Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

คลิปหลุดจางจื่ออี้ Zhang Ziyi on the Beach

 

กลายเป็นประเด็นภาพหลุดสุดฉาวประจำปี 2009 ไปแล้ว เมื่อภาพสุดนัวเนียของ “จางจื่ออี้” ดาราสาวคนดังของชาวจีนและคู่หมั้นมหาเศรษฐีกลางชายหาดหลุดออกมาทั่วอินเตอร์เน็ต จนสร้างความเดือดดาลให้กับดาราสาวเจ้าบทบาทผู้นี้อย่างมาก
       
       ภาพถ่ายจำนวน 81 ภาพฝีมือปาปาราซซีของดาราสาว จางจื่ออี้ และคู่หมั้นหนุ่มมหาเศรษฐี วีวี เนโว ซึ่งกำลังหวานชื่อตามประสาคู่รักที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กันในไม่อีกกี่เดือนข้างหน้านี้ ได้ถูกนำออกมาเผยแพร่ครั้งแรกที่เว็บไซต์ X17online.com และไม่นานก็ได้ระบาดมาถึงเว็บไซต์ในเมืองจีนอย่างรวดเร็ว ซึ่งทาง Sina.com.cn. เผยว่าบางเว็บไซต์ที่นำรูปสุดสาบหวิวของทั้งคู่ไปลงถึงกับเว็บล่มจากจำนวนผู้ที่เข้ามาชมเกินกว่าที่ทางเว็บจะรับได้
       
       ภาพดังกล่าวที่ดาราสาวอยู่ในสภาพกึ่งเปลือย และว่าที่สามีที่กำลังนวดคลึงและดอมดมว่าที่เจ้าสาวของเขานั้น ได้รับการเปิดเผยจากหลายๆ แหล่งข่าวว่าถูกถ่ายที่ชายหาดส่วนตัวของวีวี ที่อยู่แถบทะเลแคลิบเบียนนั่นเอง
       
       ”เมื่อเธอรู้เรื่องภาพดังกล่าวไปโพสต์ทางเน็ต เธอหัวเสียมากๆ” ผู้ช่วยของดาราสาวเผยต่อทาง Western China Metropolis Daily เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
       
       ”มันเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล จื่ออี้และคู่หมั้นของเธอกำลังพักผ่อนในชายหาดส่วนตัวและดำเนินกิจกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ธรรมดาๆ การเผยแพร่ภาพดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง” ประชาสัมพันธ์ของดาราสาวขวัญใจชาวจีนกล่าว โดยเสริมว่าเธอกำลังดำเนินเรื่องที่จะลบภาพที่ไม่อยากให้ใครๆ ได้ดูนี้ออกจากโลกไซเบอร์ให้หมด แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินเรื่องทางกฏหมายด้วยหรือไม่
       
       การมาถึงของภาพสยิวดาราดังครั้งนี้ เกิดขึ้นพอดิบพอดีกับวันที่ทางการจีนได้ประกาศเตรียมกวาดล้างเว็บไซต์ที่ทางการอ้างว่า “เผยแพร่ภาพอนาจารเป็นภัยต่อเยาวชนในชาติ” ที่รวมไปถึงเจ้าพ่อเชิร์ชเอนจิ้นของโลกอย่าง google และเว็บสุดฮิตของจีนอย่าง Baidu อีกด้วย

       “จางจื่ออี้” หรือที่แฟนๆ หนังคุ้นชื่อจาก “จางซียี่” ที่ช่วงหลังอาจจะไม่ได้ออกมาโชว์เนื้อหนังมังสาบนแผ่นฟิล์มให้แฟนๆ ได้ยลกันบ่อยนัก เพราะอภิสิทธิ์ดังกล่าวถูกจับจองแล้วโดยคู่หมั้นหนุ่มอภิมหาเศรษฐีที่เตรียมจะลั่นระฆังวิวาห์กันอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้
       
