ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งความหวังของกลุ่มผู้ป่วยที่ต้อง เผชิญกับโรคภัยอันร้ายกาจ ไม่ว่าจะเป็นทาลัสซีเมีย ลูคีเมีย อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน อัมพาตไขสันหลัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ไขกระดูกฝ่อรุนแรง ไขกระดูกทำงานผิดปกติ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเนื้อเยื่อ ภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ฯลฯ
โรคที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาสที่จะหายขาดเลยด้วยซ้ำ
แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้มีการค้นพบว่า “การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์” คือ ทางเลือกทางรอดของผู้ป่วยเหล่านั้น
สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต คือ เซลล์ตัวอ่อนที่อยู่ในไขกระดูกที่จะเจริญเติบโตแบ่งตัวพัฒนาไปเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือดต่อไป หากสเต็มเซลล์เกิดผิดปกติก็จะทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วได้
ดังนั้นการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ก็คือ การเปลี่ยนเอาสเต็มเซลล์ใหม่ไปแทนที่สเต็มเซลล์ที่ผิดปกติ จึงเป็นการรักษาโรคที่ต้นเหตุโดยตรงและทรงประสิทธิภาพ
นั่นเพราะมีการพบว่า การรักษาด้วยวิธีนี้ทำให้โรคทาลัสซีเมียหายขาดได้ถึง 85% มะเร็งหายขาดได้ 60% โรคไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรงหายขาดได้ 65% และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่ กำเนิดหายขาดได้ 35%
แม้จะพบว่าสเต็มเซลล์เป็นความมหัศจรรย์ในการรักษา แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะใช้วิธีนี้ เพราะต้องใช้เนื้อเยื่อ เม็ดโลหิตขาวเอชแอลเอ (HLA) ที่ตรงกันหรือเข้ากันได้กับ ผู้ป่วยเท่านั้นจึงจะรักษาได้
น.พ.ปรีดา วาณิชยเศรษฐกุล กุมารแพทย์ด้านการปลูกถ่ายไขกระดูก ศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดและไขกระดูก โรงพยาบาลวัฒโนสถ ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า เนื้อเยื่อที่ตรงกันหรือเข้ากันได้นั้นส่วนใหญ่จะได้จากพี่น้องร่วมบิดามารดาของผู้ป่วยเองถึง 25-30% นอกจากนั้นแล้วก็ต้องรอปาฏิหาริย์ว่าจะมีผู้บริจาครายใดที่มีเนื้อเยื่อเข้ากันได้ โดยประสานกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย […]
Share on Facebook
คอลัมน์กรณีศึกษาฉบับ ที่ผ่านมา ดร.พัลลภา ปิติสันต์ ประธานสาขาการจัดการธุรกิจ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แนะนำกลยุทธ์และเครื่องมือทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจเครื่องแต่งกายแฟชั่นยามวิกฤตโดยได้หยิบยกกรณีศึกษาสินค้า เสื้อผ้าชุดทำงานสำหรับผู้หญิงวัยทำงาน ชื่อแบรนด์ Varitta ซึ่งมีหน้าร้านชื่อร้านเดียวกับแบรนด์เสื้อ คือ “Varitta” อยู่หลังสำนักงานการบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต มาเล่าให้ฟังถึงรูปแบบการทำตลาดที่นำทั้งเครื่องมือทางเทคโนโลยี กระบวนการจัดการและกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ซึ่งเป็นวิธีการทำตลาดที่เจาะตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีงบประมาณการตลาดจำกัด
กรณีศึกษาของร้านเสื้อ Varitta ยังเป็นกรณีศึกษาให้กับธุรกิจที่ง่ายต่อการลอกเลียบแบบ หรือมีลักษณะมาเร็วไปไวอย่างสินค้าแฟชั่น ซึ่งภาษานักการตลาดเรียกรูปแบบและกลยุทธ์ที่ Varitta ทำอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นการตลาดแบบ “below the line”
ในอีกมุมมองเกี่ยวกับกรณีศึกษาดังกล่าวที่ไม่ได้กล่าวถึงในฉบับที่ผ่านมา คือ รูปแบบและกลยุทธ์ทางการตลาดของ “Varitta” โดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.we-r-varitta.com หรือไฮไฟ www.we-r-varitta.hi5.com หรือ MSN ที่ คุณธีระดา สุพันธมาตย์ เจ้าของร้านและแบรนด์ Varitta นำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดนั้นก็เป็นวิถีทางการตลาดเพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ คือกลุ่มคนรุ่นปลายๆ ของเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ และคนเจเนอเรชั่นวายที่เริ่มทำงานได้ระยะหนึ่ง ซึ่งลักษณะเด่นของกลุ่มดังกล่าว คือ ไวต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน และเป็นปัจเจกชนที่สามารถทำงานได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ต้องบอกว่าการตลาดยุคปัจจุบัน […]
Share on Facebook
เมื่อไม่นานมานี้ สสว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ศึกษากฎหมายเพื่อรองรับข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลต่อ SMEs โดยเฉพาะ FTA ไทย-สหรัฐ และไทย-ญี่ปุ่น ในกลุ่มภาคบริการและภาคเกษตร ทั้งกฎหมายด้านแรงงาน ทรัพย์สินทางปัญญา การเงินและภาษีอากร ในโครงการ “ศึกษาวิจัยและเสนอแนะการพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อรองรับข้อตกลงระหว่างประเทศหรือพันธกรณีต่างๆ”
จากที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการทำข้อตกลงระหว่างประเทศ กับประเทศต่างๆ ไว้หลายฉบับ ซึ่งในด้านหนึ่งก็เป็นการขยายโอกาส แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่ม SMEs เองก็มีข้อจำกัดในขีดความสามารถที่ยังต้องการความช่วยเหลือในด้านกฎหมายอีกมาก และข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนากฎหมายที่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศต่อไป
โดยสรุปผลการศึกษา ในครั้งนี้พบว่ามีประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ SMEs และสมควรต้องมีการแก้ไขหลายมาตราด้วยกัน อาทิ
1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีปัญหาเกี่ยวกับการตีความในมาตรา 190 ว่า หนังสือสัญญาใดบ้างที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
2.การออกกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ ควรเร่งดำเนินการและจะต้องมีการกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น นิยามคำว่า “หนังสือสัญญา” ประเภทของหนังสือสัญญาที่จะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำกรอบการเจรจา การกำหนดขั้นตอน วิธีการ และหลักเกณฑ์ ในการจัดทำหนังสือสัญญา
3.พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ในส่วนที่เกี่ยวกับบัญชีประเภทธุรกิจที่ต้องห้าม สัดส่วนการถือครองหุ้น สัดส่วนคณะกรรมการบริหาร บทนิยามคนต่างด้าว […]
Share on Facebook
ได้มีโอกาสอยู่ร่วมวงสนทนากับนักธุรกิจของบริษัทสินค้าคอนซูเมอร์โปรดักต์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งเมื่อหลายวันก่อน เมื่อมีคนในวงการถามขึ้นมาเกี่ยวกับการคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจในปีหน้า (ปี 2552) ท่านก็ตอบคำถามไว้อย่างน่าคิดว่า โลกวันนี้เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นการวางแผนหรือ planning ในธุรกิจเป็นเรื่องที่ยาก ยากเพราะโลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วราวพลิกฝ่ามือ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็คือ ราคาน้ำมันที่ไม่กี่เดือนก่อนยังลิตรละ 40 บาท ตอนนั้นบรรดาผู้ผลิต ผู้บริโภคต่างตีโพยตีพายกันยกใหญ่ แต่เพียงไม่นานนักราคาน้ำมันก็ลดลงมาเหลือแตะๆ 20 บาทต่อลิตร ดังนั้นเมื่อสถานการณ์แทบคาดการณ์อะไรไม่ได้ สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือการต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดในวันนั้นให้ดีที่สุด ประมาณว่าต้องเตรียมรับมือพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ถ้าปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็ต้องล้มหายตายจากไปในที่สุด ถ้าเราจะลองย้อนดูมีหลายธุรกิจที่ล้มหายตายจาก จากการเปลี่ยนแปลงไปจำนวนไม่น้อย อย่างน้อยๆ ถ้ามองย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีก็คงจะเป็นวิทยุติดตามตัวที่เคยเป็นของจำเป็นแห่งยุคสมัย แต่วันหนึ่งเมื่อโทรศัพท์มือถือราคาถูกลงและมีเครือข่ายมากขึ้น บริการเหล่านั้นก็หายไป นั่นรวมไปถึงบริการโทรเลข ซึ่งปิดฉากการให้บริการไปเมื่อไม่นานมานี้ ในวันที่การสื่อสารพัฒนาไปถึงยุคหนึ่ง ยุคสมัยนี้อย่าว่าแต่โทรเลขเลย ลำพังแค่จดหมายก็แทบจะไม่มีใครเขียนถึงกันแล้ว
น่าสนใจว่าแล้วถ้าเราจะลองมองไปข้างหน้า นับจากวันนี้อีก 30 ปีจะมีธุรกิจอะไรที่ล้มหายตายจากไปบ้าง บางคนว่าบริษัทผลิตรถยนต์ซึ่งอาจจะไม่ถึงกับล้มหายตายจากไปทั้งหมด เพราะเมื่อถึงวันหนึ่งเมื่อระบบขนส่งมวลชนสาธารณะยิ่งดีวันดีคืน แทนที่จะต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ประเภท 1 คนต่อ 1 คัน คนในแต่ละครัวเรือนก็อาจจะหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น เหมือนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นวันนี้ที่แม้ราคารถยนต์จะถูกกว่าบ้านเรากว่าครึ่ง แต่กว่าจะขายรถได้สักคันเลือดตาแทบกระเด็น นั่นเพราะเคยมีคนประเมินว่า ทัศนคติของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ไว้อวดอ้างฐานะเหมือนแต่ก่อน ที่สำคัญด้วยระบบขนส่งมวลชนชั้นดี ทำให้พวกเขาเลือกที่จะใช้บริการสาธารณะมากกว่าเป็นเจ้าของรถยนต์เอง เพราะโจทย์ไม่ใช่อยู่แค่มีปัญญาซื้อรถ […]
Share on Facebook
โอกาสธุรกิจช่วงเทศกาลของขวัญ กลับมากันอีกแล้วผู้ประกอบการท่านใดที่ยังกล้าๆ กลัวๆ ขอให้มอง เทศกาลปีใหม่ วาเลนไทน์ ตรุษจีน เป็นวินาทีที่คุณจะสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
ร้านลอฟท์ เจ้าแห่งไอเดียแปลกๆ เก๋ๆ ออกมาแนะนำไอเดียสำหรับปีใหม่นี้
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ สุวิภา วรรณมโนมัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารสินค้าและการตลาด บริษัท บีเอชซี เทรดดิ้ง จำกัด เกี่ยวกับการคัดเลือกสินค้าที่จะจำหน่ายรวมทั้งเทรนด์ของขวัญปีใหม่ ที่น่าสนใจในปีนี้
ด้วยสินค้าภายในร้าน เป็นสินค้าที่คนส่วนใหญ่จะซื้อไปให้เป็นของขวัญของฝาก ดังนั้น แค่ความเก๋ของสินค้ายังไม่พอ การห่อของขวัญจะช่วยทำให้สินค้าในแผนกที่ไม่ใช่สินค้าสำหรับเทศกาลของขวัญกลายเป็นสินค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ได้เช่นกัน อย่างของใช้ส่วนตัว หรือเครื่องเขียนที่ไม่เข้ากับเทศกาล บางที ไอเดียแนวๆ แบบนี้ อาจจะช่วยให้ผู้ที่อยู่ในธุรกิจซื้อมาขายไปเกิดไอเดียในช่วงเทศกาลก็เป็นได้
ห่อแบบดั้งเดิม
ยังไงก็คนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมการห่อ รูปแบบมาตรฐานที่ธรรมดาธรรมชาติที่สุด ดั้งเดิมที่สุด เพราะวัตถุประสงค์ของการห่อแบบปิดทึบ ก็เพื่อที่จะเซอร์ไพรส์สินค้าที่อยู่ ด้านในหรือนำไปใช้จับฉลาก
สำหรับช่วงเทศกาลแบบนี้ กระดาษที่ได้รับความนิยมมีด้วยกัน 4 สีก็คือ เขียว แดง ทองและเงิน ส่วนกระดาษสาที่มีลวดลายก็ได้รับความนิยมในปีนี้เช่นกัน แต่รูปแบบการตกแต่งหีบห่ออาจจะแตกต่างไป เช่นตกแต่งด้วยการพับกระดาษแบบโอริกามิก็เก๋ไปอีกแบบ
สำหรับการห่อแบบลอฟท์ มีแนวคิดในเรื่องของการนำกลับไปใช้ใหม่ให้มากที่สุด เช่น พยายามห่อกระดาษให้มีรอยพับน้อยๆ หรือไม่ให้มีการตัดกระดาษ หรือมีการใช้สกอตเทป ปิดให้น้อยที่สุด เพื่อที่ลูกค้านำกลับมาใช้ได้ใหม่ แม้แต่ริบบิ้นก็สามารถที่จะนำมาใช้ต่อได้เลย
กล่อง ถัง […]
Share on Facebook
“ใครๆ ก็อยากมีอำนาจกัน ทั้งนั้น” ความต้องการตรงนี้อาจจะเป็นไปตามกฎของ Maslow ที่กล่าวถึง “ความต้องการของมนุษย์” ในแต่ละขั้น ซึ่งในแต่ละขั้นของความต้องการนั้นกว่าจะบรรลุได้ เราต้องมี “อำนาจ” มากพอเพื่อให้สร้างและบันดาลสิ่งต่างๆ เพื่อสนองความต้องการในแต่ละขั้นให้ได้ เช่น ความต้องการในขั้นต่ำสุดของมนุษย์ คือ ความต้องการพื้นฐาน กิน อยู่ หลับนอน เราก็ต้องมีอำนาจในระดับหนึ่งจึงจะได้มาซึ่งสิ่งที่ใจเราต้องการ
ซึ่งคนทั่วๆ ไปมักจะใช้อำนาจที่มีอยู่นั้นมาเป็นเครื่องมือ แปรเปลี่ยนให้สนองความต้องการ เช่น อำนาจในการหารายได้ เพื่อเอารายได้นั้นมาจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการ สนองความต้องการในการดำรงชีวิต ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงปัจจัยสี่ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอยู่เท่านั้น แต่รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย
แต่ “อำนาจที่เราต้องการ” เพื่อใช้ในการแสวงหา “สิ่งที่ต้องการ” นั้น มันมีที่มาจากอะไรกันแน่ เพราะถ้าเรานึกถึงคำว่า “อำนาจ” เมื่อไร เราก็จะต้องนึกถึงการ “อยู่เหนือ” คนอื่น เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ไม่ได้นึกถึงใจของคนอื่น ไม่ได้นึกถึง ผลที่จะตามมา
ถ้าตีความว่าอำนาจที่ต้องการนั้น มาจากการอยู่เหนือคนอื่น นั่นหมายความว่า เราก็กำลังจะเรียกอำนาจนั้นว่า “อิทธิพล” ซึ่งเท่ากับว่าความปรารถนาสิ่งใดของเรานั้น ก็จะต้องมาจากการ “อยู่เหนือคนอื่น” เพียงอย่างเดียว
พฤติกรรมเช่นนี้ก่อให้เกิด การเอารัดเอาเปรียบ ข่มเหง […]
Share on Facebook
เป็นที่ทราบว่าเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจประเทศไทยในปี 2552 คงจะต้องเกิดความผันผวนอย่างแน่นอน ดังนั้น ผู้นำจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำจากประเทศต่างๆ และผู้นำจากองค์กรภาครัฐ และเอกชน คงจะต้องเตรียมการป้องกันอย่างถ้วนถี่
ไม่เช่นนั้น พิษของเศรษฐกิจคงลุกลามเหมือนเลือดที่ไหลไม่หยุด จนเข้ามาทำลายเศรษฐกิจประเทศ และเศรษฐกิจขององค์กร จนทำให้ประเทศนั้นๆ หรือองค์กรนั้นๆ เกิดความเสียหายได้
เหตุนี้เอง จึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างนี้ แล้วเราในฐานะผู้นำองค์กรต่างๆ จะตั้งรับกับวิกฤตนี้อย่างไร
เพราะอย่างที่ทราบ นโยบายการเงินการคลังของแต่ละประเทศ ล้วนมีส่วนกำหนดทิศทางในการดำเนินธุรกิจของภาครัฐ และเอกชนของประเทศต่างๆ
ดังนั้น หากตั้งรับไม่ดี ไม่ถูกจุด หรือเกาไม่ถูกที่คัน โอกาสที่ประเทศนั้นๆ หรือองค์กรนั้นๆ อาจเกิดความเพลี่ยงพล้ำได้ จนทำให้เหล่าบรรดาพนักงานจากองค์กรต่างๆ อาจต้องตกงานเป็นเท่าทวีคูณ
เช่นนี้เอง จึงทำให้หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จึงขอถือโอกาสสัมภาษณ์ “อริญญา เถลิงศรี” กรรมการผู้จัดการบริษัทเอพีเอ็ม กรุ๊ป บริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็นกูรูทางด้านที่ปรึกษา และให้บริการคำแนะนำทางธุรกิจกับผู้นำหลายๆ องค์กร ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
ทั้งยังมีพันธมิตรจากหลายประเทศทั่วโลกด้วย
ถึงประเด็นเกี่ยวกับทิศทางในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลก และวิกฤตเศรษฐกิจประเทศไทยขององค์กรต่างๆ รวมทั้งในเรื่องของแบบประเมิน (assessment) และเครื่องมือ (tools) ที่จะนำมาใช้ในการแก้วิกฤตขององค์กร
เบื้องต้น “อริญญา” สะท้อนภาพรวมให้ฟังก่อนว่า…เรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจตอนนี้ ถ้ามองภาพรวม ดิฉันเชื่อว่าหลายๆ องค์กรเริ่มเตรียมการบ้างแล้ว
“โดยเฉพาะกับองค์กรระดับบน หรือ ผู้บริหารระดับสูง […]
Share on Facebook
จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของคุณเป็นอัจฉริยะหรือไม่ !!
โดยทั่วไปอาจจะใช้แบบประเมินผลข้อสอบเพื่อใช้ในการวัด IQ ของเด็ก แต่เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า แบบประเมินผล ในลักษณะนี้ก็ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ทั้ง 100% เพราะยังมีโอกาสของความเคลื่อนจาก ตัวแปรหลายๆ อย่าง เช่น อารมณ์และความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ
ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามที่จะคิดค้นวิธีซึ่งแม่นยำในการประเมินผลที่สมบูรณ์กว่า และสิ่งที่ได้ในวันนี้ก็คือ “การใช้วิธีวัดความเป็นอัจฉริยะจากลายนิ้วมือ” หลายคนได้ยินแล้วอาจจะไม่เชื่อ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะนี่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า Dermatoglyphics Multiple Intelligence หรือ DMI ที่จะสามารถวิเคราะห์สมองและสามารถรู้ถึงความถนัด จุดอ่อนและ จุดแข็งของคนจากลายนิ้วมือ
เพราะเชื่อว่า “ลายนิ้วมือ” มีความสัมพันธ์กับ “สมอง” !!
เทคโนโลยีนี้เป็นผลงานของ ดร.โรเจอร์ ดับบลิว สแปรรี่ เจ้าของโนเบลทางการแพทย์ชาวอังกฤษ ที่นำเอาองค์ความรู้และความจริงเกี่ยวกับลายนิ้วมือที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่เมื่อ 100 ปีก่อน ว่า ตั้งแต่เกิดจนตายคนเราจะมีลายนิ้วมือที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดชีวิต มาบวกรวมกับการสังเกตลายนิ้วมือของเด็กที่มีลักษณะผิดปกติทางสมองที่มีลายนิ้วมือที่เป็นเอกลักษณ์ หลังจาก ค้นพบครั้งนั้นเขาจึงทำการพัฒนาเครื่องมือ DMI ขึ้น เพื่อใช้ในการเก็บสถิติจากเด็ก 7 ล้านตัวอย่างทั่วโลก
และสร้างฐานข้อมูลชุดใหญ่ควบคู่กับการทำงานด้านจิตวิทยาเพื่อทำเป็นฐานข้อมูลใช้ในการวิเคราะห์ลักษณะของสมองในลักษณะเทียบเคียงกับรูปแบบการเรียนรู้ (learning style) และพหุปัญญา 8 ด้านของ Howard Gardner (multiple […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม