยจะเปิดโอกาสให้ ดีไซเนอร์มือใหม่ได้เข้ามาวางสินค้าและจัดพื้นที่โชว์สินค้าของตัวเอง โดย
เก็บค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้อแลกเปลี่ยนเพียงประการเดียวที่ “เพตรา เกียเกอร์” ผู้ก่อตั้งมีกับบรรดาผู้ประกอบการหน้าใหม่ก็คือ พวกเขาจะต้องสละเวลามาอยู่ที่โชว์รูมราว 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ประการหนึ่งเพื่อความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับนักออกแบบ ประการหนึ่งเพื่อสร้างบรรยากาศให้ร้านมีชีวิต ทุกวันนี้ […]
Share on Facebook
นักศึกษา JGSEE เผยผลงานวิจัยพัฒนาอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนในเครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความเย็น ให้สามารถถ่ายเทความร้อน ได้ดีขึ้น ส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น และช่วยลดการใช้พลังงานได้ส่วนหนึ่ง
เครื่องปรับอากาศทั้งในบ้าน ในรถยนต์ และเครื่องทำความเย็นล้วนเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด ดังนั้นแนวความคิดในการพัฒนา ปรับปรุงเพิ่มสมรรถนะการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความเย็นให้ใช้พลังงานลดลง ซึ่งเป็นงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาเอกบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นอีกแนวคิดเพื่อพัฒนาอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนในเครื่องปรับอากาศ ที่น่าสนใจ
นายสุริยัน เลาหเลิศเดชา นักศึกษาปริญญาเอกบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) กล่าวว่า หลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปนั้น มีสาร CFC ที่ทำให้โลกร้อน
แต่ในงานวิจัยนี้มุ่งเน้นทำวิจัยเรื่องการพัฒนาการเพิ่มความสามารถในการถ่ายเทความร้อนในคอนเดนเซอร์ (คอยล์ร้อน) และอีวาโปเรเตอร์ (คอยล์เย็น) ให้ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างสารทำความเย็นกับอากาศได้ดีขึ้น
จากการวิจัยพบว่าเทคนิคนี้สามารถถ่ายเทความร้อนให้กับ
เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ได้ประมาณ 10-20% ทั้งนี้สารทำความเย็นที่ใช้ในการงานวิจัยครั้งนี้ได้เลือกใช้สาร R-134a ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่ปราศจากสาร CFC อีกด้วย
นอกจากนี้ นายสุริยันยังได้ทำการศึกษาการเพิ่มความสามารถในการถ่ายเทความร้อนของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน โดยการปรับปรุงลักษณะท่อแอร์ จากเดิมที่เป็นท่อที่มีพื้นผิวเรียบเป็นท่อที่มีร่องเกลียว (corrugated tube) ทั้งในส่วนของคอนเดนเซอร์ และอีวาโปเรเตอร์ ซึ่งจากการศึกษานี้พบว่าสามารถเพิ่มความสามารถของการแลกเปลี่ยนความร้อนในสารทำความเย็นได้มากขึ้น
ทั้ง 2 วิธีนี้จะเพิ่มสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนประมาณ 10-20% ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ และงานวิจัยทั้ง 2 นี้ สามารถเชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรมที่ผลิตเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นได้
โดยเฉพาะไทยเองเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และส่งออกเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย
งานวิจัยใหม่ๆ […]
Share on Facebook
โรส มีเดีย ผู้นำในการซื้อลิขสิทธิ์หนัง และจัดทำคาราโอเกะออกจำหน่ายมากว่า 20 ปี กระทั่งการคัดเลือกการ์ตูนดังขายลิขสิทธิ์ให้กับช่องต่างๆ ถือเป็นธุรกิจบันเทิงรายใหญ่ที่วันนี้ต้องผจญกับโจทย์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป นั่นคือสภาพเศรษฐกิจตลอดจนพฤติกรรมของลูกค้าและผู้บริโภคที่แตกต่างไปจากเดิม
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ จิรัฐ บวรวัฒนะ รองประธานสายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่ได้สะท้อนทิศทางการทำธุรกิจในปีหน้าได้อย่างน่าสนใจ รวมถึงการมองอนาคตของธุรกิจการ์ตูนในบ้านเราใหม่ โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นธุรกิจยุทธศาสตร์ที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในปีหน้า
การ์ตูน…ตลาดมีเซ็กเมนต์
จิรัฐ บวรวัฒนะ รองประธานสายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด กล่าวว่า เริ่มเห็นความนิยมในไต้หวัน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่สำหรับเมืองไทย การ์ตูนยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่
ขณะนี้เมืองไทยมีช่องการ์ตูนแค่ช่อง 9 และ 7 และมีไม่กี่ชั่วโมง แต่เด็กสามารถดูการ์ตูนได้ทั้งวัน แต่ไม่มีการ์ตูนให้ดู จึงกลายเป็นคอขวดที่ทำให้การ์ตูนในบ้านเราไม่ขยายตัวเท่าที่ควร และที่สำคัญมีเฉพาะการ์ตูนสำหรับกลุ่มเด็กผู้ชายเท่านั้น อาทิ นารูโตะ ขบวนการแปลงร่างต่างๆ แต่การ์ตูนเด็กเล็ก การ์ตูนเพื่อการศึกษา การ์ตูนสำหรับเด็กมัธยม กลับยังไม่มีคนทำ จึงกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ
โดยเริ่มจากการสร้างแบรนด์ที่ช่อง 5 จังหวะที่ทีไอทีวีปิดตัวพอดี ถือเป็นวิกฤตในโอกาสการทำรายการทางช่อง […]
Share on Facebook
ต้องยอมรับว่าความสำเร็จของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทน เมนท์ จำกัด (มหาชน) นอกจากจะมี “ปัญญา นิรันดร์กุล” เป็นหัวเรือใหญ่แล้ว
“ประภาส ชลศรานนท์” คืออีกผู้หนึ่ง ที่ทำให้บริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์แห่งนี้ประสบความสำเร็จด้วย
ทั้งนั้นเพราะ “ปัญญา” และ “ประภาส” ไม่เพียงเป็นเพื่อน เป็นหุ้นส่วน และผู้ก่อตั้งบริษัท หากเขาทั้ง 2 คนยังเปรียบเสมือนคู่คิด คู่คุยทางธุรกิจด้วย
เพราะคนหนึ่งเก่งคิด อันหมายถึง “ประภาส”
ขณะที่อีกคนหนึ่งเก่งปฏิบัติ อันหมายถึง “ปัญญา”
ดังนั้น เมื่อเก่งคิดและเก่งปฏิบัติมาหลอมรวมกัน จึงไม่แปลกที่รายการแต่ละรายการจึงประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น
สำคัญไปกว่านั้น คนที่ “เก่งคิด” ยังสร้างทีม “เก่งคิด” ขึ้นมารองรับอีกจำนวนมาก ขณะเดียวกัน คนที่ “เก่งปฏิบัติ” ก็สร้างทีมเก่งปฏิบัติ อันหมายถึงพิธีกร ผู้ช่วยพิธีกรขึ้นมาอีกจำนวนมากเช่นกัน
เป็นการสอนโดยไม่สอน
เป็นการสอนโดยให้มองผลจากการปฏิบัติ
แล้วนำมาประยุกต์ใช้ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน แต่ทั้งนั้นต้องสอดคล้องกับรูปแบบของรายการ เกมโชว์ ภาพยนตร์ รวมไปถึงอัลบั้มหลายๆ อัลบั้มของศิลปินที่เกิดขึ้นด้วย
ที่ล้วนผ่านกระบวนการคิดมาก่อนแล้วทั้งสิ้น
ภาษาฮิวแมนรีซอร์ซ อาจเรียกวิธีการสอนเช่นนี้ว่าโค้ชชิ่ง หรือการสอนแบบอาศัยที่ปรึกษา ซึ่งคนที่เป็นโค้ชนั้นจะต้องสอนให้อีกคนหนึ่งก้าวไปสู่จุดที่มุ่งหวังได้
ที่อาจจะเป็นผู้บริหาร
เป็นผู้มีความสามารถในระดับมืออาชีพ
หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา
แต่สำหรับการสอนแบบ “ปัญญา” และ “ประภาส” คงต้องบอกว่าไม่มีทฤษฎี เล่มไหนที่เกี่ยวโยงกับฮิวแมนรีซอร์ซได้ เพราะเป็นการสอนแบบพี่สอนน้อง
สอนให้คิด […]
Share on Facebook
มีผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลท่านหนึ่งอีเมล์มาถามผมเกี่ยวกับปัญหาการประเมินผลการทำงาน เขาบอกว่า หัวหน้างานในองค์กรของเขาโดยมากมักจะชอบให้คะแนน พนักงานของตนเองอยู่ในระดับที่ดีถึงดีมากเท่านั้น ซึ่งเขาก็เข้าใจ เพราะมันเป็นอะไรที่ทำให้หัวหน้าสบายใจ ไม่ต้องมาคอยชี้แจงพนักงานว่า ทำไมถึงได้คะแนนต่ำ และที่สำคัญไม่ถูกลูกน้องด่าลับหลัง
แต่การประเมินผลการทำงานเช่นนี้ ส่งผลให้องค์กรไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาพนักงานแต่ละคนได้เลย และกลายเป็นว่าบางครั้งการพัฒนาถูกดำเนินการไปอย่างไม่ตรงจุดที่ควรพัฒนาเท่าที่ควร หรือบางทีต้องเสียเวลาในการจัดให้มี การ ทำแบบประเมินหรือแบบทดสอบ ใหม่ เพื่อจะได้จุดพัฒนาที่ถูกต้อง
คำถามของผู้จัดการคนนี้คือ จะมีวิธีการอะไรบ้างที่จะช่วยในการพัฒนาการประเมินผลการทำงานของหัวหน้างานแต่ละคนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาบุคลากรได้ ตรงจุด
ผมบอกได้เลยว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่หลายองค์กรเจอ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ขนาดองค์กรใหญ่ๆ ระดับข้ามชาติยังเจอปัญหานี้ จนสุดท้ายต้องพัฒนาระบบและกระบวนการประเมินผลการทำงานใหม่ทั้งหมด
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการแก้ไขปัญหา ผมว่าเราอาจจะต้องมาดูในส่วนของสาเหตุของปัญหากันก่อน จากประสบการณ์การทำงานของผมพบว่าสาเหตุหลักๆ มีอยู่ด้วยกันประมาณ 4-5 สาเหตุ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือตามที่ผู้ถามได้เขียนมาแล้วข้างต้น ส่วนเหตุผลที่เหลือ เช่น ทักษะการประเมินผลการทำงานของหัวหน้างานที่ยังไม่ดีพอ รวมไปถึงความไม่ชัดเจนขององค์กรในการแจ้งให้ผู้ประเมินทราบว่า ระดับการประเมินแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไร เช่น ระดับมาตรฐานหมายความว่าอะไร แบบไหนจึงเรียกว่าได้มาตรฐาน
ระดับดีต้องดีกว่าระดับมาตรฐานขนาดไหน และระดับดีมากควรจะเป็นอย่างไร เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่ว่า คนและองค์กรส่วนมากจะมองการประเมินผลการทำงานว่า เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อใช้สำหรับการขึ้นเงินเดือน การเลื่อนตำแหน่ง และการจ่ายโบนัสเท่านั้น จึงสนใจที่จะประเมินให้ดีไว้ก่อนเพื่อประโยชน์ของพนักงานด้วยกันเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วการประเมิน ผลการทำงานยังสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาคนได้อีกด้วย ซึ่งน้อยคนนักจะคิดถึงในประเด็นนี้
วิธีการแก้ไขปัญหานี้อยู่ที่การพัฒนาแนวทางการประเมินผลการทำงานทั้งในส่วนของระบบการประเมินและในส่วนของทักษะของผู้ประเมิน รวมทั้งคนที่ถูกประเมินด้วย เนื่องจากเนื้อที่มีจำกัดผมคงจะสามารถบอกได้เพียงแค่คร่าวๆ เท่านั้น ผมจึงขอเริ่มต้นจากส่วนของการพัฒนาระบบการประเมินก่อนแล้วกัน
การพัฒนาระบบการประเมินผลการทำงานที่ดีควรจะต้องเริ่มจากการสำรวจและตรวจสอบระบบที่มีอยู่เดิมก่อน โดยเริ่มจากการเปรียบเทียบสิ่งที่องค์กรคาดหวังจากการประเมินผลการทำงานกับระบบการประเมินที่มีอยู่ เพราะบางครั้งคุณอาจจะ พบว่าสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วสามารถทำให้เกิดผลตามที่คุณคาดหวังไว้ก็ได้ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม