แผนธุรกิจอาชีวะ เครื่องหยอดปุ๋ย ต้นทุนต่ำ

Pinterest





  • แผนธุรกิจเครื่องหยอดปุ๋ยจากทีมสายเลือดเกษตรกร เพิ่งจะได้รับรางวัลที่ 1 มาหมาดๆ ในโครงการประกวดแผนธุรกิจ “อาชีวะสร้างสรรค์แปรฝันสู่ธุรกิจ” ปี 3 ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) บมจ.ธนาคารกรุงไทย เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา

    สมาชิกภายในทีมประกอบด้วย น.ส.จินตนา บุญหมั้น นายพิสิษฐพงศ์ หน่อแก้ว นายศราวุธ สุริยบุตร น.ส.จินตนา สิงห์แก้ว น.ส.ปิยมาศ กองแก้ว และปราณี มงคลกุล จากวิทยาลัยเทคนิคพะเยา

    ทีมเลือดเกษตรกรนำเสนอเครื่องหยอดปุ๋ย โดยมีการศึกษาและพบว่าประชาชนในจังหวัดพะเยา ประกอบอาชีพด้านการเกษตรจำนวน 141,723 คน หรือราว 50.67% คิดเป็นครัวเรือนที่ทำการเกษตรจำนวน 76,911 ครัวเรือน มีพื้นที่ปลูกพืชไร่ พืชสวน 53.31% ในขณะที่เกษตรกรแต่ละรายมีพื้นที่การเกษตรตั้งแต่ 5-30 ไร่ จากสถิติในปี 2549

    นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาการใส่ปุ๋ยที่จำเป็นต้องใช้แรงงานคนที่มักจะมีปัญหาขาดแคลนแรงงานในฤดูดังกล่าว

    เครื่องหยอดปุ๋ยจึงเป็นอุปกรณ์ที่คิดขึ้นมาเพื่อช่วยผ่อนแรงเกษตรกรที่ปกติจะใช้วิธีหยอดปุ๋ยโดยการใช้มือข้างหนึ่งถือภาชนะใส่ปุ๋ย อีกข้างหนึ่งจับปุ๋ยใส่ลงบริเวณพื้นดินที่ต้องการ มากบ้างน้อยบ้างทำให้การใส่แต่ละครั้งไม่สม่ำเสมอ และถ้าใส่เป็นเวลานานจะยิ่งทำให้เกิดอาการเมื่อยหลัง ไหล่ตามมา

    จากปัญหาดังกล่าว เครื่องหยอดปุ๋ยสามารถช่วยผ่อนแรงจากอุปกรณ์หัวหยอด ที่ไม่ต้องก้มลงบ่อยๆ และยังประยุกต์เป็น หัวหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดได้ตามฤดูกาล ไม่ต้องใช้น้ำมันหรือไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ใช้แรงงานคนในการทำงาน ช่วยให้ ประหยัดเวลา

    ในด้านการลงทุน ทางกลุ่มใช้เงินลงทุนโดยเป็นเงินหมุนเวียนอยู่ที่ 10,000 บาท คาดว่าจะมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 4 เดือน หรือมีปริมาณการขายราว 25 เครื่องต่อเดือน ราคาเครื่องละ 550 บาท

    นางสาวจินตนา บุญหมั้น หนึ่งในทีมกล่าวว่า เป็นผู้นำไอเดียนี้มาจากที่บ้าน คือ นายศรีมูล บุญหมั้น บิดาซึ่งเป็นผู้คิดค้นเครื่องหยอดปุ๋ยขึ้น และเธอได้นำเอา ไอเดียดังกล่าวมาพัฒนาร่วมกับครูกิตติพงศ์ มลคลกุล จากวิทยาลัยพะเยา จนกลายเป็นสินค้าต้นแบบในที่สุด

    สำหรับแผนการตลาด ทางกลุ่มวางแผนว่าจะใช้วิธีการขายตรงโดยมีการอบรมเทคนิคการขายและกำหนดโควตาให้กับพนักงานขาย โดยใช้วิธีการสาธิต เพื่อให้เกษตรกรเกิดความเชื่อถือและตัดสินใจซื้อ

    นอกจากนี้ ยังมีการฝากขายผ่านร้านจำหน่ายปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ ร้านค้าชุมชน ฯลฯ อีกด้วย

    ส่วนการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน (SWOT analysis) ทางกลุ่ม มองว่า จุดแข็งของอุปกรณ์ชุดนี้ก็คือมีต้นทุนต่ำ ผู้ผลิตมีความรู้ในเรื่องเทคนิคเป็นอย่างดี และเป็นนวัตกรรมใหม่ ส่วนจุดอ่อนอยู่ที่มีกำลังการผลิตน้อย แนวทางแก้ไขก็คือ การจัดจ้างผู้ผลิตรายอื่นให้ผลิตชิ้นส่วนแล้วนำมาประกอบเอง

    ประการต่อมา ขาดความชำนาญในด้านการตลาด การขาย แนวทางการแก้ไขก็คือ ร่วมประชุมแบ่งเขตการขายให้กับพนักงานขายรับผิดชอบตามภูมิลำนำของตนเอง

    สำหรับโอกาสของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้อยู่ที่สินค้าชุดนี้ไม่มีวางในท้องตลาด ความต้องการของตลาดมีสูงและเป็นโครงการที่วิทยาลัยเทคนิคพะเยาให้การสนับสนุนในเรื่องการพัฒนารูปแบบการผลิต และสถานที่ประกอบการ

    ด้านอุปสรรค ประการแรกอาจจะมีการลอกเลียนแบบเกิดขึ้น แนวทางแก้ไขคือ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเดิม และสร้างตรายี่ห้อที่จดจำง่าย

    ประการที่ 2 ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว มีผลต่อรายได้และราคาของพืชผลที่ตกต่ำลง สุดท้ายก็คือ ความต้องการของลูกค้ามีเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น จึงต้องมีการกระตุ้นให้มีการผ่อนชำระเป็นรายเดือน

    อย่างไรก็ดี เมื่อวิเคราะห์สภาพการ แข่งขัน พบว่าสินค้าสามารถทดแทนด้วยแรงงานคนได้ ซึ่งจะแก้ปัญหาด้วยการทำความเข้าใจกับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น ช่วยให้มองเห็นประโยชน์การใช้งานที่ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง

    ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนไม่ได้รับความเดือดร้อนจากกระบวนการผลิตสินค้า เพราะไม่มีมลพิษทางเสียงน้ำและอากาศ การใช้เครื่องหยอดปุ๋ยในการทำงานไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสภาพแวดล้อม เพราะไม่ใช้ น้ำมันเชื้อเพลิงในการหยอด รวมถึงการกำหนดราคาของกลุ่มก็ไม่แพงจนเกินไป ตั้งราคาอยู่บนความคุ้มค่าของการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทำงาน

    และสุดท้ายแผนงานในอนาคต ทางกลุ่มมองว่าจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถหยอดได้ทั้งปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์พืชด้วยการผลิตหัวควบคุมการหยอดให้มีขนาดเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานหลายๆ ขนาด เช่น หัวควบคุมการหยอดปุ๋ย หัวควบคุมการหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด เป็นต้น

    เกษตรกรสามารถเปลี่ยนหัวควบคุมการหยอดได้เอง รวมทั้งการจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ และจะสร้างเครือข่ายร่วมกับชมรมเกษตรกรผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเพื่อใช้และจำหน่ายโดยการนำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดมาจำหน่ายร่วมกับเครื่องหยอดปุ๋ยด้วย

    แน่นอนว่าในอนาคตจะมีแผนการขยายการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพะเยาทั้งหมดและขยายไปในเขตจังหวัดใกล้เคียง คือ เชียงราย น่าน ลำปาง เชียงใหม่ และลำพูน




    Share and Enjoy

    • Facebook
    • Twitter
    • Delicious
    • LinkedIn
    • StumbleUpon
    • Add to favorites
    • Email
    • RSS

    5 comments

    • anuchit

      คือว่าติดต่อไม่เป็นครับโทษที

    • ลองติดต่อขอข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หรือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย อาจจะมีข้อมูลที่ต้องการก็ได้ !!!

       
    • ช่วยบอกวิธีทำอุปกรณ์นี้ด้วยครับผมจะไปทำโครงงานครับช่วยที

    • แดง

      จริงๆแล้วผมก็ต้องการเครื่องดังกล่าวแต่ก็ได้ติดต่อทางวิลัยก็ไม่ได้รับ

      ความช่วยเหลือบอกไม่สามารถติดต่อเด็กได้เพราะจบไปแล้วรู้สึกเสียดาย

      ความคิดของเด็กๆที่ไม่สามารถให้ผู้อื่นได้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้ให้เกิด

      ประโยชน์อย่างแท้จริง

    • แดง

      เรื่องดังได้อ่านในเมลล์ก็นานพอสมควรแต่สิ่งทีสำคัญไม่สามารถต่อยอด

      ได้เลย

    Leave a Reply