       แฟนๆ ไม่ต้องตกใจว่าหนุ่มวัยกลางคนที่ไหนมานวดคลึงและดอมดม จางจื่ออี้ ดาราสาวชาวจีนวัย 29 […]

ค้นหา อัจฉริยะ ในตัวเอง

ในสมัยหนึ่งคนเชื่อว่า การที่คนเราจะ ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างจะต้องประกอบด้วย Q ทั้ง 3 ตัวเป็นหลัก นั่นคือ ไอคิว อีคิว และเอคิว

แต่มาถึงยุคนี้ต้องบอกว่า ไม่พอเสียแล้ว

เรื่องนี้เป็นมุมมองของนักจิตวิทยายุคใหม่ที่เชื่อว่า ความสำเร็จของคนคนหนึ่งต้องพึ่งพาอาศัย Q ถึง 6 ตัวด้วยกัน หรืออย่างที่เขาเรียกว่า 6Qs ที่ ผศ.ธีระศักดิ์ กำบรรณารักษ์ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านไอคิว และเอคิว ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ไว้ในหนังสือ “ชนะชีวิตคิดอย่างอัจฉริยะ” หรือ Genius 6 Qs

มาดูกัน 6Qs ที่ว่านี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

IQ -Intelligence Quotient คือ อัจฉริยะ ความเก่ง

EQ -Emotional Quotient คือ อัจฉริยะความสุข

AQ -Adversity Quotient คือ อัจฉริยะความสำเร็จ

MQ -Moral Quotient คือ อัจฉริยะความเข้มแข็ง

HQ -Health Quotient คือ อัจฉริยะความดี

SQ -Spiritual Quotient […]

มหิดลสรุปผู้ประกอบการยุค Gen-Y

ตลอดปี พ.ศ.2551 ทีมคณาจารย์ของวิทยาลัยการจัดการฯ ได้มีการศึกษา และวิจัยถึงลักษณะ วิธีคิด และรูปแบบการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เรียกกันว่า generation Y และได้มีการเผยแพร่กรณีศึกษาธุรกิจของคนกลุ่มนี้ผ่านคอลัมน์กรณีศึกษาเซ็กชั่นของนิวบิซ (NewsBiz) มาตลอดปี สำหรับฉบับนี้จะขอนำผลลัพธ์บางส่วนที่ได้จากการทำการศึกษาวิจัยผู้ประกอบการรุ่นนี้มาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้

โดยเฉพาะทิศทางของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่เราเรียกว่า ผู้ประกอบการ เจเนอเรชั่น Y นั้นเป็นเทรนด์ของผู้ประกอบการและเป็นอนาคตของ เมืองไทยที่น่าสนใจ จากการศึกษา ของมหาวิทยาลัยมหิดลเชื่อแน่ว่าการพัฒนาผู้ประกอบการในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นแนวทางของสถาบันการศึกษาก็ดี หรือแม้แต่นโยบายของภาครัฐที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ๆ ก็ดี จะได้นำเอาลักษณะเหล่านี้ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาสำหรับผู้ประกอบการในอนาคตได้

1.คนเจเนอเรชั่นวายเป็นกลุ่มคนที่ ไวต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน และแต่ละคนจะทำงานได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

2.กลุ่มของเจเนอเรชั่นวายที่เป็นผู้ประกอบการใหม่ มักจะเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาสูง มีทักษะความรู้ด้านเทคนิคและเทคโนโลยี มีความกล้าที่จะเสี่ยงหากคนกลุ่มนี้มีภูมิหลังมาจากครอบครัวประกอบธุรกิจ คนกลุ่มนี้จะไม่ยึดติดกับกรอบวิธีที่ปฏิบัติสืบต่อๆ กันมาในรุ่นของพ่อแม่ พวกเขาพร้อมที่จะทำลายกฎแม่แบบการเป็นผู้ประกอบการที่รุ่นพ่อแม่ที่ได้ทำมา

ส่วนกลุ่มเจเนอเรชั่นวายที่ไม่มีกิจการครอบครัว คนกลุ่มนี้จะสามารถสร้างแม่แบบหรือต้นแบบกระบวนการในการทำธุรกิจของตนเองขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการที่จะพัฒนาองค์กรหรือก่อตั้งองค์กร “จากศูนย์” เหล่านี้มักจะใช้เทคโนโลยีล่าสุดและเทคโนโลยีที่เพิ่งเริ่ม (เช่น อินเทอร์เน็ตและเครื่องมือที่ช่วยทำธุรกิจแบบเสมือน) และสร้างสินค้าและบริการให้กับ คอนซูเมอร์ในเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์

3.ผู้ประกอบการรุ่นเจเนอเรชั่นวายต่างมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในยุคของ อินเทอร์เน็ต การสื่อสารผ่านดาวเทียมและไบโอเทคโนโลยี คอนเซ็ปต์ของ “กรีน” เทคโนโลยี ภาวะโลกร้อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มีในรุ่นพ่อแม่

4.การเติบโตอย่างรวดเร็วในการสื่อสารและเทคโนโลยี ทำให้คนเจเนอเรชั่นวายมีประสบการณ์ที่กว้างขวาง มีโลกทัศน์ช่วยสร้างความเป็นเป้าหมายให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ มองเครือข่ายการทำธุรกิจ มองตลาดและรูปแบบธุรกิจในที่ระดับที่ มากกว่าการทำธุรกิจท้องถิ่น มุมมองดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้เล็ง […]

“เทิร์ดเพลส” ของ “คุณแม่”

จะว่าไป คำว่า “สถานที่แห่งที่ 3″ หรือ “เทิร์ดเพลส” (third place) นั้นเป็นคำแห่งยุคสมัยที่นักการตลาดบอกว่า เป็นแหล่งพักพิงระหว่างวัน ระหว่างทางตอนเช้าจากที่บ้านมาถึงที่ทำงาน ระหว่างวันทำงานที่ คนเราไม่อยากนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ หรือแม้แต่กระทั่งตอนเย็นหลังจากเลิกงานแล้วยังไม่อยากตรงดิ่งกลับบ้าน

“สตาร์บัคส์” แบรนด์ร้านกาแฟยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ประสบความสำเร็จจากการยึดเอาแนวคิดนี้มาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยวางไว้ว่าสตาร์บัคส์จะเป็นมากกว่า ร้านที่ขายกาแฟ แต่จะเป็นเหมือนสถานที่แห่งที่ 3 ที่ให้คนเข้ามาพำนัก หยุดพัก เบรกตัวเองสักพัก ก่อนที่จะกลับออกไปสู้งานต่อ

ว่ากันว่าการมายังสถานที่แห่งที่ 3 จึงเป็นเหมือนการให้รางวัลกับตัวเอง เป็นรางวัลเล็กๆ ที่สามารถเกิดขึ้นด้วยการนั่งจิบกาแฟ ฟังเพลง กินขนมสักชิ้น แล้วกลับไปนั่งทำงาน

ไม่ใช่แต่เฉพาะคนทำงานและมนุษย์เงินเดือนเท่านั้นที่ต้องการสถานที่แบบนี้ ในอังกฤษเริ่มมีผู้ประกอบการที่ลุกขึ้นมาสร้าง “เทิร์ดเพลส” สำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะนึกถึงมากนักอย่างบรรดาคุณแม่มือใหม่และคนที่กำลังจะเป็นแม่ โดยพยายามออกแบบธุรกิจให้เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ คลายเครียดและเป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตที่แสนจะเหนื่อยหนักของผู้หญิง

เพราะจะว่าไปแม้จะมีสถานที่มากมายที่จะให้คุณแม่ไปดื่ม ไปช็อป ไปดูภาพยนตร์ แต่สถานที่ที่มีอยู่อย่างห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ฯลฯ กลับไม่ได้ตอบสนองความต้องการของคุณแม่อย่างแท้จริง บ้างก็ไม่สามารถให้เด็กเล็กๆ เข้า มากไปกว่านั้น ยังไม่มีพื้นที่ชัดเจนที่คุณแม่จะได้ใช้เวลาพักผ่อนโดยไม่ต้องเป็นห่วงและพะวงกับคุณลูก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไอเดียนี้ “โดนใจ” บรรดาคุณแม่อย่างจัง และเป็นเหตุให้ “คลับสำหรับคุณแม่” กำลังได้รับความนิยมมากในอังกฤษ

ลองมาดูว่า […]

iF Design Award รางวัลของนักคิด

หลังจากที่เปิดตัวคอลเล็กชั่น “เกี่ยวก้อย” เมื่อกลางปี 2551 ที่ผ่านมา โดยการออกแบบของ ม.ล.ปรเมศ วรวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิกก้า จำกัด เจ้าของไอเดียสินค้าตกแต่งบ้าน แบรนด์ “Voravan” ในปีนี้ ผลงาน “เกี่ยวก้อย” เพิ่งจะได้รับรางวัล iF Produce Design Award 2009 จากประเทศเยอรมนี มาหมาดๆ จากการคัดเลือกโปรดักต์ที่มีผู้ส่งประกวดจากทั่วโลกกว่า 2,000 ชิ้น และคัดเลือกเหลือเพียง 800 ชิ้นเท่านั้น

ซึ่งผลงานทั้งหมดจะได้นำไปจัดแสดงใน iF Exhibition ที่ที่เป็นศูนย์รวมของโปรดักต์ดีไซน์สุดยอดของโลก และยังเป็นศูนย์รวมของนักออกแบบที่จะต้องหลั่งไหลกันไปดูผลงานใหม่ๆ เทรนด์ใหม่ๆ ในแต่ละปี อีกด้วย

ผู้คนที่สนใจผลงาน “เกี่ยวก้อย” ปีใหม่นี้มี คอลเล็กชั่นใหม่ออกมาแล้ว 2 คอลเล็กชั่น ก็คือ Keawkoi WILD Collection และ Pot Stand

Keawkoi WILD Collection มีความหนาราวๆ 30 […]

สนช. ปี 2552 ปักธง… พัฒนา SMEs มีนวัตกรรม

สัมภาษณ์

ในปี 2552 นี้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้การสนับสนุนเอสเอ็มอีในเรื่องของการสร้างนวัตกรรม ทั้งการพัฒนางานวิจัยไปสู่การทำในเชิงธุรกิจ

ทิศทางของ สนช.ที่ผ่านมามีบทบาทหลักๆ ก็คือ ทำให้งานวิจัยพัฒนา จนกระทั่งเกิดเป็นธุรกิจได้ แต่สำหรับปีนี้การพัฒนาดังกล่าวไม่เพียงพอจากสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่หดตัวลง และผู้ประกอบการเองก็จะต้องปรับตัวมากขึ้น

วันนี้ สนช.จะปักธงในการพัฒนาเอสเอ็มอีอย่างไร ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนงานและแนวคิดที่จะทำ ในปีนี้

- วางยุทธศาสตร์ในปี 2552 อย่างไร

หลักๆ ก็คือ โครงการเกษตรอินทรีย์เรามีผู้ประกอบการที่ทำเรื่องสบู่ออร์แกนิกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ชื่อ เชียงใหม่ ออแกนิกส์ แอนด์ สปา ซึ่งเขาแทบไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจเลย เพราะเป็นนิชมาร์เก็ตในกลุ่มที่ลูกค้าต้องการ มีตลาดที่ชัดเจน

จุดขายที่สำคัญของไทยก็คือ สุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ยังเป็นหัวใจหลัก เราเคยคุยกับสภาอุตสาหกรรมฯเพื่อให้การสนับสนุน โดยพยายามจะบอกว่าควรมีการกำหนดบทบาทประเทศไทยให้เป็นคลีนแอนด์กรีน ประเทศไทยเรามีรากฐานการสร้างนวัตกรรมของประสบการณ์ คือเราจะเรียกว่าเศรษฐกิจประสบการณ์ก็ได้ เราจึงได้เปรียบในเรื่องนี้

- ทิศทางในการพัฒนาจะเป็นไปอย่างไร

กำลังซื้อที่หดหายไปของเศรษฐกิจในปีนี้ ทำให้การหมุนเวียนของเงินก็ดี คนว่างงานก็ดี ก็จะทำให้กำลังการผลิต ลดลงเพราะออร์เดอร์ที่ลดน้อยลง รายได้ของประเทศจะ

น้อยลง แต่ในทางกลับกัน กลับเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการทำนวัตกรรม มากขึ้น พอโออีเอ็มน้อยลงก็ต้องกระเสือก กระสนหาสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เพราะโออีเอ็มไม่มีอะไรที่ทำให้แตกต่างกันเลย

เรื่องของเซอร์วิสกับโซลูชั่น จึงเป็นแนวทางของประเทศไทยอย่างหนึ่งในภาคเซอร์วิส ในอุตสาหกรรมภาคบริการ […]

เซ็นทรัล = ความแข็งแกร่งที่คน (1)

การยืนยาวบนตำแหน่งแชมป์ ห้างสรรพสินค้า-ศูนย์การค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องยาวนานของ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล การยึดครองตำแหน่งสำคัญในทำเลทองต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯและหัวเมืองต่างจังหวัด และชื่อเสียงแห่งความยิ่งใหญ่ที่ยืนยงมากว่าครึ่งศตวรรษ พิสูจน์ให้เห็นว่าเซ็นทรัลเป็นป้อมค่าย หรือป้อมปราการที่แข็งแกร่ง ยากยิ่งต่อการตีแตก หรือเอาชนะ อย่างน้อยก็ในเวลาร่วม 60 ปี นับจากเริ่มก่อตั้งห้างเซ็นทรัล เมื่อ พ.ศ.2490

เป็นที่รู้กันอยู่ว่า พลานุภาพของป้อม ค่ายใดๆ ไม่ได้อิงอาศัยทำเลที่ได้เปรียบและความแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่แก่นแท้ของพลังและความแข็งแกร่งนั้นอยู่ที่คน ตั้งแต่ระดับแม่ทัพ นายกอง ถึงพลทหาร

ความคุ้นเคยเป็นพลัง

เซ็นทรัลเป็นธุรกิจของตระกูลจิราธิวัฒน์ ความยืนยงของธุรกิจตระกูลต่างๆ ในเมืองไทยมีคำกล่าวเชิงท้าทายว่า “รุ่นปู่สร้างรุ่นพ่อขยาย รุ่นลูกผุพัง รุ่นหลานล่ม สลาย” ธุรกิจตระกูลมีแนวต้านอยู่ที่ผ่าน 3 generation ได้หรือไม่ และผ่านไปในสภาพแบบไหน

ผู้ติดตามสถานการณ์ยังมองแนวโน้มเช่นนี้ออก ผู้สร้างธุรกิจตระกูลขึ้นมาย่อมมองออกและเห็นภาพที่ชัดเจนเช่นกัน

ตระกูลจิราธิวัฒน์ในช่วงต้นนำวัฒนธรรมจีนมาใช้อบรมบ่มเพาะคน และสร้างสายการบังคับบัญชาสำหรับคนในตระกูล จุดสำคัญคือสร้างความเป็นครอบครัวตั้งแต่เกิด ใช้ระบบอาวุโสตามอายุ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำงานตามความสามารถ

มองภาพผู้ก่อตั้งห้างเซ็นทรัลจะเห็น เรื่องนี้ได้ชัดเจน

เตียง จิราธิวัฒน์ ชาวจีนจากเกาะไหหลำ มีภรรยา 3 คน หวาน (เสียชีวิตไปก่อน) บุญศรี และวิภา ซึ่งให้กำเนิดบุตรธิดาตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่นับเป็น generation ที่สอง จำนวน 26 […]

เตรียมรับมือองค์กรฝ่าวิกฤต ด้วยเครื่องมือ 2 L และ 2 S

เป็นที่ทราบว่าในปี 2552 นี้หลายคนมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย

นั่นหมายความว่าองค์กรต่างๆ อาจเลือกหรือตัดสินใจเลย์ออฟพนักงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งระบบ ก่อนที่เส้นเลือดใหญ่จะขาดผึง แล้วทำให้พนักงานทั้งระบบเกิดอาการตายหมู่

กล่าวกันว่า การตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงและผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์นั้น ไม่ต่างอะไรกับซาตาน ที่เมื่อเศรษฐกิจดีก็ประกาศรับพนักงานเพิ่มอย่างไม่อั้น แต่เมื่อเศรษฐกิจเกิดอาการพังพาบ เขาก็เลือกที่จะฆ่าพนักงานก่อน

เพราะเห็นว่าพนักงานเหล่านี้คือต้นเหตุหลักที่ทำให้บริษัทแบกภาระต้นทุนทั้งระบบ ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้บริษัทเดินต่อไปได้คือต้องเอาพนักงานเหล่านั้นออก

ยิ่งเฉพาะพนักงานระดับล่างๆ

มูลเหตุเช่นนี้เองจึงทำให้นโยบายของ ผู้บริหารระดับสูงถูกถ่ายทอดลงมาจนถึงฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ต่างๆ ที่จะต้องทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้เงินที่ลงทุนไปจะต้องได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

คุ้มค่าทั้งต่อองค์กร พนักงาน

คุ้มค่าทั้งต่อสินค้า และผลกำไรที่จะ ตามมา

ยิ่งเฉพาะในเรื่องของการพัฒนา ศักยภาพของพนักงานนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะหลายๆ องค์กรต่างปรับกลยุทธ์ให้พนักงานทุกฝ่าย ทุกระดับชั้น ทำงานในทางระนาบ

หมายความว่า จะต้องทำงานได้ทุกอย่าง และจะต้องทำงานอย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย ฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรและองค์กรในปี 2552 หลายฝ่ายจึงมองว่า น่าจะเป็นยุคมืดของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์เสียแล้ว

เพราะใครล่ะจะใช้เงินไปกับการพัฒนาบุคลากรและองค์กร

เพราะเห็นอยู่แล้วว่า ในสถานการณ์ อย่างนี้หัวหอกหลักน่าจะเป็นฝ่ายขาย ฝ่ายคิดค้นโปรดักต์ เหตุเช่นนี้เองจึงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาบุคลากรและองค์กรจึงต่างประหวั่นพรั่นพรึง

จึงต่างหันมาแก้เกม

เพื่อที่จะอยู่รอดให้ได้ในปี 2552 นี้

“อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา” กรรมการผู้จัดการบริษัท ออร์คิด สลิงช็อท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาและพัฒนาบุคลากรและองค์กร ก็เกิดความรู้สึกนี้เช่นกัน พร้อมกับประเมินสถานการณ์ให้ฟังว่า…

“คิดว่าสถานการณ์ปี 2552 คงแย่ เพราะผู้บริหารของแต่ละองค์กรคงจะต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่เชื่อว่าคงไม่ถึงกับตัดงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรและองค์กร เพียงแต่ผู้บริหารอาจต้องมานั่งคิดว่า เมื่อลงทุนไปแล้ว ผลลัพธ์ที่กลับมาจะคุ้มหรือไม่”

พร้อมกันนั้น […]