![]() |
หนาว…ไม่กลัวแดด !
แม้ว่าช่วงนี้อากาศหนาวเย็น แต่แสงแดดยังคงแรงเหมือนเดิม การดูแลผิวในหน้าหนาว นอกจากการดูแลผิวให้ชุ่มชื้นแล้ว จึงต้องไม่ละเลยการปกป้องผิวจากแสงแดด…
น.พ.วัชรพงศ์ ชูศรี แพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ แนะนำการป้องกันง่ายๆ คือ การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ปกป้องทั้งรังสียูวีเอ และยูวีบี ดูค่า SPF (sun protection factor) หรือค่าที่บ่งบอกการป้องกันแดดได้จำนวนกี่เท่าของผิวปกติ ควรเลือกที่สูงพอเหมาะกับการใช้ชีวิตและกิจกรรม เช่น ทำงานออฟฟิศ ไม่ค่อยถูกแดด เลือก SPF 15-20 ส่วนนักกีฬาที่เล่นกลางแจ้งควรเลือกประมาณ SPF 30-50 นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันเหงื่อ หรือปราศจากน้ำหอมสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ภายในผลิตภัณฑ์กันแดดมักมีส่วนประกอบพวกสารอินทรีย์ เช่น ซิงก์ หากมีมากไปก็จะทำให้ใบหน้าขาววอก ส่วนสารอนินทรีย์ เช่น น้ำมัน จะเคลือบอยู่บนผิว ถ้ามันมากเกินไปอาจทำให้เกิดผื่นแพ้ เสี่ยงต่อการเกิดสิว
ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบครีม แบบโลชั่น หรือแบบฟลูอิด (ซึ่งมีน้ำมันน้อยกว่า เบาบางกว่า ไม่เหนียวเหนอะหนะ) นอกจากนี้บางตัวยังมีส่วนผสมพวก วิตามินอี โปรวิตามินบี 5 อโรเวร่า ที่ช่วยบำรุงผิวพร้อมปกป้องรังสียูวีไปในตัว เพิ่มประสิทธิภาพให้ดีมากขึ้นกว่าการป้องกันแสงแดด
ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดให้เป็นนิสัย หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงแดดจัดและปกป้องด้วยวิธีอื่นช่วย เช่น สวมเสื้อผ้ามิดชิด กางร่ม ใส่หมวก ใส่แว่นตากันแดด
ใช้อะไร…อุดฟัน ?
“อะมอลกัม” (amalgam) เป็นวัสดุอุดฟันชนิดหนึ่งที่ผลิตจากโลหะผสม ได้แก่ ดีบุก เงิน และโลหะชนิดอื่นๆ อีกหลายชนิดประมาณ 50% และสารปรอทประมาณ 50% จึงทำให้มองเห็นเป็นสีเงินในเวลาที่เราเพิ่งจะอุดฟันเสร็จใหม่ๆ ที่น่าสนใจคือ มนุษย์เรารู้จักใช้วัสดุอะมอลกัมมานานกว่า 100 ปีแล้ว !
![]() |
แม้ว่าจะแข็งแรง ทนทาน แต่มีข้อเสียตรงที่สีไม่เหมือนสีฟันธรรมชาติ ออกไซด์จากโลหะเข้าสู่เนื้อฟันทำให้เนื้อฟันเปลี่ยนสีมองเห็นเป็นสีดำคล้ำขึ้น จึงมีการถกเถียงเรื่องความปลอดภัยกันมานาน เช่น ในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก ที่ประกาศห้ามใช้อะมอลกัมอุดฟัน
กระทั่ง FDA (องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา) ออกมายอมรับว่า สารปรอทในอะมอลกัมจะระเหยออกมาเมื่อมีการอุดฟันหรือรื้อวัสดุอุดฟัน แม้กระทั่งระหว่างการเคี้ยวที่อาจจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทในเด็กและทารกในครรภ์
S Medical Spa ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุอุดฟัน ที่มีสีธรรมชาติหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมี คุณสมบัติแตกต่างกัน ได้แก่
“เรซิ่นคอมโพสิต” เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งจะแข็งตัวได้โดยการฉายแสง เลือกสีได้ตามสีฟันของแต่ละคน ปัจจุบันมีการพัฒนาไปเพื่อให้สวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ และรองรับแรงบดเคี้ยวอาหารได้
“เซรามิก” เป็นวัสดุพอร์ซเลนที่มีส่วนประกอบของออกไซด์โลหะ สีเหมือนฟันธรรมชาติใช้สำหรับฟันที่ผุขนาดใหญ่ เป็นวัสดุที่รับแรงในการบดเคี้ยวได้มาก โดยทำเป็นอินเลย์ (inlay) จะให้ความแข็งแรงและสวยงามมากกว่าการอุดด้วยเรซิ่นคอมโพสิต
“โลหะทอง” แข็งแรงทนทานมาก เหมาะสำหรับการอุดฟันหลังโดยเฉพาะในคนไข้ที่กัดแรงมาก
…ข้อเสียอย่างเดียวคือ ราคาแพง
สุขภาพพร้อม 50 ก็เที่ยวได้
ในช่วงของการเดินทางท่องเที่ยวปลายปีอย่างนี้ แพทย์หญิงอรพิชญา ไกรฤทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แนะการเตรียมสุขภาพเพื่อ
![]() |
การท่องเที่ยว สำหรับคนวัย 50 ปีขึ้นไปในโครงการโบนัสแห่งวัยของการ
ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และไวเอตคอนซูเมอร์เฮลท์แคร์
แพทย์หญิงอรพิชญาบอกว่า…ที่คนวัยนี้เคยเข้าใจผิดว่าไม่มีกำลังวังชาเที่ยวแล้วไม่ใช่เลย ยิ่งเข้าใจเช่นนั้นยิ่งทำให้ร่างกายถดถอย การท่องเที่ยวเป็นยาอายุวัฒนะขนานหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุ เพราะทำให้ได้ออกกำลังกายไปในตัว ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แปลกใหม่ ทำให้เกิดความกระฉับกระเฉง กระชุ่มกระชวย คนไข้ของหมอกลุ่มที่ไปเที่ยวหรือหากิจกรรมที่ตนเองชอบ ทำให้ร่างกาย สมอง และจิตใจได้ฟิตอยู่เสมอ
แต่วิธีการเตรียมสุขภาพสำหรับคนวัยนี้สิ่งแรก คือ อาหาร ต้องรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับประทานผักผลไม้ให้ครบ 5 สี เพื่อให้ได้วิตามินและเกลือแร่ที่คนวัยนี้ต้องการมากเป็นพิเศษ เช่น วิตามิน บี, บี 12, ซี, อี, สังกะสี และกรดโฟลิกเพื่อช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานและป้องกันโรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร อาจจะเลือกทานวิตามินและเกลือแร่เสริมก็ได้ง่ายและสะดวก
สิ่งที่ 2 คือการออกกำลังกาย เวลาท่องเที่ยวต้องมีการเดินพอสมควร ร่างกายจะได้พร้อม ไม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเร็วเกินไป นอกจากนี้ควรตรวจเช็กสภาพภูมิอากาศและพื้นที่ที่กำลังจะไปท่องเที่ยวด้วย เพื่อเตรียมเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าที่เหมาะสม อาจต้องเตรียมออกซิเจนกระป๋องในสภาพที่อากาศมีความกดดันต่ำ
ที่สำคัญอย่าลืมจัดการเรื่องอารมณ์ให้แจ่มใส ควรทำจิตใจให้สบาย คิดไว้เสมอว่าเราจะไปเที่ยวเพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายใจให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปนะ
สมองแก่ …แก้ได้ !
เก็บตกหัวข้อน่าสนใจในงานไบโอเอเชีย 2008 เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ บรรยายโดย ดร.แกรี่ สมอล ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์พฤติกรรมและจิตเวช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเกี่ยวกับ อายุรศาสตร์และความจำ จากมหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ สหรัฐอเมริกา…
การรักษาโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ที่ดีที่สุด คือ การตรวจให้รู้ตั้งแต่เนิ่นๆ และการป้องกัน โดยมี 3 วิธีง่ายๆ ก็คือ การตรวจสแกนสมองด้วยเครื่องเพ็ตเพื่อดูว่ามีการจับของสารบ่งชี้สมองเสื่อมชื่อ FDDNP มากเพียงใด การตรวจหายีนบ่งชี้อัลไซเมอร์ที่ชื่อ “อะโปอี (APOE4)” และการตรวจด้วยการให้ทำ แบบทดสอบสมอง
อย่างไรก็ตาม โรคสมองเสื่อมนั้นมีหลายแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นอัลไซเมอร์เสมอไป พูดง่ายๆ คือ อัลไซเมอร์เป็นสมาชิกของโรคสมองเสื่อม แต่โรค สมองเสื่อมไม่จำเป็นต้องเป็นอัลไซเมอร์เสมอไป อาจเกิดจากหลอดเลือดตีบ โรคพันธุกรรม หรือแม้แต่จากยาบางชนิด
สิ่งสำคัญที่ ดร.แกรี่เน้นคือ ต้องรู้เท่าทันสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ซึ่ง สาเหตุหลักมี 4 อย่าง คือ อายุที่มากขึ้น มีประวัติครอบครัวญาติใกล้ชิดเป็น สมองเสื่อม เคยประสบอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือนและมียีนสมองเสื่อม “อะโปอี4″ อยู่
สำหรับการป้องกันใช้หลักเดียวกับเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ (antiaging) เน้นที่การปรับวิถีชีวิตก่อนโดยไม่พึ่งยา อาทิ การกินอาหารสุขภาพพวกปลา ผัก และผลไม้ (ประเทศญี่ปุ่นที่คนนิยมกินปลาทำให้สมองค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ขณะที่ประเทศอินเดียพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จำนวน 1 ใน 100 ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดี เนื่องจากคนอินเดียนิยมกินขมิ้นซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสมอง) นอกจากนี้ ดร.แกรี่ยังแนะนำให้ออกกำลังเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง
สุดท้ายคือ ลดความเครียดลง เพราะความเครียดทำลายเนื้อสมองส่วนความจำ
คอลัมน์ HEALTH
โดย เกด-ริน
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.










ความรู้ยอดนิยม