สัมภาษณ์
![]() |
ในปี 2552 นี้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้การสนับสนุนเอสเอ็มอีในเรื่องของการสร้างนวัตกรรม ทั้งการพัฒนางานวิจัยไปสู่การทำในเชิงธุรกิจ
ทิศทางของ สนช.ที่ผ่านมามีบทบาทหลักๆ ก็คือ ทำให้งานวิจัยพัฒนา จนกระทั่งเกิดเป็นธุรกิจได้ แต่สำหรับปีนี้การพัฒนาดังกล่าวไม่เพียงพอจากสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่หดตัวลง และผู้ประกอบการเองก็จะต้องปรับตัวมากขึ้น
วันนี้ สนช.จะปักธงในการพัฒนาเอสเอ็มอีอย่างไร ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนงานและแนวคิดที่จะทำ ในปีนี้
- วางยุทธศาสตร์ในปี 2552 อย่างไร
หลักๆ ก็คือ โครงการเกษตรอินทรีย์เรามีผู้ประกอบการที่ทำเรื่องสบู่ออร์แกนิกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ชื่อ เชียงใหม่ ออแกนิกส์ แอนด์ สปา ซึ่งเขาแทบไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจเลย เพราะเป็นนิชมาร์เก็ตในกลุ่มที่ลูกค้าต้องการ มีตลาดที่ชัดเจน
จุดขายที่สำคัญของไทยก็คือ สุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ยังเป็นหัวใจหลัก เราเคยคุยกับสภาอุตสาหกรรมฯเพื่อให้การสนับสนุน โดยพยายามจะบอกว่าควรมีการกำหนดบทบาทประเทศไทยให้เป็นคลีนแอนด์กรีน ประเทศไทยเรามีรากฐานการสร้างนวัตกรรมของประสบการณ์ คือเราจะเรียกว่าเศรษฐกิจประสบการณ์ก็ได้ เราจึงได้เปรียบในเรื่องนี้
- ทิศทางในการพัฒนาจะเป็นไปอย่างไร
![]() |
กำลังซื้อที่หดหายไปของเศรษฐกิจในปีนี้ ทำให้การหมุนเวียนของเงินก็ดี คนว่างงานก็ดี ก็จะทำให้กำลังการผลิต ลดลงเพราะออร์เดอร์ที่ลดน้อยลง รายได้ของประเทศจะ
น้อยลง แต่ในทางกลับกัน กลับเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการทำนวัตกรรม มากขึ้น พอโออีเอ็มน้อยลงก็ต้องกระเสือก กระสนหาสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เพราะโออีเอ็มไม่มีอะไรที่ทำให้แตกต่างกันเลย
เรื่องของเซอร์วิสกับโซลูชั่น จึงเป็นแนวทางของประเทศไทยอย่างหนึ่งในภาคเซอร์วิส ในอุตสาหกรรมภาคบริการ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นหัวหอกสำคัญคงหนีไม่พ้นที่จะต้องนำไอทีเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น รวมทั้งการสร้างนวัตกรรมบนฐานวัฒนธรรม เช่น การออกแบบดีไซน์ที่ตั้งอยู่บนเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม แพ็กเกจจิ้งสวยๆ หรือการออกแบบแฟชั่นตามอิตาลีเราคงไม่ทำ แต่การทำนวัตกรรมต้องอยู่บนเอกลักษณ์ของประเทศไทย
ด้านโซลูชั่น การแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมทางการเกษตรเป็นหัวใจสำคัญ แต่ไม่ใช่สินค้าหรือการส่งออกทางการเกษตร เราน่าจะเป็นคนให้ทางเลือกของการจัดการด้านการเกษตร เช่น สุขอนามัยในอาหาร ทำอย่างไรให้ไข่ไก่มีแบรนด์ประเทศไทยเกิดขึ้น ในเรื่องของเมลามีนเกษตรกรเรามีภาพลักษณ์ในการสั่งสมประสบการณ์เพียงพอที่จะไม่ใช้เคมีต่างๆ ที่ไม่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เราสามารถที่จะให้เป็นผู้บริโภคมีทางเลือกได้
หรือในอีกทางหนึ่ง การเผยแพร่หรือนำไลเซนส์ไปขายให้กับประเทศอื่นๆ เช่น ระบบการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ปลาการ์ตูน ไม่เพียงแต่เราจะสร้างในประเทศ แต่เราจะขายไอเดียให้กับประเทศต่างๆ
หรือตอนนี้เรื่องของหน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์มีคุณค่าอาหารสูง ให้ไฟเบอร์เหนือกว่าหน่อไม้ไทย และยังใช้วิตามินซีเหนือกว่า 3 เท่า เมื่อเรามีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นมา เราสามารถที่จะให้บริการในการปลูกหรือวางระบบในเวียดนามหรือประเทศอื่นๆ ก็ได้
- แล้วอย่างนี้จะไม่เป็นการสร้างคู่แข่งทางเศรษฐกิจ
จุดสำคัญการสร้างนวัตกรรมต้อง ใหม่ ถ้าเราเอาไปให้เขาและเขามาเป็นคู่แข่ง แสดงว่าเราไม่มีความชำนาญ ที่สำคัญคือการวางแผนครบวงจร คือเราไปจัดการให้กับเขา มันจะต้องเอื้อประโยชน์ให้กับเราด้วย
ยกตัวอย่างในระดับบริษัท เราจะไม่ไปปลูกหน่อไม้ฝรั่ง แต่เราจะจัดการเรื่อง ส่งออก หรือสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ หรือสร้างระบบตรวจสอบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แทน เรื่องหน่อไม้ฝรั่งเรามีระบบต่างๆ ที่สามารถทำได้ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการเกษตร หรือถ้าเราจะขายเรื่องการเลี้ยงไก่ ทาง ซี.พี.สามารถที่จะนำระบบนี้ไปใช้ในจีน เวียดนาม เลี้ยงไก่ ปลาทับทิม
- ในบทบาทของ สนช.กับการสร้างธุรกิจจะทำอย่างไรบ้าง
เป็นส่วนที่ขยายผล ถ้าในแนวทางเดิมที่เริ่มจากการสร้างนวัตกรรมไปสู่ธุรกิจเลย มันพิสูจน์แล้วว่าไม่สำเร็จ เราจะต้องมีการมองหานวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยพัฒนา ต่อไปจะไม่ใช่แนวคิดของนักวิจัยคนใดคนหนึ่ง แต่จะเป็นการนำเอาหลายๆ แนวคิดมา ผสมผสานกันก่อนให้เกิดเป็นธุรกิจได้จริงก่อน ซึ่งในอนาคตเราจะก้าวไปสู่การร่วมลงทุนที่ใหญ่มากขึ้น เช่น โครงการข้าว GABA Rice ทำกับบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ลงทุนราว 20 ล้าน
หรือบริษัท เจแปน เอเชีย อินเวสเม้นท์ จำกัด ก็มาลงทุนเพื่อจะทำเรื่องไทยฟู้ด แต่การที่ผู้ประกอบการจะเข้าไปได้ก็คือ ต้องแต่งตัวให้ดี มีการจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ระบบบัญชีให้พร้อม เราจะมีกองทุนร่วมลงทุน 200-500 ล้านบาทต่อ 1 กองในธุรกิจนวัตกรรมสำหรับขนาดเล็กและกลางอยู่แล้ว
- บทบาทของการสร้างเครือข่ายจะทำอย่างไร
ปีหน้าเราสร้างเครือข่ายมีประมาณ 20 เครือข่าย ครอบคลุมทางด้านการเงิน การลงทุน ทางด้านวิชาการ การพัฒนา และรวมถึงเครือข่ายนวัตกรรม เครือข่ายนี้จะเป็นการขยายเครือข่ายโดยเน้นภูมิภาคมากขึ้น ที่ทำไปแล้วก็คือเราร่วมกับเครือข่ายพิษณุโลกที่เราทำกับหอการค้าพิษณุโลก เครือข่ายล้านนาที่เชียงใหม่ เครือข่ายร้อย แก่นมหากาฬ (ร้อยเอ็ด ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม) มี 4 จังหวัดที่กำลังดำเนินการในขณะนี้
ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้จะเห็นภาพของการสร้างเครือข่ายและการก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้นอย่างแน่นอน
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.









ความรู้ยอดนิยม