ราศีเมษ Aries (13 เม.ย.-13 พ.ค.)
ความรัก ความสัมพันธ์ของคุณ 3 ถ้วย มีเรื่องให้รื่นเริงยินดี อยู่ในกลุ่มเพื่อนฝูงที่สนิทสนมชอบพอกัน บางคนจึงได้โอกาสเปิดตัวแฟนให้ใครๆ รู้จัก แต่ถึงเป็นโสดก็มีแต่เรื่องดีๆ ล่ะ
ข้อคิดชีวิตคุณช่วงนี้ มหาดเล็กถ้วย โลกนี้มีทั้งข่าวดีข่าวร้าย แต่ทุกครั้งที่เงี่ยหูฟังสัญญาณที่ลอยมากับลม บางทีคุณก็เลือกได้ว่าจะรับข่าวไหน
ราศีพฤษภ Taurus (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)
ความรัก ความสัมพันธ์ของคุณ ราชินีดาบ เป็นช่วงเวลาที่หนักและเหนื่อย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ความสัมพันธ์ทั่วไปมีเรื่องกระทบกันได้ง่ายและหนัก
ข้อคิดชีวิตคุณช่วงนี้ The Star มองไปข้างหน้าด้วยความหวังค่ะ และอย่าลืมมองคำว่า “เพื่อน” ให้ลึกซึ้งด้วย
ราศีมิถุน Gemini (14 มิ.ย.-14 ก.ค.)
ความรัก ความสัมพันธ์ของคุณ 2 เหรียญ เหนื่อยใจไม่น้อย เหมือนจับแพะชนแกะต้องแก้ปัญหาไปวันๆ บางคนมีรักมากกว่า 1 ถึงเวลาก็…ต้องเอาตัวรอดให้ได้
ข้อคิดชีวิตคุณช่วงนี้ The Magician มีโอกาสอยู่ในวิกฤต และบางครั้งเสียงกระซิบที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมาอาจเป็นบิ๊กไอเดีย
ราศีกรกฎ Cancer (15 ก.ค.-16 ส.ค.)
ความรัก […]
Share on Facebook
แผนธุรกิจเครื่องหยอดปุ๋ยจากทีมสายเลือดเกษตรกร เพิ่งจะได้รับรางวัลที่ 1 มาหมาดๆ ในโครงการประกวดแผนธุรกิจ “อาชีวะสร้างสรรค์แปรฝันสู่ธุรกิจ” ปี 3 ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) บมจ.ธนาคารกรุงไทย เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา
สมาชิกภายในทีมประกอบด้วย น.ส.จินตนา บุญหมั้น นายพิสิษฐพงศ์ หน่อแก้ว นายศราวุธ สุริยบุตร น.ส.จินตนา สิงห์แก้ว น.ส.ปิยมาศ กองแก้ว และปราณี มงคลกุล จากวิทยาลัยเทคนิคพะเยา
ทีมเลือดเกษตรกรนำเสนอเครื่องหยอดปุ๋ย โดยมีการศึกษาและพบว่าประชาชนในจังหวัดพะเยา ประกอบอาชีพด้านการเกษตรจำนวน 141,723 คน หรือราว 50.67% คิดเป็นครัวเรือนที่ทำการเกษตรจำนวน 76,911 ครัวเรือน มีพื้นที่ปลูกพืชไร่ พืชสวน 53.31% ในขณะที่เกษตรกรแต่ละรายมีพื้นที่การเกษตรตั้งแต่ 5-30 ไร่ จากสถิติในปี 2549
นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาการใส่ปุ๋ยที่จำเป็นต้องใช้แรงงานคนที่มักจะมีปัญหาขาดแคลนแรงงานในฤดูดังกล่าว
เครื่องหยอดปุ๋ยจึงเป็นอุปกรณ์ที่คิดขึ้นมาเพื่อช่วยผ่อนแรงเกษตรกรที่ปกติจะใช้วิธีหยอดปุ๋ยโดยการใช้มือข้างหนึ่งถือภาชนะใส่ปุ๋ย อีกข้างหนึ่งจับปุ๋ยใส่ลงบริเวณพื้นดินที่ต้องการ มากบ้างน้อยบ้างทำให้การใส่แต่ละครั้งไม่สม่ำเสมอ และถ้าใส่เป็นเวลานานจะยิ่งทำให้เกิดอาการเมื่อยหลัง ไหล่ตามมา
จากปัญหาดังกล่าว เครื่องหยอดปุ๋ยสามารถช่วยผ่อนแรงจากอุปกรณ์หัวหยอด ที่ไม่ต้องก้มลงบ่อยๆ และยังประยุกต์เป็น หัวหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดได้ตามฤดูกาล ไม่ต้องใช้น้ำมันหรือไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ใช้แรงงานคนในการทำงาน […]
Share on Facebook
อุตสาหกรรมการออกแบบของญี่ปุ่นชูแนวคิดล่าสุด “แคนเซอิ” (Kansei) เป็นหัวหอกในการตีโต้คู่แข่งร่วมทวีป และเปิดตัวด้วยงานนิทรรศการใหญ่ที่ ประเทศฝรั่งเศสเมื่อกลางเดือนนี้
“แคนเซอิ” หมายถึงการผสมผสานความละเอียดอ่อนกับความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้ขึ้น ในปี 2551 โดยเริ่มดำเนินกลยุทธ์ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เรียกว่า “นวัตกรรมแคนเซอิและการสร้างมูลค่า”
เพื่อรับมือกับตลาดที่เริ่มอิ่มตัวกับผลิตภัณฑ์ที่เน้นเพียงประโยชน์ใช้สอย ดังนั้นจึงต้องหันมาสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ด้วยการแสดงถึงความละเอียดอ่อนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น
หนังยางธรรมดาๆ ถูกดัดแปลงเป็นรูปสัตว์หลากสี ดูน่ารักน่าใช้จนไม่อยากทิ้ง แปลงดอกไม้สีขาวเรียบเก๋ที่ช่วยเพิ่มความชื้นในห้องและกระจายกลิ่นหอมโดยไม่ส่งเสียงรบกวน
งานนิทรรศการซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะตกแต่ง (Musee des Arts Decoratifs) ในกรุงปารีสนี้ แนะนำให้ ทั่วโลกได้รู้จักแนวคิดด้านการออกแบบล่าสุดจากกรุงโตเกียว และเน้นให้เห็นว่าจิตวิญญาณที่ละเอียดอ่อนนี้ปรากฏอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะสามปีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการออกแบบของญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการออกแบบของโลก นิทรรศการนี้จะเดินทางไปจัดแสดงที่นิวยอร์กในปีหน้า และประเทศจีนในปี 2553
คิมิฮิโกะ อินาบะ ผู้อำนวยการฝ่ายงานแสดงสินค้าขององค์กรส่งเสริมการค้าและธุรกิจระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์จากจีน เกาหลี และสิงคโปร์กำลังกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของญี่ปุ่น
“เราน่าจะยังเป็นผู้นำอยู่ได้อีก 5 หรือ 10 ปี แต่ถ้าเราไม่เริ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งตั้งแต่วันนี้ เราจะถูกแซงหน้าแน่นอน”
อินาบะเสริมว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานี้ “ผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นสู้กับประเทศอื่นๆ ได้เพราะมีสามคุณค่า : ประโยชน์ใช้สอย วางใจได้ และประหยัด มาถึงวันนี้เราตระหนักแล้วว่า […]
Share on Facebook
พูลพัฒน์ โลหชิตรานนท์
มีคำถามเกิดขึ้นว่า ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ มีธุรกิจอะไรบ้างที่เมื่อลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนเกิน 30% ซึ่งคนที่น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีน่าจะเป็นฝ่ายสินเชื่อของแบงก์ เพราะจะรู้สถานะของแต่ละประเภทธุรกิจได้เป็นอย่างดี
แต่สำหรับเวที “นิวบิซ” ไม่ต้องรอคำตอบจากแบงก์ เพราะว่ามีคำตอบจากผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริงๆ รายหนึ่งที่ทำธุรกิจเล็กๆ ในอดีต แต่จนถึงปัจจุบันกำลังโตวันโตคืน ธุรกิจไหนที่ว่าแย่ ที่ว่าซบ ยอดตก ลูกค้าชะลอการซื้อ แต่สำหรับผู้ประกอบการรายนี้สามารถคิดและหาโอกาสให้กับตัวเองได้ท่ามกลางวิกฤต
พูลพัฒน์ โลหชิตรานนท์ ผู้อำนวยการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บอทานิค จำกัด ผู้ผลิตและส่งออก Potpourri และเครื่องหอม ภายใต้แบรนด์ botanique คือ ผู้ประกอบการที่กล่าวถึง ที่ล่าสุดเป็น 1 ในผู้ที่ได้รับรางวัล Bai Pho Business Awards by Sasin ที่มีความโดดเด่นในมิติของการสร้างมูลค่าเพิ่มและความคิดริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม จนทำให้บริษัทสามารถฝ่าวิกฤตมาได้หลายรอบ
เติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 20% ต่อปี
พูลพัฒน์เล่าว่า เขาเริ่มธุรกิจผลิตและส่งออก Potpourri ตอนปี 2536 โดยมีพื้นฐานมาจากการเป็นเอเย่นต์ จัดหา และจัดซื้อสินค้าต่างๆ ที่ผลิตในประเทศไทยให้กับลูกค้า ต่างประเทศ
“ตอนนั้นจัดซื้อสินค้าหลายอย่าง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เซรามิก ฯลฯ […]
Share on Facebook
ปีนี้อาจจะเป็นอีกปีหนึ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนต้องให้กำลังใจกันและกันบ่อยๆ เพื่อปลุกเร้าให้ทุกชีวิตสามารถฝ่าฟันจนองค์กรรอดพ้นจากวิกฤตที่คาดว่าจะถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง
ก็ขอแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “แห่งการงานอันเบิกบาน” หรือ Skillful Means เขียนโดย ตาร์ถัง ตุลกู แปลเป็นภาษาไทยโดย โสรีช์ โพธิแก้ว
ตาร์ถัง ตุลกู ชี้ว่า หากเราเริ่มมอง ภาพแห่งตนอย่างชัดเจน เราจะเห็นว่ามันผูกพันกับชีวิตของเราอย่างไร เราสามารถจะมองเห็นชีวิตของเราอย่างซื่อตรง และเรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับทุกอย่างที่เป็นตัวเอง ยอมรับข้อบกพร่องและข้อดีเด่น ของเรา
“การมองข้อดีและข้อบกพร่องของ ตัวเองด้วยความชัดเจนจะช่วยทำให้เกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้น การสำนึกในตนจะกลายเป็นแหล่งของความเข้มแข็งในการทำงานและการดำเนินชีวิต และความสำนึกในตนนั้นจะเป็นรากฐานสำหรับจะยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง”
ในเรื่องของกำลังใจในการทำงานนั้น แม้ว่ากำลังใจจากผู้อื่นจะช่วยเหลือเราได้มาก แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือกำลังใจที่เรา ให้แก่ตัวเอง
“เมื่อเราอยู่กับตัวเราอย่างที่เป็นจริง เราจะเกิดความมั่นใจ”
เช่นเดียวกับความร่วมมือก็เป็นเรื่องที่สำคัญ
“เมื่อเราแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์กับเพื่อนร่วมงานของเรา เขาก็จะมีกำลังใจกระทำสิ่งที่ดีงาม และพัฒนาความสามารถของตนเองมากขึ้น งานจะปลอดโปร่งและมีประสิทธิภาพ”
เมื่อเราสื่อสารกันอย่างชัดเจนและให้ข้อคิดซึ่งกันและกันอย่างซื่อตรง และเราช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจ เราจะรู้สึกว่ามีสายใยเกิดขึ้นระหว่างเรากับ ผู้อื่น
“คุณภาพของทุกอย่างจะยกระดับขึ้นเมื่อเรามีความรักให้ผู้อื่น เมื่อเราปล่อยวางความคิดที่ผูกพันอยู่กับตนเอง เมื่อเราทำงานด้วยจิตใจเปิดกว้างและกลมกลืน กับผู้อื่น เราก็จะรู้สึกถึงความเบิกบานและความเป็นสุขอย่างลึกซึ้งในสายสัมพันธ์นั้น ความงอกงามของเราจะเพิ่มขึ้นด้วยทรรศนะที่เปิดกว้างของตัวเอง”
หนังสือเล่มนี้มีบางแง่มุมสำหรับนำไปปรับใช้เพื่ออยู่รอดในสังคม แม้ว่าวิกฤตที่ถาโถมเข้าใส่จะหนักหน่วงสักปานใดก็ตาม
คอลัมน์ book is captital
Share on Facebook
Share on Facebook
ความแข็งแกร่งของคนเบื้องหลังมีระบบที่เข้มแข็งมั่นคงรองรับ การแข่งขันทางธุรกิจไม่ แตกต่างกับการชิงชัยในสงครามและการรบที่มิอาจพึ่งพาเฉพาะความสามารถส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่ง หากต้องสร้างความแข็งแกร่งทั้งกองทัพถึงพิชิตศึกชนะสงครามและดำรงรักษาชัยชนะเอาไว้
ธรรมนูญ 8 ประการ
ธรรมนูญ 8 ประการของตระกูลจิราธิวัฒน์ มาจากรากฐานที่พี่ใหญ่ สัมฤทธิ์ได้วางไว้เพื่อความมั่นคงเป็นปึกแผ่นข้อกำหนดต่างๆ ชัดเจนขึ้นหลังการจัดตั้งสภาครอบครัว และเปรียบเสมือน “วินัยเหล็ก” เชื่อมร้อยชีวิตและจิตวิญญาณคนในตระกูลจิราธิวัฒน์ เข้าด้วยกัน
หลักการของธรรมนูญนี้น่าสนใจ
ข้อแรก : พี่น้องทุกคนต้องอยู่บ้านเดียวกัน กิน เล่น เรียน นอน และทำงานด้วยกัน ไม่แบ่งแยกพี่น้องต่างมารดา
ข้อที่ 2 : ทุกคนเคารพกันตามหลักอาวุโสของอายุ แทนการนับตามศักดิ์ ความเป็นอา-หลาน
ข้อที่ 3 : แต่ละครอบครัวต้องอบรม สั่งสอนกันเป็นลำดับชั้น พ่อต้องสอนลูก พี่ต้องสอนน้อง
ข้อที่ 4 : ใช้หลักประชาธิปไตยกับสมาชิก ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้
ข้อที่ 5 : คนในตระกูลที่เป็นลูกชาย ต้องเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ลูกสาวต้องเรียนที่มาแตร์เดอีวิทยาลัย และเปิดโอกาสให้ทุกคนไปเรียนต่อระดับปริญญา ในต่างประเทศ
ข้อที่ 6 : การแบ่งงานและความรับผิดชอบในกิจการของครอบครัว เป็นไปตามลำดับอาวุโสและความสามารถ ไม่นับ ตามศักดิ์
ข้อที่ 7 : เมื่อคนในตระกูลทำผิดจะออกเป็นจดหมายเวียนถึงพี่น้อง เพื่อ […]
Share on Facebook
การทำให้ระบบราชการทั้งเก่งและดีมิใช่เรื่องง่าย ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบราชการ จึงต้องให้น้ำหนักกับการสร้างระบบการกำกับดูแลตนเองที่ดีควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านอื่นๆ ด้วย
ปลายปีที่ผ่านมาสำนักงาน ก.พ.ร.จึงได้กระตุ้นต่อมการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับข้าราชการในทุกภาคส่วนด้วยการจัดสัมมนาและประชุมเชิงปฏิบัติการ เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรชั้นนำที่เห็นว่าการกำกับกิจการที่ดีเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการองค์กรมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ให้ข้าราชการไทยได้เห็นแบบอย่างในการก้าวเดินไปข้างหน้าที่ชัดเจนขึ้น
ภายใต้กรอบหัวข้อ “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี : กรอบการพัฒนาสู่ความ ยั่งยืน ?” ทั้ง “ประจวบ ตรีนิกร” จากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) “วัฒนา โอภานนท์อมตะ” จากบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด “ศักดา ศรีสังคม” จากบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ต่างนำแง่มุมที่น่าสนใจของแต่ละองค์กรมาสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการมี บรรษัทภิบาลในองค์กร
เริ่มจาก “ประจวบ ตรีนิกร” ให้คำจำกัดความของบรรษัทภิบาลว่า คือระบบที่จัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการและผู้ถือหุ้นที่ดีเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและนำองค์กรไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ สังคม รัฐ คู่แข่ง ผู้ตรวจสอบบัญชี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโครงสร้างและกระบวนการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯพูดถึงจะมีทั้งหมด 5 เรื่อง คือสิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดเผยข้อมูลโปร่งใส ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
ซึ่งในแง่ของการพัฒนาองค์กรเวลาพูดถึงเรื่องของบรรษัทภิบาลส่วนใหญ่จะเน้นเฉพาะเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสเป็นหลัก ทั้งที่จริงๆ แล้วเรื่องที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน […]
Share on Facebook
แม้จะมีการประเมินว่า แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) จะเป็นหนึ่งในทิศทางที่องค์กรนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดในปี 2552 แต่ในความเป็นจริง การสักแต่จะทำกิจกรรมเพื่อสังคมและนำมาประชาสัมพันธ์เพื่อ สร้างภาพองค์กรให้ดูดีนั้น เป็นคำตอบของการขับเคลื่อน CSR ในองค์กรจริงหรือ
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ” นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ถึง “ทิศทางการสื่อสารในปี 2552 เพื่อจะก้าวข้ามวิกฤต” และเขายืนยันว่า การประชาสัมพันธ์ภาพกิจกรรมเพื่อสังคมเพียงชั่วครั้งชั่วคราว นั้นไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
ดร.พจน์บอกว่า “แม้เราจะไม่ได้ปฏิเสธว่าทำกิจกรรมเพื่อสังคมแล้วประชาสัมพันธ์ไม่ได้ เพียงแต่ต้องพอเหมาะพอสม ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า การบริหารภาพลักษณ์กับการสร้างภาพนั้นต่างกัน ซึ่งขึ้น อยู่กับองค์กรว่าจะให้น้ำหนักทางไหน และเชื่อว่าองค์กรทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ถ้าเราทำกิจกรรมเพื่อสังคมแค่เพื่อต้องการสร้างภาพ และผลที่เกิดระยะสั้น ผมว่ามันไม่เกิด แต่ CSR จะมาช่วยบริหารภาพลักษณ์ขององค์กรในระยะยาวมากกว่า”
และนั่นหมายความว่า ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องทบทวนอย่างหนักหากจะตัดสินใจชะลอการขับเคลื่อน CSR ในองค์กร เพราะเขาเชื่อว่า CSR ไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำแล้วประสบความสำเร็จในช่วงข้ามคืน หากเป้าหมายอยู่ที่การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
เขาอธิบายว่า “CSR ถือเป็นการบริหารความเสี่ยง (crisis management) อย่างหนึ่ง ดังนั้นยิ่งในภาวะวิกฤตที่มีความเสี่ยงสูง องค์กรจึงละทิ้งเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ เพราะ CSR ก็เป็นเหมือนบุญเก่าที่ต้องสะสมและจะช่วยองค์กร เมื่อเกิดความผิดพลาด ลูกค้าและคนในสังคมก็พร้อมที่จะให้อภัย […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม